การวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านบางคอย

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการ › หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ › การวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนรู้ของครู เพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านบางคอย

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจำเป็น ในการบริหารสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ของครูและทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านบางคอย 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ การบริหารสถานศึกษา BANGKOI MODEL 3) นำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบของรูปแบบระหว่าง ก่อนและหลังการทดลองและ 4) ประเมินผลของการใช้ BANGKOI MODEL ที่มีต่อทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ร่วมกับวิธีการวิจัยแบบผสานวิธี เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 และแบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ผู้ให้ข้อมูลและกลุ่มตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ ครู 23 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพร่างรูปแบบและประเมินยืนยันรูปแบบฉบับสมบูรณ์ จำนวน 5 คน ผู้เรียน 188 คน และผู้ใช้ รูปแบบเพื่อถอดบทเรียน 12 คน เครื่องมือประเมินก่อน และหลัง 6 ฉบับ รวม 105 ข้อ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง0.60–1.00 และค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha อยู่ระหว่าง 0.804–0.857 วิเคราะห์ ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน PNI modified การทดสอบ t สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน Cohen’s dz และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า

  1. สภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 2.57, S.D. = 0.10) ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับสูง (  = 4.07, S.D. = 0.12) มีค่า PNI modified ภาพรวม 0.585 โดยการวางแผนมีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (0.664) รองลงมา ได้แก่ การตรวจสอบและประเมินผล (0.588) การจัดการเรียนรู้ (0.547) และการปรับปรุงและพัฒนา (0.545) ตามลำดับ
  2. BANGKOI MODEL ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบที่สัมพันธ์กันเป็นวงจร ได้แก่ การวางแผน การจัดการเรียนรู้การตรวจสอบและประเมินผลและการปรับปรุงและพัฒนาขับเคลื่อนด้วยการบริหาร โดยใช้ข้อมูล เป็นฐานการมีส่วนร่วม PLC, Coaching/Mentoring การนิเทศแบบเสริมพลังเทคโนโลยี ดิจิทัลและ PDCA ผลการประเมินคุณภาพร่างรูปแบบและคู่มืออยู่ในระดับสูงที่สุด (= 4.80, S.D. = 0.40) และผลการประเมิน ยืนยันรูปแบบฉบับสมบูรณ์อยู่ในระดับสูงที่สุด (= 4.83, S.D. = 0.38)
  3. 3. ทดลองใช้รูปแบบประมาณ 32 สัปดาห์ แบ่งเป็น 2 วงรอบและติดตาม Implementation Fidelity 8 รอบ ได้คะแนนภาพรวม 218 จาก 256 คะแนนหรือร้อยละ16 อยู่ในระดับสูงโดยเพิ่มจากร้อยละ 65.63 ในรอบที่ 1 เป็นร้อยละ 100.00 ในรอบที่ 8 และผลการดำเนินงาน หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองทุกองค์ประกอบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001)
  4. ทักษะการจัดการเรียนรู้ของครูเพิ่มจาก = 2.52, S.D. = 0.51 เป็น   = 4.26, S.D. = 0.75 (Δ = 1.74), t(22) = 12.11, p < .001, Cohen’s dz = 2.53 และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียน เพิ่มจาก  = 2.99, S.D. = 0.65 เป็น   = 4.20, S.D. = 0.62 (Δ = 1.21), t(187) = 39.46, p < .001, Cohen’s dz = 2.88 ข้อมูลเชิงคุณภาพสะท้อนว่ารูปแบบเชื่อมโยงระบบบริหารการพัฒนาวิชาชีพครู และผลลัพธ์ของผู้เรียนโดยใช้ PLC, Coaching/Mentoring การนิเทศและหลักฐานการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงการสอนอย่างเป็นระบบ

 

Back to top button