การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เรื่อง “ผลไม้แสนอร่อย”

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เรื่อง “ผลไม้แสนอร่อย”

ชื่อ (Best Practice) การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เรื่อง “ผลไม้แสนอร่อย”     ชื่อผู้จัดทำ (Best Practice) นางสาวลลิตา สร้อยมาลัย สอดคล้องกับประเด็น/กลยุทธ์ พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษามุ่งพัฒนาสู่มืออาชีพและมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ความสำคัญของนวัตกรรม/แนวปฏิบัติที่ดี การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการเตรียมพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ กำลังพัฒนาทักษะต่างๆ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยเฉพาะทักษะการคิดและการแก้ปัญหาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมจริง การใช้ Project Approach ในการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ โดยการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมในลักษณะของโครงการ ที่มุ่งเน้นการสืบค้นและการปฏิบัติจริง ช่วยเสริมสร้างทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และการเกษตร การใช้ Project Approach ในการเรียนรู้ได้รับการสนับสนุนจากหลักการทางการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ซึ่งตรงกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ John Dewey (1938) ซึ่งกล่าวว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีประสบการณ์จริงและสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับกับชีวิตจริง นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) ที่ช่วยพัฒนาเด็กในหลายมิติ การเรียนรู้ผ่านการปลูกผลไม้ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญ เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำโครงการ และการพัฒนาอารมณ์ความรู้สึก เช่น การอดทน รอคอย การเรียนรู้จากความผิดพลาด การรับรู้ความสำเร็จและความล้มเหลว ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาทักษะในการดำเนินชีวิตในอนาคต              ความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับเด็กปฐมวัย เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์มีความเกี่ยวข้องกันกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้านโดยเฉพาะด้านสติปัญญาที่จะเสริมความคิดแบบอเนกนัย คือ ความคิดหลายทิศทางให้แก่เด็ก รวมทั้งการมีความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้เกิดแรงผลักดัน แรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานก่อให้ เกิดความอุตสาหะและพากเพียรในการทำชิ้นงานให้สำเร็จ ส่งผลต่อความสุขความเชื่อมั่น และ ภาคภูมิใจในตนเองจากความสำเร็จที่ได้รับ โดยความคิดสร้างสรรค์นั้นต้องอาศัยปัจจัยและ องค์ประกอบหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น การมีความคิดริเริ่ม ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น ความคิดละเอียดลออ จินตนาการ ร่วมกับการมีความเพียร พยายามและความอุตสาหะ (Guilford, 1996, อ้างถึงใน อารี พันธ์มณี, 2557, หน้า 4) จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่านักการศึกษาและนักวิชาการหลายท่านได้นำเสนอวิธีการในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดในรูปของกิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น ที่ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดตามจินตนาการของตนเอง เช่น ขีดเขียน วาดรูป เล่นสมมติ การทำกิจกรรมศิลปะ เป็นต้น การจัดผ่านกิจกรรมประจำวัน ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี (เล่นตามมุม) กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจและค้นพบ และได้ทดลองกับสื่ออุปกรณ์ทางศิลปะสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาการคิดรวบยอดจากการสังเกตและประเมินภาพ การจัดกิจกรรมศิลปะด้วยตนเอง โดยให้เด็กได้ค้นคว้าอย่างกว้างขวางจากอุปกรณ์ที่หลากหลาย ให้โอกาสแก่เด็กในการทำงานตามความพอใจ และเป็นอิสระ ครูต้องเป็นผู้กระตุ้นจินตนาการของเด็กพร้อมกับสนับสนุนให้เด็กแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยหลีกเลี่ยงให้เด็กลอกเลียนหรือวาดระบายสีจากสมุด เพราะเท่ากับเป็นการกักความคิดของเด็ก และการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับพัฒนาการและความต้องการทางสังคมของเด็กปฐมวัย มีกิจกรรมที่หลากหลาย มีสื่ออุปกรณ์ให้เด็กได้มีทางเลือกหลากหลาย และไม่จำกัดความคิดจินตนาการของเด็ก จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจ ค้นพบ และได้ทดลองกับสื่ออุปกรณ์ทางศิลปะสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้เกิดพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (กุลยา ตันติผลาชีวะ, 2547, หน้า 189) การใช้ Project Approach ในระดับปฐมวัยเรื่อง ผลไม้แสนอร่อย มีความสำคัญมาก เนื่องจากมันไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาเด็กในแง่ของความรู้เกี่ยวกับพืชและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในสังคมและการเรียนรู้ในอนาคต เช่น ทักษะการคิดเชิงระบบ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การนำแนวทางการเรียนรู้ผ่านโครงการแบบนี้มาช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงความรู้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และสังคม และสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประโยชน์ วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับชื่อของผลไม้ รสชาติผลไม้ ประโยชน์ของผลไม้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครู ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เด็กเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์จากการทำงานศิลปะสร้างสรรค์   กลุ่มเป้าหมาย เชิงปริมาณ เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาล 3 จำนวน 11 คน เชิงคุณภาพ เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับผลไม้และความคิดสร้างสรรค์จากกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีทักษะการทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาและการคิดเชิงระบบและเกิดความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครู ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน   กระบวนการ/ขั้นตอนดำเนินการ หลักการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เรื่อง “ผลไม้แสนอร่อย” เป็นกระบวนการเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะในศตวรรษที่ 21 นอกจากจะเป็นกระบวนการที่นำไปพัฒนาตนเองแล้วนำมาลงสู่เด็ก การจัดโครงงาน ผลไม้แสนอร่อย ยังเป็นกระบวนการที่ให้เด็กสืบค้น เสาะหา สำรวจตรวจสอบ และค้นคว้าด้วยวิธีการต่างๆ จนทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ และเกิดการรับรู้ความรู้ นั้นอย่างมีความหมาย จึงจะสามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของเด็กเองและเก็บข้อมูลไว้ในสมองได้ยาวนาน สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้แบบ Project Approach แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเริ่มต้นโครงการ คุณครูร่วมกันอภิปรายหัวข้อกับเด็ก ๆ เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่เด็กมี สิ่งที่เด็กรู้แล้ว และสิ่งที่เด็กอยากรู้ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ และแสดงความเข้าใจแนวคิดที่เกี่ยวข้อง จากการสนทนาแลก เปลี่ยนความคิดเห็นกัน คุณครูจะใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กตอบคำถาม และพูดคุยสื่อสารเกี่ยวกับหัวเรื่องการเรียนรู้ของโครงการถึงผู้ปกครองผ่านช่องทาง line, facebook เพื่อสนับสนุนให้ผู้ปกครองได้พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ๆ และแบ่งปันความรู้ให้กับเด็ก ๆ เพื่อเด็กจะได้นำความรู้ใหม่ ๆ ที่ได้รับมาพูดคุยแลก เปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ในห้องต่อไป ระยะที่ 2 การพัฒนาโครงการ ขั้นตอนนี้จะเป็นการจัดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ทำงานภาคสนามและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กสนใจเรียนรู้ โดยคุณครูจะเป็นผู้จัดหาทรัพยากรต่าง ๆ เช่น คลิปวิดีโอในยูทูป หนังสือ เอกสารงานวิจัย พร้อมทั้งแนะนำวิธีการตรวจสอบที่หลากหลายให้กับเด็ก เพื่อช่วยเด็กในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลด้วยวัตถุจริง เปิดโอกาสให้เด็กแต่ละคนมีส่วนร่วมในการเป็นตัวแทนของสิ่งที่เค้ากำลังสืบค้น และช่วยให้เด็กสามารถทำงานตามความ สามารถของตัวเองได้ เช่น บางคนมีทักษะพื้นฐานด้านงานประดิษฐ์ การวาดภาพ การนำเสนอ และการเล่านิทาน โดยคุณครูช่วยสนับสนุนให้เด็กได้ทำงานตามความถนัดของแต่ละคนผ่านการอภิปรายในห้อง เรียน ซึ่งหัวข้อของ Mind Map ที่ออกแบบไว้ก่อนหน้า จะให้ข้อมูลย่อเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการด้วย ระยะที่ 3 การสรุปโครงการ เด็กและคุณครูร่วมกันจัดนิทรรศการ โดยให้เด็กแบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อ Project Approach ให้เด็ก ๆ ช่วยกันอภิปรายถึงหลักฐานที่สืบค้น เปรียบเทียบการตั้งสมมุติฐานว่าตรงกันหรือไม่ เล่าเรื่องโครงการของพวกเขาให้ผู้อื่นฟัง โดยเน้นจุดเด่นของโครงการ คุณครูและผู้ปกครองช่วยเด็ก ๆ วางแผนการดำเนินการ พร้อมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เด็ก ๆ ทำและค้นพบ อย่างเต็มความสามารถ ความสนุกสนาน ความกระตือรือร้นและความภูมิใจในตัวเด็กผ่านผลงานต่าง ๆ ทั้งนี้ครูควรบันทึกความคิดและความสนใจของเด็กในระหว่างการทำโครงการ เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงทางความสนใจ ความรู้ และความคิดของเด็ก ๆ ว่าก่อนเริ่มโครงการและหลังจากสรุปโครงการมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และเพื่อเป็นแนวทางในการหาหัวข้อของโครงการในครั้งต่อไป คุณภาพขององค์ประกอบในนวัตกรรม การจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย เพื่อส่งเสริม และตระหนักให้เด็กเห็นความสำคัญของผลไม้ว่ามีประโยชน์อย่างไร โดยครูจัดกิจกรรมให้เด็กได้มีโอกาส สำรวจและสังเกต ชนิด ลักษณะ วิธีการปลูก การเก็บผลผลิต การใช้ประโยชน์จากผลไม้ การรับประทานผลไม้ และการนำผลไม้ไปขายเพื่อหารายได้เสริม โดยจะให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง สำรวจ ทดลอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสามารถนำไปปรับใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ นวัตกรรม การจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย เพื่อส่งเสริมและจัดประสบการณ์แบบ Project Approach โดยผ่านกระบวนการ 5P ของโรงเรียนห้วยทรายวิทยา ดังนี้กระบวนการพัฒนา Best Practice ใช้หลักการ 5P Plan การวางแผน ประชุมวางแผนเพื่อดำเนินการการจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย เพื่อให้ครูจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับวัย แต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบกิจกรรมการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย เช่น – จัดเตรียมหน่วยการเรียนรู้ – จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ – จัดเตรียมสื่อและอุปกรณ์ – แบบประเมิน/แบบบันทึกหลังการสอน/แบบบันทึกการนิเทศ นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินนำผลปรับปรุงและแก้ไข Process กระบวนการทำงาน / ขั้นตอนตั้งแต่การทำงานจนสำเร็จ ครูจัดทำแผนการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach จัดเตรียมสื่อวัสดุ อุปกรณ์ให้สอดคล้องกับเรื่องที่เรียนรู้ จัดทำสื่อเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ ครูดำเนินการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach ตามขั้นตอน ดังนี้ – เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3 ร่วมกันเลือกเรื่องและลงคะแนนเรื่องที่อยากเรียนรู้ – เด็กร่วมกันเล่าประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับผลไม้ – เด็กร่วมกันตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องผลไม้ – เด็กร่วมกันค้นคว้าหาคำตอบ โดยใช้แบบสอบถามผู้ปกครอง และศึกษาค้นคว้าจาก อินเตอร์เน็ต – ครูและเด็กทำการสรุปและร่วมกันวางแผนจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้ต่างๆที่ได้ เรียนรู้ให้ผู้อื่นได้รับทราบ โดยผ่านช่องทาง line, facebook, youtube และนำเสนอข้อมูล เมื่อจัดนิทรรศการเสร็จสิ้นเป็นอันว่าสิ้นสุดวิธีการเรียนรู้แบบโครงการอย่างสมบูรณ์ ผู้บริหาร ครูเข้านิเทศ สังเกต การจัดประสบการณ์แบบ Project Approach ของครูปฐมวัย ผู้บริหาร ครูจัดประชุมสรุปผลการนิเทศและการจัดประสบการณ์ วิเคราะห์ PMI ครูปฐมวัยนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ PMI มาปรับปรุงแก้ไขการนิเทศ การจัดกิจกรรม เสริมประสบการณ์แบบ Project Approachในครั้งต่อไป   Product ผลผลิต ผลลัพธ์ / คุณภาพ เด็กและครูมีความสามารถในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์แบบ Project Approach เด็กมีความกระตือรือร้นและสนใจจากกิจกรรมที่ครูจัด เด็กรู้จักตั้งคำถามในการหาเหตุผลเพื่อให้ได้คำตอบ เด็กและครูมีการจัดประสบการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลตามขั้นตอนกระบวนแบบ Project Approach เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้เกี่ยวกับผลไม้ ถ่ายทอดให้บุคคลอื่น เช่น เพื่อน ผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีส่วนร่วม และได้รับความรู้เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้   Plus จุดเด่นของการดำเนินงานแต่ละงาน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้ความร่วมมือในการสร้างชิ้นงานและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้กับเด็ก เด็กมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลไม้มากขึ้น เด็กแสดงความคิดเห็น สนทนาโต้ตอบเกี่ยวกับผลไม้ร่วมกับครูและเพื่อนๆ ครูมีความสามารถในการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach เด็กมีความสามารถในการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง จาการลงมือปฏิบัติ Progress ความก้าวหน้าของการทำงาน เด็กมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Project Approach และได้ค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง เด็กรู้จักการตั้งคำถามอย่างง่ายๆ สามารถหาคำตอบร่วมกันกับผู้อื่น เด็กปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน โดยการสังเกต สืบค้น หาเหตุผล ด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามวัย   กระบวนการตรวจสอบ กลั่นกรอง จากการจัดประสบการณ์แบบProject Approach เรื่อง ผลไม้แสนอร่อย ได้มีการประเมิน                 นิเทศติดตาม จากผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยทรายวิทยา และหัวหน้าวิชาการ ครูผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลไม้ในเชิงการเกษตรและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 2. เด็กสามารถสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาและการคิดเชิงระบบ 3. เด็กสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครู ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน องค์ความรู้ที่เกิดจากการนำ (Best Practice) ไปใช้ เด็กมีความสามารถในการแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจาการลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีการต่าง ๆ    จนทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ การรับรู้ความรู้นั้นอย่างมีความหมาย มีความกระตือรือร้นและสนุกสนาน ปัจจัยความสำเร็จ – ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดประสบการณ์ แบบ Project Approach – เด็กมีความสนใจในการจัดกิจกรรมแบบ Project Approach – เด็กมีความเข้าใจในกิจกรรมสามารถบอกชนิด ลักษณะ วิธีการปลูกดูแลรักษา และประโยชน์สรรพคุณ ของผลไม้ ตามความเหมาะสมตามวัย – มีการนิเทศ ติดตาม โดยผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้าวิชาการ ครูผู้เชี่ยวชาญในการจัดประสบการณ์   บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจาการทำ Project Approach คือ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กได้เกิดประสบการณ์ตรง เพราะเด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ การค้นคว้าหาความรู้จากสิ่งที่สนใจและ ต้องการที่จะรู้ เกิดแรงบันดาลใจใฝ่เรียนรู้อยากหาคำตอบจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือภูมิ ปัญญาท้องถิ่นจึงเสมือนเป็นการฝึกให้เด็กใฝ่หาความรู้จึงเกิดผลดีต่อตัวเด็ก เด็กเกิดความกระตือรือร้นที่ ต้องการให้ได้มาซึ่งคำตอบ เพราะการได้ความรู้จากการลงมือปฏิบัติจะเป็นความรู้ที่คงทนและสามารถบอก แหล่งที่มาของคำตอบได้ถูกต้องชัดเจน ต่อยอดผลผลิตที่ได้โดยการนำมากิจกรรม cooking และนำไปขายสร้างรายได้เสริม การเผยแพร่/ได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ รูปแบบ/วิธีการประชาสัมพันธ์ – เพจ Facebook โรงเรียนห้วยทรายวิทยา – เพจ Facebook ปฐมวัยโรงเรียนห้วยทรายวิทยา – ป้ายนิเทศ – ห้องเรียน การขยายผล – ขยายผลข้ามสายชั้นระดับอนุบาล – ขยายผลข้ามห้องเรียน – การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูกับเด็ก – การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูกับผู้ปกครอง

Back to top button