การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
สมจิตร ดำริห์ asked 5 เดือน ago

ชื่อเรื่อง      การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมิน           แบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย              สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา              เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ผู้วิจัย         นายสมจิตร  ดำริห์
สังกัด         กองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ปีที่ประเมิน  2567
 
บทคัดย่อ
 
การประเมินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความเหมาะสมของการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ 2) เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ  โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ โดยขั้นตอนที่ 1 มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ ครูผู้สอนกิจกรรมกีฬาเซปักตะกร้อ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 150 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ สังเคราะห์จากขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2  โดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการประเมิน พบว่า

  1. ผลการประเมินความเหมาะสมของการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก (X-bar = 4.47, S.D. = 0.60)
  2. ผลประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบ การประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สรุปผลดังนี้

                    2.1 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในด้านสมรรถนะสุขภาวะและพลานามัยของผู้เรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar  = 4.53, S.D. = 0.58)
                    2.2 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ  ในด้านทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar  = 4.51, S.D. = 0.57)
                    2.3 ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ ในด้านความเป็นเลิศทางกีฬา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar  = 4.51, S.D. = 0.57)

  1. ผลการศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาเซปักตะกร้อ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านสุขภาวะและพลานามัย สู่ความเป็นเลิศทางกีฬา โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ พบว่า ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ ความสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของโรงเรียน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้บริหาร ความมุ่งมั่นและความรู้ความสามารถของครูผู้รับผิดชอบโครงการ รวมถึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ซึ่งล้วนส่งผลให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์ในภาพรวม ประเด็นที่ควรนำไปพิจารณาเพื่อ การพัฒนา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลาในการฝึกซ้อม ความแตกต่างของศักยภาพผู้เรียน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน และระบบการติดตามประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ ทั้งนี้ แนวทางการปรับปรุงควรมุ่งเน้นการวางแผนอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสม การเพิ่มความต่อเนื่องของการฝึกซ้อม และการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพโครงการและสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางกีฬาอย่างยั่งยืน
Back to top button