การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน
Sorrawee asked 5 วัน ago

ชื่องานวิจัย การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน
ผู้วิจัย นางกานต์สินี วิเศษสมบัติ
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
ปีที่ทำการศึกษา 2561
บทคัดย่อ
การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน โดยใช้กรอบการประเมินของ CIPP MODEL มีวัตถุประสงค์ของการประเมิน คือ 1) เพื่อประเมินคุณค่าของโครงการโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านกีฬาเซปักตะกร้อ สู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน 2) เพื่อประเมินคุณค่าด้านบริบท 3) เพื่อประเมินคุณค่าด้านปัจจัย กระบวนการ และผลผลิตของโครงการ
และ 4) เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินโครงการ แหล่งข้อมูลในการประเมินโครงการ ได้แก่ บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในปีการศึกษา 2560 คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และครูโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 24 คน ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน นักเรียนกีฬาตะกร้อ โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ปีการศึกษา 2560 จำนวน 13 คน และเอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการของโครงการทั้ง 5 กิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ และข้อมูลเชิงปริมาณที่ด้วยสถิติ ค่าเฉลี่ย ค่าสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ
สรุปผลการประเมินโครงการ
ผลการประเมินพบว่า (1) เป็นโครงการที่มีประสิทธิผล (2) เป็นโครงการที่มีคุณค่าด้านความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติ และเผยแพร่ให้สถานศึกษาอื่นต่อไปได้ ทั้งนี้เพราะผลการประเมินบริบทของโครงการ ผลการประเมินโครงการตามวัตถุประสงค์เฉพาะ และผลจากการศึกษาผลกระทบจากโครงการ เป็นตามข้อสรุปดังนี้
1. ผลการประเมินบริบทของโครงการ ได้ข้อสรุป ดังนี้
1.1 โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ทั่วไป ว่าด้วยการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อคือ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อจำนวน 30 คนได้รับการส่งเสริมตามความสามารถตามความถนัดและความสนใจ ทั้งหมด จำนวน 30 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 ของนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อ การส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อจัดขึ้นในลักษณะกิจกรรม 5 กิจกรรม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุเฉพาะ ดังนี้
1.1.1 กิจกรรมให้ความรู้แก่ครูผู้ฝึกสอน ให้ครูผู้ฝึกสอนเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้มาใช้ในการฝึกซ้อม และนำนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมีผลงานปรากฏเชิงประจักษ์ จนได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมระดับประเทศ
1.1.2 กิจกรรมคัดเลือกนักกีฬาเซปักตะกร้อเน้นคัดเลือกนักเรียนตามความถนัด ความสามารถ และความสนใจโดยเฉพาะ ทำให้ได้นักกีฬาที่ต้องได้รับการส่งเสริมตามสภาพจริง จำนวน 30 คน เพื่อดำเนินการกิจกรรมต่อไป
1.1.3 กิจกรรมเข้าค่ายฝึกซ้อมทักษะ จัดกิจกรรมการฝึกซ้อมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักกีฬา 30 คน ได้แก่ การฝึกทักษะประจำวันสำหรับวันที่มาเรียนปกติ และการฝึกทักษะในวันหยุดเรียน (เสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์) และการเข้าค่ายเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน (1 เดือนก่อนการแข่งขัน) กิจกรรมจัดขึ้นในสถานศึกษาและใช้บุคลากรภายในโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ
1.1.4 กิจกรรมเข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆ ครูผู้ฝึกสอน และครูผู้ช่วย ผู้ฝึกสอนจำนวน 3 คน วางแผนการเข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ จากแผนการปฏิบัติการตามโครงการ และนำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกจังหวัด
1.1.5 กิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน และประเมินผลงาน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์กีฬาเซปักตะกร้อของโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน โดยมีการส่งสื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่สถานศึกษา หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน ชุมชน โดยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ที่สามารถสร้างชื่อเสียงในระดับประเทศ
1.2 โครงการบรรลุตามเป้าหมาย คือ
1.2.1 ส่งนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านเซปักตะกร้อ เข้าร่วมการ
แข่งขันรายการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด จำนวน 9 รายการ
1.2.2 นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และมี
น้ำใจนักกีฬา
1.2.3 นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่างๆ มีประสบการณ์ตรง
และพัฒนาทักษะทางกีฬาได้สูงขึ้น
2. ผลการประเมินโครงการตามวัตถุประสงค์ ได้ข้อสรุปจากการประเมินปัจจัยการประเมินกระบวนการ และการประเมินผลผลิตของโครงการ แยกตามรายการกิจกรรมแต่ละแผนปฏิบัติการทั้ง 5 กิจกรรม ดังนี้
2.1 กิจกรรมการให้ความรู้แก่ครูผู้ฝึกสอน วัตถุประสงค์ชัดเจนมีแนวโน้มสู่ความสำเร็จได้ ดำเนินการตามแผนที่กำหนด ใช้งบประมาณตามความจำเป็นอย่างคุ้มค่า มีการกำกับติดตามการปฏิบัติงาน ผลผลิต คือ สามารถพัฒนาครูผู้ฝึกสอนให้มีความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อตรงตามวัตถุประสงค์ จึงเป็นกิจกรรมที่มีประสิทธิผล เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของโครงการและสนองความต้องการจำเป็นในเบื้องต้นของโครงการ
2.2 กิจกรรมการคัดเลือกนักเรียนกีฬาเซปักตะกร้อกิจกรรมมีความเหมาะสม เพราะ งบประมาณใช้คุ้มค่า เพียงพอ บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความจำเป็นกับการดำเนินกิจกรรม ถึงแม้เป้าหมายเชิงคุณภาพจะมีจำนวนนักเรียนเพียงบางส่วนจากนักเรียนทั้งหมด แต่ขั้นตอนการปฏิบัติสามารถคัดเลือกได้นักเรียนที่มีความถนัดและสนใจกีฬาเซปักตะกร้อผลผลิตที่ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ คือได้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อ เพื่อได้รับการส่งเสริมตามแผนปฏิบัติการในกิจกรรมต่อไป
2.3 กิจกรรมการเข้าค่ายฝึกซ้อมทักษะ การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมจริงและใช้งบประมาณ 50,000 บาท สถานที่ดำเนินการที่โรงเรียน และมีครูผู้ฝึกสอนเป็นวิทยากรและผู้ควบคุมการฝึกซ้อม ให้ความรู้และทักษะในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักเรียน เป็นการดำเนินการลักษณะการฝึกซ้อมปฏิบัติจริงตามรูปแบบการแข่งขันกีฬา ผลที่เกิดกับนักเรียนคือ นักเรียนที่เป็นนักกีฬา 30 คน ได้รับการส่งเสริม ให้ความรู้ ฝึกทักษะต่าง ๆ
ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะ มีความอดทน มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา มีความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน บรรลุตามวัตถุประสงค์ จัดว่ามีประสิทธิผล มีคุณค่าด้านความเหมาะสม
2.4 กิจกรรมการเข้าร่วมแข่งขันตามรายการต่างๆ การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมจริงและใช้งบประมาณ 50,000 บาท สถานที่ดำเนินการที่โรงเรียน และมีครูผู้ฝึกสอนเป็นวิทยากรและผู้ควบคุมการฝึกซ้อม ให้ความรู้และทักษะในการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อสำหรับนักเรียน เป็นการดำเนินการลักษณะการฝึกซ้อมปฏิบัติจริงตามรูปแบบการแข่งขันกีฬา ผลที่เกิดกับนักเรียนคือ นักเรียนที่เป็นนักกีฬา 30 คน ได้รับการส่งเสริม ให้ความรู้ ฝึกทักษะต่าง ๆ ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะ มีความอดทน มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา มีความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน บรรลุตามวัตถุประสงค์ จัดว่ามีประสิทธิผล มีคุณค่าด้านความเหมาะสม
2.5 กิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงานและการประเมินผลงาน การตัดสินคุณค่า มีการจัดกิจกรรมประกาศเกียรติคุณแก่นักกีฬาเซปักตะกร้อผู้ฝึกสอนนักกีฬาเซปักตะกร้อสถาบัน ดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2560 ผู้ฝึกสอนนักกีฬาเซปักตะกร้อนักเรียนนักศึกษา ดีเด่นประจำปีการศึกษา 2560 ภายใต้การใช้ทรัพยากรที่ประหยัดคุ้มค่า มีคุณค่าด้านความเหมาะสม
3. การศึกษาผลกระทบของโครงการ
ผลการศึกษาผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรม การส่งเสริมนักเรียนแต่ละกิจกรรมของโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ซึ่งสรุปผลที่เกิดขึ้น ดังนี้
การสังเคราะห์ข้อมูลที่เป็นผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรม
ของโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายนโดยมุ่งศึกษาผลกระทบที่มีต่อโรงเรียน นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร
ผลการจัดกิจกรรมการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียน
หนองสังข์วิทยายน ส่งผลต่อนักเรียนโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน จำนวน 30 คน ได้แก่ นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อกีฬาเซปักตะกร้อรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา นักเรียนเข้าสมัครเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อเพิ่มมากขึ้น นักเรียนร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา
การสังเคราะห์การตัดสินคุณค่าของโครงการและเปรียบเทียบผลผลิต ก่อน
และหลังการดำเนินกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ส่งผลต่อโรงเรียนคือ โรงเรียนได้รับคำยกย่องชมเชยเกี่ยวกับการได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันต่าง ๆ เช่น ผลการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ ผลการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ผลการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ผลการแข่งขันกีฬาชิงแชมป์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษา มีชื่อเสียงด้านกีฬาเซปักตะกร้อ ได้รับการยอมรับผลงานด้านกีฬาเซปักตะกร้อส่งผลต่อชุมชน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร ได้แก่ ชุมชนได้รับข่าวสารของโรงเรียน สัมพันธภาพระหว่างโรงเรียนกับชุมชนเป็นไปในทางบวก ผู้ปกครองให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านกีฬาเซปักตะกร้อโรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ผู้ปกครองและชุมชนศรัทธาและไว้วางใจโรงเรียน ครูผู้ฝึกสอนได้รับความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากสถาบันอื่น และมีศักยภาพในการปฏิบัติงานมากขึ้น ผู้บริหารส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม