%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดของผู้เรียน 2) ประเมินภูมิคุ้มกันทางสังคมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดของผู้เรียน และ 3) ศึกษาแนวทางพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินโครงการของโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการวิจัยเชิงประเมิน (Evaluation Research) โดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPPIEST Model ร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสาน ( Mixed MethodsResearch) กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนผู้ปกครอง และผู้แทนชุมชน รวม 68 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เรียนที่เข้าร่วมโครงการ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 204 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตรของYamane และสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า1. ผลการประเมินโครงการตามรูปแบบ CIPPIEST Model โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก( X = 4.47, S.D. = 0.16) และผ่านเกณฑ์การประเมิน2. ผลการประเมินภูมิคุ้มกันทางสังคมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดของผู้เรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.45, S.D. = 0.22) และผ่านเกณฑ์การประเมิน3. แนวทางพัฒนาและปรับปรุงโครงการ ได้แก่ การพัฒนาระบบบริหารจัดการและการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมของผู้เรียนการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน และการใช้สารสนเทศเพื่อวางแผนและพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง

Back to top button