เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย 273 องค์กรคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….(ฉบับผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)

ตามที่ รัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่ง ให้นำร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่ร่างโดย คณะกรรมการอิสระปฏิรูปการศึกษา และ ร่างโดยภาคประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง มอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ทำหน้าที่ หลอมรวม ให้เป็นฉบับเดียวกัน โดยที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ มาพิจารณาหลอมรวม ระหว่างเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน แล้วนั้น และได้ส่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้พิจารณาเห็นชอบ และอยู่ในขั้นตอนรอที่จะนำเข้ารัฐสภาเพื่อพิจารณาตามกระบวนการให้ตราเป็นกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นฉบับ ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา

            แต่ด้วยร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้  ได้มีบทบัญญัติบางส่วนดี สามารถนำไปเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติได้ แต่มีหลายๆส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบ วิธี และระบบการจัดการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ครอบคลุมในส่วนที่เป็นหลักประกันให้การดำเนินการจัดการศึกษาของรัฐให้มีประสิทธิภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกขับเคลื่อนที่ส่งเสริมภารกิจให้ประสบความสำเร็จ เช่น แนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผู้เรียนไม่ชัดเจน การไม่คงไว้ซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ(Professional  License) การรวบอำนาจบริหารเข้าสู่ส่วนกลาง(Centralization) และการไม่คงไว้ซึ่งหน่วยงานการศึกษาที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อน เป็นต้น มีบทบัญญัติที่เป็นนามธรรม ยากต่อการนำไปปฏิบัติ ลดทอนความเจริญก้าวหน้าและการสร้างแรงจูงใจของคนที่มีความรู้ความสามารถ และมีจิตวิญญาณที่ดีที่จะอาสาเป็นครูหรือผู้จัดการศึกษา อีกทั้งยังสร้างความเหลื่อมล้ำของข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ นั้นคือคุณภาพของคนในชาติ เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจในการจัดการศึกษาของรัฐที่พึงดำเนินการเฉกเช่นรัฐอื่นๆ ในโลกที่มีหน้าที่จัดการศึกษา ซึ่งถือว่ารัฐมีหน้าที่จะการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหน้าที่ของรัฐต้องดำเนินการ ร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จะก่อให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไขในภายหลัง และอาจเกิดความเสียหายอย่างหนักยากต่อการแก้ไขหรือเยียวยาในอนาคตภายภาคหน้า อีกทั้งในกระบวนการหลอมรวมในครั้งนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญ กับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของภาคประชาชนมาพิจารณา ขาดการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรครูทั่วประเทศ

            เครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย   ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือ ศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ อย่างละเอียด มีมติร่วมกันว่า ไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ และถ้าจะนำไปใช้ควรมีการแก้ไข และบัญญัติเพิ่มเติม ในลักษณะองค์รวม เพื่อให้ ร่างกฎหมายนี้ เป็น กฎหมายที่ดีมีคุณภาพ สอดคล้องกับคำว่า ปฏิรูป ซึ่งมีความหมายง่าย ๆ ทำให้ดีขึ้น เป็นเครื่องมือ เป็นแม่บทที่ใช้ในกำหนดทิศทาง มีความสมบูรณ์ เป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อคุณภาพของลูกหลานคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับสากลและนานาอารยประเทศ และเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในกายกร่างและกำหนดทิศทางการจัดการศึกษาของชาติร่วมกัน จึงขอคัดค้าน และเห็นควรเสนอให้แก้ไข

 

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

Comments

  1. ควรบรรจุครูให้โรงเรียนขนาดเล็กครบชั้นดีกว่าตั้งสำนักงาน. ศธภ.และ ศธจ.นะ. เพราะหน่วยงานนี้ทำประโยชน์อะไรให้กับเด็กบ้างสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ 77 จังหวัดกับ 18 ภาค…ลองคิดและไตรตรองดูบ้างนะผู้มีอำนาจว่าจริงหรือไม่..ดีกว่าคิดยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กอีกนะ. อย่าเชื่อนักวิชาการที่ไม่เคยมาสัมผัสในชนบทมากนักเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *