แนวข้อสอบผู้บริหารสถานศึกษา 2569 ควรฝึกจากงานบริหารจริงและกฎหมายฉบับปัจจุบัน ไม่ควรจำเฉลยจากข้อสอบเก่าเพียงอย่างเดียว ฐานที่ใช้ในหน้านี้คือหลักเกณฑ์ ว12/2568 และรายละเอียดการคัดเลือก สพฐ. ปี 2568 จนกว่าจะมีประกาศรอบปี 2569 ซึ่งต้องใช้ประกาศใหม่เป็นหลัก
> สถานะข้อมูล > ตรวจสอบล่าสุด: 30 สิงหาคม 2569 > ข้อกำหนดราชการ: อ้างหลักเกณฑ์และรายละเอียดรอบปี 2568 เป็นฐานเตรียมตัว > คำแนะนำ: แผนอ่านและข้อสอบในเว็บไซต์เป็นข้อเขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือข้อสอบรั่ว
สอบผู้บริหารสถานศึกษามีกี่ภาค
รายละเอียดของ สพฐ. ปี 2568 แบ่งการคัดเลือกเป็น 3 ภาค ภาคละ 100 คะแนน แต่ลักษณะการประเมินต่างกัน
| ภาค | สิ่งที่ประเมิน | วิธีตามฐานปี 2568 |
|---|---|---|
| ภาค ก | ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ | สอบข้อเขียน เน้นวิเคราะห์ แก้ปัญหา ตัดสินใจ และนำไปใช้ |
| ภาค ข | ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน | ประวัติ/ประสบการณ์ 60 คะแนน และผลงาน 40 คะแนน |
| ภาค ค | ความเหมาะสมกับตำแหน่ง | วิสัยทัศน์และแนวคิด 40 คะแนน และสัมภาษณ์ 40 คะแนน ตามรายละเอียดรอบนั้น |
ตัวเลขและวิธีการข้างต้นเป็นข้อมูลจากรอบปี 2568 ไม่ควรนำไปกรอกใบสมัครปี 2569 โดยไม่ตรวจประกาศของเขตพื้นที่หรือหน่วยดำเนินการอีกครั้ง
ขอบเขต ภาค ก ที่ต้องเตรียม
รายละเอียด สพฐ. ปี 2568 ระบุ 7 กลุ่มใหญ่
- การบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ
- การบริหารจัดการสถานศึกษา
- การบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม
- การบริหารชุมชนและเครือข่าย
- การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
- กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม
- กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานในหน้าที่
คำว่า “เน้นการวิเคราะห์” หมายความว่าการจำชื่อกฎหมายหรือเลขมาตราอย่างเดียวไม่พอ ผู้สอบต้องแยกอำนาจ หน้าที่ ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ เอกสาร และข้อยกเว้นในสถานการณ์ได้
ตัวอย่างแนวข้อสอบ 10 ข้อ
ข้อ 1
โรงเรียนพบว่าผลการอ่านของนักเรียนลดลงต่อเนื่อง ผู้บริหารควรเริ่มต้นอย่างไรจึงสะท้อนภาวะผู้นำทางวิชาการมากที่สุด
A. ซื้อแบบฝึกเพิ่มทันที B. วิเคราะห์ข้อมูลรายชั้นและตัวชี้วัด ร่วมกับครูเพื่อหาความเข้าใจคลาดเคลื่อน C. แจ้งให้ครูทุกคนเพิ่มการบ้านเท่ากัน D. รอผลการทดสอบระดับชาติรอบถัดไป
เฉลย: B เพราะเริ่มจากหลักฐานการเรียนรู้และทำงานร่วมกับครู ก่อนเลือกมาตรการ ส่วน A และ C เลือกวิธีก่อนวินิจฉัยปัญหา
ข้อ 2
เมื่อมีหนังสือร้องเรียนกล่าวหาครู ผู้บริหารควรทำสิ่งใดก่อน
A. เผยแพร่ชื่อเพื่อให้ชุมชนช่วยตรวจสอบ B. ลงโทษทางวินัยทันที C. รับเรื่อง รักษาความลับ ตรวจอำนาจหน้าที่ และรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม D. ส่งคืนเพราะเป็นเรื่องภายใน
เฉลย: C การรับเรื่องต้องคุ้มครองทุกฝ่ายและดำเนินการตามอำนาจ/ขั้นตอน ข้อร้องเรียนยังไม่ใช่ข้อยุติความผิด
ข้อ 3
โครงการดิจิทัลมีเป้าหมาย “ยกระดับคุณภาพ” แต่ไม่มีค่าฐาน ตัวชี้วัด หรือผู้รับผิดชอบ จุดอ่อนสำคัญคืออะไร
เฉลย: ไม่สามารถติดตามผลหรือเชื่อมทรัพยากรกับผลลัพธ์ได้ ควรกำหนดปัญหา baseline เป้าหมาย ตัวชี้วัด ผู้รับผิดชอบ เวลา และวิธีประเมินก่อนดำเนินการ
ข้อ 4
การเปิดเผยข้อมูลคะแนนรายบุคคลต่อกลุ่มสาธารณะควรพิจารณาหลักใด
เฉลย: ฐานอำนาจ วัตถุประสงค์ ความจำเป็น สัดส่วน และการคุ้มครองข้อมูล ไม่ควรอ้างความโปร่งใสเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็น
ข้อ 5
ข้อใดสะท้อน PLC ที่ใช้หลักฐานผู้เรียน
เฉลย: ทีมกำหนดผลลัพธ์ร่วม วิเคราะห์คำตอบจริง เลือกการปรับสอน และกลับมาตรวจหลักฐานรอบถัดไป ไม่ใช่เพียงประชุมและจัดทำรายงาน
ข้อ 6
เมื่อผลประเมินโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้บริหารควรนำเสนออย่างไร
เฉลย: รายงานผลจริง ข้อจำกัด ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และแผนปรับ ไม่เลือกเฉพาะข้อมูลด้านบวกหรือเปลี่ยนเกณฑ์ย้อนหลัง
ข้อ 7
ก่อนจัดซื้อสื่อ ผู้บริหารควรเชื่อมการตัดสินใจกับสิ่งใด
เฉลย: ความจำเป็นตามแผน ผลลัพธ์ผู้เรียน งบประมาณ วิธีการจัดซื้อ และการควบคุม/ตรวจรับตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ
ข้อ 8
โรงเรียนต้องการสร้างเครือข่ายกับชุมชน ขั้นแรกที่เหมาะสมคืออะไร
เฉลย: วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความต้องการ ทรัพยากร และประโยชน์ร่วม ก่อนกำหนดบทบาทและข้อตกลง
ข้อ 9
ผู้บริหารพบความขัดแย้งระหว่างความรวดเร็วกับขั้นตอนตามกฎหมาย ควรเลือกอย่างไร
เฉลย: ดำเนินการภายในกรอบอำนาจและขั้นตอน พร้อมใช้ช่องทางที่กฎหมายอนุญาตให้รวดเร็ว ไม่ละเว้นขั้นตอนสำคัญเพราะแรงกดดัน
ข้อ 10
ข้อใดเป็นการพัฒนาวิชาชีพที่ตรวจผลได้
เฉลย: เลือกสมรรถนะจากปัญหางาน กำหนดหลักฐานก่อน–หลัง ทดลองใช้ และสะท้อนผล ไม่วัดเพียงชั่วโมงเข้าร่วมอบรม
วิธีใช้ชุดข้อสอบให้ได้ผล
- ทำโดยไม่เปิดเอกสารและจับเวลา
- ทำเครื่องหมายระดับความมั่นใจ ไม่ดูเฉพาะถูก–ผิด
- เปิดต้นฉบับตรวจเหตุผลและข้อยกเว้น
- เขียนกฎสั้น ๆ ด้วยภาษาตนเอง
- เปลี่ยนเงื่อนไขโจทย์แล้วตอบใหม่
- ทบทวนข้อผิดหลัง 1 วัน 1 สัปดาห์ และ 2 สัปดาห์
แผนอ่านตาม Topic Cluster
- เริ่มจาก ขอบเขตและวิธีเตรียม ภาค ก
- ตรวจ คุณสมบัติสมัครสอบผู้บริหารสถานศึกษา
- ฝึก การบริหารวิชาการและภาวะผู้นำทางวิชาการ
- อ่าน กฎหมายที่ออกสอบผู้บริหารสถานศึกษา
- เตรียม ภาค ข ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน
- เขียน วิสัยทัศน์และแนวคิด ภาค ค
- ฝึก คำถามสัมภาษณ์พร้อมกรอบตอบ
สิ่งที่ต้องตรวจเมื่อประกาศปี 2569 ออก
- หลักเกณฑ์ที่อ้างและหนังสือแก้ไขเพิ่มเติม
- คุณสมบัติทั่วไปและเฉพาะตำแหน่ง
- เขต/หน่วยที่สมัครได้และเงื่อนไขสมัครซ้ำ
- จำนวนตำแหน่งว่าง ค่าธรรมเนียม และเอกสาร
- องค์ประกอบ คะแนน วิธีประเมิน และเกณฑ์ผ่าน
- กำหนดการสอบและประกาศผล
- รูปแบบผลงาน วิสัยทัศน์ ภาคผนวก และการรับรองสำเนา
สร้างสมุดข้อผิดพลาดแทนการสะสมไฟล์
ผู้เตรียมสอบจำนวนมากมีเอกสารหลายพันหน้าแต่ไม่รู้ว่าตนผิดเรื่องใด ให้ทำสมุดข้อผิดพลาด 5 ช่อง ได้แก่ วันที่ หัวข้อ คำตอบที่เลือก หลักที่ถูก และสาเหตุที่พลาด สาเหตุควรจำแนกเป็น อ่านโจทย์ไม่ครบ จำกฎหมายผิด สับสนผู้มีอำนาจ มองข้ามข้อยกเว้น หรือเลือกคำตอบที่ดีแต่ไม่ถูกขั้นตอน การจำแนกเช่นนี้ทำให้แก้ตรงจุดมากกว่าทำข้อสอบเพิ่มโดยไม่ทบทวน
ทุกสัปดาห์เลือกข้อผิด 20 ข้อมาทำใหม่โดยสลับลำดับตัวเลือก หากตอบได้เพราะจำตำแหน่งเฉลย ให้เปลี่ยนบริบท เช่น จากเรื่องนักเรียนเป็นเรื่องบุคลากร หรือจากกรณีปกติเป็นกรณีเร่งด่วน แล้วอธิบายว่าหลักเดิมยังใช้หรือมีข้อยกเว้น การอธิบายด้วยภาษาตนเองช่วยตรวจว่ารู้เหตุผลจริง
วิธีอ่านกฎหมายให้ตอบโจทย์สถานการณ์
อย่าเริ่มจากไฮไลต์ทั้งฉบับ ให้สร้างแผนที่กฎหมายก่อนว่าเอกสารนั้นกำกับเรื่องใด ใครเป็นผู้มีอำนาจ ใครเป็นผู้รับสิทธิหรือหน้าที่ และมีขั้นตอนหลักอะไร จากนั้นค่อยอ่านนิยาม อำนาจหน้าที่ เงื่อนไข เวลา เอกสาร การอุทธรณ์ และบทลงโทษตามลำดับ
เมื่อเจอคำว่า “ให้”, “อาจ”, “ต้อง”, “เว้นแต่”, “โดยอนุโลม” หรือ “ตามที่กำหนด” ให้ทำเครื่องหมาย เพราะคำเหล่านี้เปลี่ยนระดับหน้าที่และเปิดทางไปยังเอกสารลูก ถ้าบทบัญญัติอ้างกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศอื่น ต้องเปิดเอกสารนั้น ไม่สรุปว่าตัวบทแม่ให้รายละเอียดครบแล้ว
สำหรับแต่ละเรื่องให้เขียนโจทย์ย้อนกลับ 3 แบบ: ใครไม่มีอำนาจ ขั้นตอนใดทำก่อน และข้อมูลใดเปิดเผยไม่ได้ วิธีนี้เปลี่ยนการอ่านแบบรับข้อมูลเป็นการดึงความรู้และฝึกแยกตัวเลือกที่ใกล้เคียง
กรอบตัดสินใจสำหรับโจทย์ที่ทุกตัวเลือกดูดี
ข้อสอบเชิงบริหารมักให้ทางเลือกที่เป็นกิจกรรมดีหลายข้อ แต่มีเพียงข้อเดียวเหมาะที่สุด ให้เปรียบเทียบตามลำดับดังนี้
- ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเกินอำนาจหรือข้ามสิทธิ ตัดออกก่อน
- ตรงปัญหาหรือไม่ กิจกรรมที่ดีแต่ไม่ตอบสาเหตุไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
- ใช้หลักฐานหรือไม่ การตัดสินใจควรมีข้อมูลเพียงพอและตรวจสอบได้
- คุ้มครองผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และข้อมูลส่วนบุคคล
- ทำได้จริงหรือไม่ มีทรัพยากร เวลา ผู้รับผิดชอบ และการติดตาม
- ยั่งยืนหรือไม่ สร้างระบบและความสามารถ ไม่ขึ้นกับบุคคลเดียว
หากโจทย์ถาม “ควรทำก่อน” คำตอบมักเป็นการตรวจข้อเท็จจริง อำนาจ หรือความเสี่ยง ก่อนเลือกมาตรการ แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ในเหตุฉุกเฉินอาจต้องคุ้มครองความปลอดภัยก่อนแล้วบันทึกและดำเนินขั้นตอนต่อ
แผนฝึกแบบสามรอบ
รอบที่ 1 สร้างฐาน
อ่านขอบเขตและเอกสารราชการ ทำแผนผังเรื่องละหนึ่งหน้า แล้วทำข้อสอบแบบเปิดเอกสาร เป้าหมายคือค้นคำตอบได้จากต้นฉบับ ไม่ใช่ความเร็ว
รอบที่ 2 เชื่อมสถานการณ์
ทำข้อสอบปิดเอกสาร สลับเรื่องวิชาการ บุคคล งบประมาณ และกฎหมาย หลังเฉลยให้เขียนเหตุผลและอ้างตำแหน่งข้อมูล เป้าหมายคือมองเห็นว่ากฎหมายและงานบริหารเชื่อมกันอย่างไร
รอบที่ 3 จำลองสนาม
ทำชุดผสมเต็มเวลา ใช้กระดาษคำตอบและกติกาเดียวกับสนามเท่าที่ประกาศกำหนด วิเคราะห์ทั้งคะแนน ความแม่นรายหมวด เวลาเฉลี่ย และข้อที่ตอบโดยไม่มั่นใจ อย่าดูคะแนนรวมอย่างเดียว เพราะคะแนนดีอาจซ่อนหมวดที่ยังเสี่ยง
ตัวอย่างการเฉลยที่มีคุณภาพ
สมมติโจทย์ถามว่าโรงเรียนจะเผยแพร่รายงานผลการเรียนอย่างไร เฉลยที่มีคุณภาพไม่ควรเขียนเพียง “คำนึงถึงข้อมูลส่วนบุคคล” แต่ควรอธิบายว่า ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ผู้รับข้อมูล ฐานอำนาจ ความจำเป็น ช่องทาง ความปลอดภัย ระยะเวลาเก็บ และสิทธิของเจ้าของข้อมูล พร้อมแยกข้อมูลรวมจากข้อมูลรายบุคคล หากสถานการณ์เปลี่ยนจากแจ้งผู้ปกครองเป็นเผยแพร่สาธารณะ การวิเคราะห์ก็ต้องเปลี่ยน
หลักเดียวกันใช้กับพัสดุ วินัย หรือการคุ้มครองเด็ก: เฉลยต้องชี้ผู้มีอำนาจ ขั้นตอน และเหตุผล ไม่ใช้คำกว้างว่า “ทำตามระเบียบ” เพราะวัดไม่ได้ว่าผู้ตอบรู้ระเบียบส่วนใด
เกณฑ์ประเมินความพร้อมของตนเอง
ให้คะแนน 0–2 ในแต่ละข้อ: ระบุแหล่งราชการได้ อธิบายหลักได้ ทำโจทย์สถานการณ์ได้ แยกข้อยกเว้นได้ และตอบภายในเวลาได้ คะแนนเต็ม 10 ต่อหมวด หมวดใดต่ำกว่า 7 ให้กลับไปอ่านต้นฉบับและทำโจทย์ใหม่ ไม่ชดเชยด้วยการอ่านหมวดที่ถนัดซ้ำ
ความพร้อม ภาค ข และ ค ต้องประเมินแยกจาก ภาค ก ผู้ที่ทำข้อเขียนดีอาจยังไม่มีหลักฐานผลงานที่เป็นระบบ หรือวิสัยทัศน์ยังไม่เชื่อมปัญหาพื้นที่ การเตรียมทั้งสามภาคพร้อมกันจึงลดความเร่งรีบหลังประกาศผลแต่ละช่วง
คำถามที่พบบ่อย
เป็นข้อสอบจริงหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นข้อเขียนขึ้นใหม่เพื่อฝึกใช้หลักการ กฎหมาย และการตัดสินใจ ไม่มีการอ้างว่าเป็นข้อสอบรั่วหรือออกแน่นอน
อ่านข้อสอบเก่าได้หรือไม่
ใช้ฝึกวิธีคิดได้ แต่ต้องตรวจทุกคำตอบกับกฎหมายและหลักเกณฑ์ปัจจุบัน เพราะโครงสร้าง อำนาจ และรายละเอียดอาจแก้ไขแล้ว
รองผู้อำนวยการกับผู้อำนวยการใช้เนื้อหาเดียวกันหรือไม่
ฐานความรู้มีส่วนร่วมกัน แต่ต้องอ่านประกาศตำแหน่งที่สมัคร มาตรฐานตำแหน่ง และระดับการปฏิบัติที่คาดหวังแยกกัน
ควรจำเลขมาตราหรือไม่
จำมาตราที่เป็นแกนช่วยค้นและตรวจคำตอบได้ แต่ต้องเข้าใจสาระ อำนาจ ขั้นตอน และฉบับแก้ไข การจำเลขโดยไม่รู้เงื่อนไขอาจทำให้เลือกคำตอบผิดเมื่อโจทย์เปลี่ยนบริบท
ควรทำข้อสอบวันละกี่ข้อ
จำนวนขึ้นกับเวลาทบทวน ชุด 20 ข้อที่ตรวจต้นฉบับและเขียนเหตุผลอาจมีค่ากว่าชุด 200 ข้อที่ดูเพียงตัวเลือกถูก เป้าหมายควรเป็นอัตราผิดซ้ำลดลงและอธิบายหลักได้
แหล่งราชการต้นฉบับ
- สพฐ. รายละเอียดการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2568.
- สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. หน้าหนังสือราชการ.
- สำนักงาน ก.ค.ศ. ระบบหนังสือเวียน.
ประวัติการตรวจสอบ: 30 สิงหาคม 2569 — ตรวจฐานหลักเกณฑ์ ว12/2568 และรายละเอียดการดำเนินการ สพฐ. ปี 2568; ยังไม่พบประกาศรอบปี 2569 ที่ใช้แทนในการค้นครั้งนี้











