‘กศน.’ จับมือ 8 หน่วยงานร่วมพัฒนาการศึกษาทางไกล ตั้งเป้าตอบโจทย์ทุกช่วงวัย หวังเป็นทางเลือกในยุคโควิด

‘กศน.’ จับมือ 8 หน่วยงานร่วมพัฒนาการศึกษาทางไกล ตั้งเป้าตอบโจทย์ทุกช่วงวัย หวังเป็นทางเลือกในยุคโควิด

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกลระหว่าง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กับหน่วยงานเครือข่าย และเปิดบ้าน สทก. ว่า สถาบันการศึกษาทางไกล (สทก.) เป็นสถานศึกษาในสังกัด กศน.มีหน้าที่จัดการศึกษาทางไกล ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร สื่อกระบวนการเรียนรู้ การวัดประเมินผล ระบบการบริหารและบริการ การวิจัยและพัฒนาการส่งเสริมและประสานเครือข่ายเพื่อการดำเนินงานการศึกษาทางไกล ด้วยหลักการจัดการศึกษาในลักษณะนี้ทำให้ สทก.สามารถเป็นทางเลือกและสามารถเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีเวลาว่างไม่แน่นอน และอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่มีข้อจำกัดของพื้นที่ และปัจจุบันด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการบริการการศึกษาแบบต้องเข้าชั้นเรียน ซึ่งอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายมีข้อจำกัดในการรับบริการทางการศึกษา ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการและบริการการศึกษาทางไกล สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดเชิงพื้นที่และเวลา สทก.จึงร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาการศึกษาทางไกล ดังนี้ กรมราชทัณฑ์, กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กรมพลศึกษา, สมาคม EIS แห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา (มรภ.สส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และโรงเรียนทิวไผ่งาม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

“แต่ละหน่วยงานจะร่วมมือเพื่อจัดการศึกษาทางไกล เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคน ทุกช่วงวัยได้เข้าถึงการศึกษา โดยกรมราชทัณฑ์ จัดช่วยจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและจัดการศึกษาต่อเนื่องให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจฯ ทั่วประเทศ พร้อมกับจัดทำหลักสูตรการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตร่วมกัน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คนพิการทั่วประเทศ ส่วนกรมพละศึกษา จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับนักกีฬาทั้งภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษทั้งในและต่างประเทศ สมาคม EIS แห่งประเทศไทย จะเป็นที่ปรึกษาด้านสื่อออนไลน์ ร่วมผลิตสื่อให้กับนักศึกษา มรภ.สส.จะเป็นหน่วยจัดอบรม สัมมนา และให้บริการวิชาการ ขสมก.จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับบุคลากรในสังกัด และโรงเรียนทิวไผ่งาม จะเป็นหน่วยบริการจัดการศึกษาและร่วมจัดการศึกษาภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยให้คนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทุกคนสามารถเรียนได้ทุกที่และทุกเวลา ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมปลาย และสามารถต่อยอดไปเรียนในระดับปริญญาตรีได้ด้วย หากใครสนใจสามารถเข้ามาลงทะเบียนเรียนผ่าน http://www.dei.ac.th ได้ทันที” นางกนกวรรณกล่าว

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2775419

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *