ประเมินภายนอกช่วงโควิดได้เกินเป้า คุณภาพเด็กปฐมวัยดี 73% ขั้นพื้นฐานดี 93%

ดร.นันทา หงวนตัด รก.ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยถึงผลการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปี 2564 ระหว่างเดือน ต.ค.2563-ก.ย.2564 ซึ่งเป็นการประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยรูปแบบออนไลน์ 100% ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยประเมินคุณภาพภายนอกและรับรองผลให้แก่สถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย, ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและด้านการอาชีวศึกษาได้แล้วจำนวน 13,003 แห่ง ในจำนวนนี้มี 3,825 แห่ง เป็นสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินและมีการรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกเสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การประเมินและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) และระยะที่ 2 การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ และมีสถานศึกษาจำนวน 9,178 แห่ง ที่ประเมินระยะที่ 1 และได้รับการรับรอง โดยคณะกรรมการ สมศ. แล้วดร.นันทากล่าวต่อว่า ผลการประเมินพบว่า การศึกษาปฐมวัยมีสถานศึกษาเข้ารับการประเมิน 4,540 แห่ง มีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัย อยู่ในระดับดีจำนวน 3,307 แห่ง คิดเป็น 73%, การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 7,526 แห่ง มีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็ก/ผู้เรียน อยู่ในระดับดีจำนวน 7,034 แห่ง คิดเป็น 93% และด้านการอาชีวศึกษา มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 338 แห่ง มีผลการประเมินด้านคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์อยู่ในระดับดีจำนวน 277 แห่ง คิดเป็น 82%ส่วนครึ่งปีหลังของปี 2564 นั้น สมศ.วางแผนดำเนินการโดย เดือน ส.ค.เป็นขั้นตอนการประเมินจากการวิเคราะห์ SAR เพิ่มอีกจำนวน 8,330 แห่ง ซึ่งคาดว่าผู้ประเมินภายนอกจะวิเคราะห์เสร็จและส่งกลับมายัง สมศ.ได้กลางเดือน ก.ย.2564 จะทำให้ สมศ.สามารถประเมินและรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกให้แก่สถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศได้มากถึง 21,362 แห่ง ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ที่ 17,000 แห่ง กว่า 20%ทั้งนี้ การประเมินของ สมศ. จะพิจารณาจาก SAR ที่สถานศึกษาส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเท่านั้น และในการประเมินแต่ละครั้ง สมศ.จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ ฉะนั้น ขอให้สถานศึกษามั่นใจว่าการประเมินของ สมศ.เป็นไปเพื่อการให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสถานศึกษานั้นๆให้ดียิ่งขึ้น และจะไม่เพิ่มภาระของสถานศึกษา.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 2 สิงหาคม 2564 หน้า7

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *