ค้นหาข้อมูลจาก Google

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning
chalermphol asked 10 เดือน ago

ชื่อเรื่อง           การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้รายงาน         นายเฉลิมพล  สังข์ฆพงษ์ ปีการศึกษา      2565   บทคัดย่อ                    การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด           แบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้        สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1)เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster  random sampling) โดยจับสลากได้นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (กบินทร์ราษฎรอำรุง)  อำเภอกบินทร์บุรี  จังหวัดปราจีนบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 3 ชนิด ได้แก่ (1)แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก Active learning เรื่องกีฬาเปตอง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 16 แผน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กีฬาเปตอง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจานวน 30 ข้อ มีค่าความยาก (p)ตั้งแต่ 0.37 ถึง 0.77      ค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.33 ถึง 0.83 และความเชื่อมั่นทั้งฉบับ(rcc) มีค่าเท่ากับ 0.95 และ (3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนซึ่งแบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย  1) ด้านเนื้อหา  2)ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้  3)  ด้านสื่อและอุปกรณ์ และ 4) ด้านการวัดและประเมินผล รวมทั้ง 4 ด้าน จำนวน 20 ข้อมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ (α) มีค่าเท่ากับ 0.82 สถิติที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ร้อยละ (Percentage) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)               ผลการศึกษาพบว่า ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพปัญหาในการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนและสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลกบินทร์ และของครูผู้สอน ด้านผู้เรียน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนตามหลักสูตรต่ำกว่าเกณฑ์  ผลการสัมภาษณ์นักเรียน เกี่ยวกับปัญหาในการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ด้านสภาพปัญหาในการเรียน ครูผู้สอนเน้นเนื้อหาสาระ และกฎเกณฑ์และคำศัพท์เฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษ กิจกรรมไม่น่าสนใจ และต้องการให้ครูปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนหรือวิธีจัดกิจกรรมให้น่าสนใจกว่านี้ ด้านผู้สอน พบว่า ผลจากการสัมภาษณ์ครูผู้สอนเกี่ยวกับสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลกบินทร์ พบว่า ครูผู้สอนใช้เนื้อหาในสื่อการเรียนการ สอนจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ภายในประเทศ ครูผู้สอนไม่ได้ออกแบบเนื้อหาในการจัดการเรียนการ สอนเอง ตลอดจนเทคนิควิธีการสอน ยังใช้รูปแบบเดิมๆ ยังคงเน้นการสาธิตจาการปฏิบัติของครู มากกว่าให้นักเรียนปฏิบัติกันเอง ยึดเอกสารประกอบการสอนเป็นหลัก   ประสิทธิภาพของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.02/82.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80  ที่ตั้งไว้ ผลการทดลองใช้รูปแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2                            3.1 ค่าดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.6367 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ซึ่งมีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.67                           3.2  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ค่าเฉลี่ยหลังเรียน () = 24.73 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน () = 15.47 นั่นคือ การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน     4.  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบเชิงรุก  Active learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกีฬาเปตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โดยแบบประเมินแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านเนื้อหา ( = 52 , S.D = 0.59) ระดับพึงพอใจมากที่สุด 2) ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้( =4.50 ,S.D =0.56) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 3) ด้านสื่อและอุปกรณ์ ( =4.54 , S.D= 0.52 )ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 4) ด้านการวัดและประเมินผล( =4.53 ,S.D= 0.53 ) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด และรวมทุกด้าน (=4.52, S.D= 0.52) ระดับความพึงพอใจมากที่สุด

Back to top button