การคัดค้านและเสนอข้อเสนอแนะแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. (ฉบับ ผ่านสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา)

ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย เรียน เพื่อนร่วมผู้ประกอบวิชาชีพครูที่เคารพทุกท่าน เรื่อง การคัดค้านและเสนอข้อเสนอแนะแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. (ฉบับ ผ่านสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา)

เรียน เพื่อนร่วมผู้ประกอบวิชาชีพครูที่เคารพทุกท่าน

ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่กา รศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ( ผอ.กศน.จังหวัด) รอง ผอ.กศน.จังหวัด ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และข้าราชการครู ทุกสังกัดในกระทรวงศึกษาธิการ ทุกสังกัด

ตำแหน่งดังกล่าวมานี้ เป็นตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ท่านจึงได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ ตามพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม

ซึ่งเป็นอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินค่าตอบแทน ที่ได้รับในปัจจุบัน

แต่ถ้า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก. ที่รัฐบาลจะนำเสนอ ครม.และ รัฐสภา เพื่อพิจารณาเห็นชอบประกาศบังคับใช้

ทุกท่าน ทุกตำแหน่ง ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ดังกล่าว จะได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินค่าตอบแทน ในอัตราที่ได้รับปัจจุบันนี้ ต่อไปอีก ไม่เกินสองปี หรืออาจขยายต่อไปโดย ครม.อนุมัติ อีก ไม่เกินหนึ่งปี

หลังจากนั้นพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้รับในปัจจุบันนี้

จะต้องถูกยกเลิกตามมาตรา 104 ของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ( ฉบับ สคก. ) ที่รัฐบาลจะนำเสนอรัฐสภาพิจารณาประกาศบังคับใช้ในเร็วๆนี้

ซึ่งในมาตรา 104 ได้บัญญัติไว้ว่า.

” ให้บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการศึกษาที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือ แย้งกับพระราชบัญญัตินี้

ให้หน่วยงานผู้รักษาการตามกฎหมายดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้หน่วยงานผู้รักษาการตามกฎหมายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติขยายระยะเวลาอีกได้ไม่เกินหนึ่งปี เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิก”

นั่นก็หมายความว่า พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผู้มีใบอนุญาตใบประกอบวิชาชีพครูได้รับอยู่ทุกวันนี้ จะต้องถูกยกเลิก ” ภายในสองปี หรืออย่างมากไม่เกินสามปี ” ตามความในมาตรา 104

เพราะร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ฉบับ  สคก. ในมาตรา  41 ได้บัญญัติ ให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่ง และเงินค่าตอบแทนอื่น  

ดังนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกคนทุกสังกัด ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพครูในปัจจุบันที่ร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก.ยังไม่ได้ใช้บังคับ และ ผู้ประกอบวิชาชีพครูหลังจาก ร่าง พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว

จะต้องใช้อัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ ตามพระราชบัญญัติเงินเดือน ฯ ที่ออกตามความในมาตรา 41 นี้

ซึ่งในกฎหมายเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่ง และเงินค่าตอบแทนอื่น ตาม ม.41 นี้ ไม่มีหลักประกันใดว่า จะได้เท่ากับหรือมากกว่าพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งอื่น ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติ ฯ ที่ใช้เฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม (วิชาชีพชั้นสูง) โดยสภาวิชาชีพครู (คุรุสภา)

ดังนั้น จึงเป็นเหตุอันควรเชื่อว่า พระราชบัญญัติเงินเดือน ฯ ที่ออกตามความในมาตรา 41 จะต้องได้อัตราที่ต่ำกว่า พระราชบัญญัติเงินเดือน ฯ ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน เพราะว่า

1. วิชาชีพครูตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก. ไม่ใช่วิชาชีพควบคุม เพราะไม่มีสภาวิชาชีพ และวิชาชีพครูไม่ใช่วิชาชีพชั้นสูงอีกต่อไป เป็นเพียงวิชาชีพธรรมดา เงินเดือน ฯ จะต้องได้ไม่แตกต่างจากข้าราชการทั่วไป

2.ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก. ในมาตรา 35 ที่บัญญัติให้ครู ” ..อย่างน้อยต้องมีหลักประกันความเป็นข้าราชการหรือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีสถานะและได้รับสิทธิและประโยชน์ เทียบเคียง กับข้าราชการ ..”

ถามว่าผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูดังกล่าว เป็น ” ข้าราชการครู ” ใช่หรือไม่ ทำไมจึงบัญญัติ ” ให้ ข้าราชการครู ” อย่างน้อยต้องมีหลักประกันความเป็นข้าราชการหรือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โดยให้ข้าราชการครูในปัจจุบัน มีสถานะและได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเคียง ” เพียงแค่ ” เท่ากับข้าราชการทั่วไปเท่านั้น

ทั้งทีความเป็นจริงข้าราชการครูในปัจจุบัน มีสถานะ และได้รับสิทธิ และประโยชน์ดีกว่า ข้าราชการทั่วไป

เหตุผลทั้งสองข้อที่ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก. ล็อคไว้นี้

พระราชบัญญัตติเงินเดือน ฯ ที่ออกตามความในมาตรา 41 นี้ จะต้องไม่เกินอัตราของข้าราชการทั่วไปได้รับแน่นอน

นั่นคืออาจจกระทบกับอัตราเงินวิทยฐานะหรือเงินค่าตอบแทน ที่ข้าราชการครูได้รับในปัจจุบันนี้ ภายในสองปี หรืออย่างมากไม่เกินสามปีท่านอาจจะได้รับเงินวิทยฐานะและเงินค่าตอบแทนลดลงกว่าเดิม หรืออาจจะไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนก็ได้

และที่สำคัญ “กับดัก” ของคนไม่กี่คน ได้บัญญัติสาระสำคัญไว้ในหลักการ เหตุผลและอารัมภบทไว้ คือ ” กำหนดให้ครูมีใบรับรองการประกอบอาชีพครู “

ซึ่งถ้ารัฐสภารับหลักการ

สาระสำคัญนี้ คือใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู ที่จะขอแก้ไขเป็นใบอนุญาตใบประกอบวิชสชีพครู ตามที่ทุกองค์กรครูคาดหวัง จะไม่สามารถแก้ไขได้เลย

เพราะตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อ 89 วรรคสาม ข้อ 91 วรรคสาม และข้อ 108 ที่กำหนดไว้ว่า กรรมาธิการจะแก้ไข หรือเพิ่มเติมขัดกับหลักการไม่ได้

นั่นแสดงว่า ถ้าหากรัฐบาลนำร่าง พรบ.การศึกษาฉบับนี้เข้ารัฐสภา และรัฐสภารับหลักการ ก็เท่ากับนำเอาวิชาชีพครูเดินไปตกหลุมพราง

” จะเกิดการฆาตกรรมวิชาชีพครูตายหมู่ “

โดยที่ท่าน สส.และ สว.หลายท่านที่รับปากจะช่วยแก้ไขให้วิชาชีพครูไม่ให้ได้รับผลกระทบ ก็จะไม่สามารถช่วยอะไรได้

เพราะถูกกลไกของกฎหมายตามข้อบังคับรัฐสภา “บล็อค ” ไว้ใส่กุญแจมือไว้เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น ในนามชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาห่งประเทศไทย ค.อ.ท. พร้อมองค์กรเครือข่ายครูทั่วประเทศ จึงเรียกร้องให้ผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทุกตำแหน่ง ทุกสังกัด ได้ลุกขึ้นคัดค้านไม่ให้รัฐบาลนำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก.เข้าสู่รัฐสภา

เพื่อให้นำมาแก้ไขหลักการ และข้อบกพร่องต่างๆของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทีมีเป็นจำนวนมาก ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็น “กฎหมายปฎิรูปประเทศ” ตามความคาดหวังของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2660

และขอเรียกร้อง ให้ สคคท. ในฐานะที่เป็นภาคประชาชนที่ได้เข้าไปหลอมรวมกับกฤษฎีกา จนเป็นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคคก. แสดงความรับผิดชอบ โดย ยุติการสับสนุนร่าง พรบ.ฯ เข้าสภา แล้วหันมาร่วมมือกับ ค.อ.ท. และองค์กรครูทั่วประเทศที่เรียกร้องคัดค้านมิให้นำร่างนี้เข้ารัฐสภา

ทั้งนี้ เพื่อปกป้องวิชาชีพครูร่วมกัน ซึ่งก็เป็นเป้าหมาย ของ สคคท.เช่นเดียวกัน

ซึ่งเมื่อรัฐบาลไม่นำร่าง พรบ.นี้เข้าสภา

ก็ให้มาแก้ไข จนเป็นฉันทามติ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก่อนจึงนำเสนอต่อรัฐสภา

ซึ่งเชื่อว่า สามารถพิจารณาแล้วเสร็จภายในรัฐบาลของท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกๆท่าน และ สคคท.

ทั้งนี้ เพื่อพวกเราจะได้จับมือประสานใจช่วยกันปกป้องวิชาชีพครูมิให้ถูกลิดรอน โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ สคก.นี้


ด้วยความเคารพทุกท่าน
ธนชน มุทาพร
ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย
เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย ( ค.อ.ท.)

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *