การพัฒนาชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนาชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว
Wanwisa Jantagosin asked 1 เดือน ago

ชื่อเรื่อง       การพัฒนาชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว
 
ผู้ศึกษา       นางสาววันวิสาข์  จันทโกสิน
ปีที่ศึกษา     ปีการศึกษา  2564
 
บทคัดย่อ
 
           การศึกษา  เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1)  1.  เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นตามเกณฑ์  80/80 2.  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี)  ที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้น  3. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน  โดยใช้ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว และ 4. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี)  ที่ได้รับการจัดประสบการณ์ด้วยชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์  สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว
             กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่   เด็กชาย-หญิง อายุ  4-5  ปี  ที่กำลังเรียนอยู่ในระดับปฐมวัย ชั้นปีที่ 2  โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว สังกัดสำนักงานการศึกษาเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 23 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับสลากมา 1 ห้องเรียน  
             เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่ ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัวจำนวน 8 ชุด 8 หน่วยการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับสำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน  จำนวน 1 ฉบับ จำนวน 20 ข้อ ได้ค่าความยากง่าย อยู่ระหว่าง  .36 – .73  และ ค่าอำนาจจำแนก ( B ) ได้ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.36- 1.00 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.84 แผนการจัดประสบการณ์ ประกอบการใช้ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว จำนวน 8 แผน และแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก จำนวน 1 ฉบับ
           สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ และการทดสอบค่า t – test (Dependent)
สรุปผลการศึกษา
 

  1. ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 94.32/92.39 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ แสดงว่า การจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ทำให้เด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ได้จริง
  2. ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เท่ากับ  0.8722  แสดงว่า ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นทำให้เด็กกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนก่อนเรียนร้อยละ 80.60
  3. เด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) ที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว มีคะแนนเฉลี่ยทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  4. 4. พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ชุดฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว พบว่าโดยภาพรวม นักเรียนมีระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ในระดับดี ( X = 2.63, S.D. = 0.48) เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า มีพฤติกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อยู่ในระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ ดีทุกด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ปฏิบัติตามคำแนะนำ รองลงมา คือ แก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย ร่วมกิจกรรมด้วยความกระตือรือร้น และต่ำสุด คือ การทำงานร่วมกับผู้อื่น

 
 

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]