การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)

ชื่อวิจัย

 

การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา
ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)

ชื่อผู้วิจัย

 

นายพิรุณ  แก้วนะรา

ชื่อหน่วยงาน

 

โรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)

ปีที่พิมพ์

 

2563

 
                                                                                                                       บทคัดย่อ
 
          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา 2) ออกแบบและพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)  3) ศึกษาผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)และ 4) ประเมินการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : R1)ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนากิจกรรมการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร) (Design and Development : D1) ระยะที่ 3 การนำการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)ไปใช้ (Implement : R2) และระยะที่ 4 การประเมินการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)(Evaluation : D2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นแบบกรอกข้อมูลจากเอกสาร  แบบสำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ระยะที่ 2 เป็นแบบประเมินความเหมาะสมของการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ระยะที่ 3 เป็นแบบประเมินความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา เอกสารประกอบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ระยะที่ 4 เป็นแบบสอบถาม เครื่องมือทั้ง 4 ระยะ ผ่านการหาค่า IOC ค่าความความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น และทดลองหาประสิทธิภาพครั้งที่ 1-3 ผ่านการประเมินความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา 2) กลุ่มครูผู้สอน 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและ 4) กลุ่มนักเรียน ได้มาทั้งการสุ่มแบบง่าย และการสุ่มแบบเจาะจง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย(Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
 
ผลการวิจัยพบว่า
1.ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา พบว่า หน่วยงานทางการศึกษามีความคาดหวังว่า การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการอ่านและการเขียนภาษาไทยตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนด
2.ผลการออกแบบและพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชา-วิทยากร) พบว่า กิจกรรมพัฒนาครู ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกอบรมอย่างเข้ม 2) การพัฒนาตนเอง   3) การเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนสำหรับนักเรียนประถมศึกษาโดยใช้นิทานและชาดกที่เป็นวรรณกรรมท้องถิ่น ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การอ่านออกเสียง 2) ความเข้าใจเรื่องที่อ่าน 3) การเขียนสื่อสาร 4) การเขียนแผนภาพความคิด และ5) การเขียนเรื่องตามจินตนาการ และผลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ 9 คน พบว่า มีความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสมและความถูกต้อง ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด
3.ผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร) พบว่า ครูผู้สอนมีความรู้ ทักษะและเจตคติ หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่านและการเขียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4.ผลประเมินการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการและหลักสูตรผลผลิต ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด
ข้อค้นพบจากการวิจัย
จากการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทยจากวรรณกรรมท้องถิ่นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านเขวา (รัฐประชาวิทยากร)     ด้านครูผู้สอน พบว่า ครูผู้สอนมีความรู้ มีการพัฒนาตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ครูจัดแผนการจัดการเรียนรู้ นำแผนสู่การปฏิบัติและจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเขียนในด้าน   1) การอ่านออกเสียง 2) ความเข้าใจเรื่องที่อ่าน 3) การเขียนสื่อสาร 4) การเขียนแผนภาพความคิด และ5) การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านและการเขียน มีความรักและภูมิใจ เห็นคุณค่าในวรรณกรรมท้องถิ่น ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าในวรรณกรรมท้องถิ่น ครู ผู้ปกครองนักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรจะมีการนำวรรณกรรมท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนานักเรียนในด้านอื่นๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]