“ครม.”เห็นชอบ ร่างแผนพัฒนา 7 สาขาอาชีพ เน้นตอบสนอง”อีอีซี”

29ธ.ค.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนในสายอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พ.ศ.2562-2565 จำนวน 7 สาขาอาชีพ ได้แก่

1.โลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน 
2.โลจิสติกส์ซัพพลายเซน 
3.หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 
4.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและดิจิทัลคอนเทนท์ 
5.อาหารและเกษตร 
6.ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงานและพลังงานทดแทน และ
7.แม่พิมพ์

โดยจะมีแผนการดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ ศึกษาความต้องการกำลังคนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพโดยร่วมมือกับสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พัฒนากำลังคนสามารถปรับตัวรับกับทักษะสมรรถนะที่ทันสมัยตามความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กำหนดระบบพัฒนากำลังคนโดยการนำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพมาเป็นแกนหลักในการกำหนดหลักสูตรทั้งในภาคการศึกษาและหลักสูตรการอบรมในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการออกแบบการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้สู่การปฎิบัติที่สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อพัฒนากำลังคนให้ไปในทิศทางเดียวกัน และการพัฒนาเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพกับระดับคุณวุฒิการศึกษาและการอบรม เช่น วิเคราะห์มาตรฐานอาชีพที่มีอยู่เดิมและปรับปรุงเพิ่มเติมตามความต้องการกำลังคน

ที่มาภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ค Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดทำร่างฉบับดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562-2565 แต่ต้องนำแผนฉบับนี้กลับมาทบทวนใหม่และนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.พิจารณาอีกครั้ง โดยตนได้ทบทวนและมองถึงปัญหาเรื่องการผลิตและการพัฒนากำลัง เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับถึงการวางแผนและการพัฒนากำลังคนต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาดให้มากที่สุด โดยจะต้องทำให้เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ อีอีซี และหลักเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน หรือ บีโอไอด้วย  

“ในแต่ละสาขาอาชีพได้มีการประมาณความต้องการกำลังคน เช่น สาขาวิชาโลจิสติกส์ซัพพลายเซน มีความต้องการกำลังคนถึง 6.6 ล้านคน แต่ขณะนี้มีความสามารถในการผลิตกำลังคนสาขาวิชานี้ได้เพียง 38,000 คนเท่านั้น ซึ่งยังมีความจำเป็นที่ต้องการจะผลิตเพิ่มเติมอีก 6.5 ล้านคน เป็นต้น ทั้งนี้จะใช้งบประมาณในการดำเนินการเบื้องต้น 606.94 ล้านบาท” รมว.ศธ. กล่าว

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก ไทยโพสต์ วันที่ 29 ธันวาคม 2563 

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]