ค้นหาข้อมูลจาก Google

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการรายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ลัดดา ทองอาบ asked 11 เดือน ago

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  โดยกำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้  80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาความสามารถอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping)  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1  โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านชะอำ (ชะอำวิทยาคาร) เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2564 จำนวน  30  คน  ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental design) ผู้ศึกษาดำเนินการทดลองตามรูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดซ้ำสองครั้ง (One group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  จำนวน 6 ชุด  2) แผนการจัดการเรียนรู้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้   จำนวน 18 ชั่วโมง  3) แบบทดสอบวัดความสามารถทางการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  จำนวน 10 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย ()  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ และค่าดัชนีประสิทธิผล
              ผลการศึกษาพบว่า
              1. ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.42/89.79  โดยสูงกว่าเกณฑ์ค่าประสิทธิภาพที่กำหนดไว้ คือ 80/80  แสดงว่าชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย                     ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping)                   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้               2. ความสามารถอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน ก่อนใช้และหลังใช้ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียน                      ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.75  และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 35.92  ผลการทดสอบพบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05               3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย                    ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping)                 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า มีชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  จำนวน 6 เล่ม        มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความรู้ของผู้เรียนเพิ่มขึ้น 0.84  หรือคิดเป็นร้อยละ 84.00

  1. นักเรียนมีความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการอ่านและเขียนสะกดคำภาษาไทยในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ STAD ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3     ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

ผู้ศึกษา                    นางสาววรรณี    ชังบัว 
ตำแหน่ง                  ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
 
 
 
 

Back to top button