การประเมินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2564

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการประเมินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2564
วิมพ์วิภา asked 4 ปี ago

ชื่อเรื่อง          การประเมินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2564   ผู้ประเมิน         นางสาววิมพ์วิภา   ระลึก ตำแหน่ง          รองอำนวยการโรงเรียนศรีนคร   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย ปีการศึกษา       2564   บทคัดย่อ             การประเมินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2564 เป็นการวิจัยเชิงประเมิน ผู้ประเมินเลือกใช้รูปแบบการประเมินโดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPP Model มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ทั้ง 8 ด้านดังนี้ ประเมินด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้านกระบวนการ(Process) ด้านผลผลิต (Product) กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 605 คน ได้แก่ ผู้ประสานงานโครงการ จำนวน 1 คน ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 3 คน ครูผู้สอน จำนวน 30 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 254 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 254 คน เครือข่ายผู้ปกครอง 48 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 10 คน และชุมชนจำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินครั้งนี้ มีเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ และแบบสัมภาษณ์จำนวน 1 ฉบับ ที่ผู้ประเมินสร้างขึ้น ดังนี้           ฉบับที่ 1. แบบสอบถามสำหรับผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร 8 ด้าน ฉบับที่ 2. แบบสอบถามสำหรับนักเรียน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร 3 ด้าน ฉบับที่ 3. แบบสอบถามสำหรับผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ชุมชนมีเนื้อหาเกี่ยวกับคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร 5 ด้าน แบบสัมภาษณ์ สำหรับผู้ประสานงานโครงการ เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง(Structured Interview) ที่ผู้ประเมินสร้างขึ้น โดยมีประเด็นสัมภาษณ์ความคิดเห็นที่มีต่อโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร           วิเคราะห์ข้อมูลในด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความยั่งยืน และการถ่ายโยงความรู้ ของโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางการพัฒนาทั้งระบบ โรงเรียนศรีนคร ปีการศึกษา 2564 โดยการหาค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน        ผลการประเมิน พบว่า              1) ผลการประเมินด้านบริบท โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( =4.08,               S.D.=0.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ โครงการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง              ( =4.21, S.D.=0.29) รองลงมาคือ โครงการสอดคล้องกับความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง ( =4.15,          S.D.=0.07) และโครงการมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาของโรงเรียน ( =4.10, S.D.=0.18) ตามลำดับ              2) ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  ( =4.34, S.D.=0.24) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ วิทยากรแพธทูเฮลท์ เอาใจใส่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมตามโครงการ ( =4.51, S.D.=0.23) รองลงมาคือ เนื้อหาและช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมของโครงการเหมาะสม ( =4.47, S.D. = 0.11) และผู้บริหารเห็นความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินโครงการ ( =4.31, S.D.=0.45) ตามลำดับ              3) ผลการประเมินด้านกระบวนการ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( =4.42, S.D.=0.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ นักเรียนได้เรียนรู้การป้องกันโรคโควิด 19 อย่างหลากหลายรูปแบบ ทั้งในและนอกห้องเรียนทุกคนทุกชั้น ( =4.82, S.D.=0.42) รองลงมาคือครอบครัวมีความตระหนัก มีส่วนในการดูแล เฝ้าระวัง มีการประสานงานการป้องกันโรคโควิด19 ( =4.75,                  S.D.=0.13) และมีกระบวนการพัฒนาครูเรื่องสุขภาวะ ( =4.54, S.D.=0.43) ตามลำดับ              4) ผลการประเมินด้านผลผลิต องค์ประกอบผู้เรียนเป็นสุข ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก ( =4.64, S.D.=0.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง ( =4.75, S.D.=0.11)รองลงมาคือ มีทักษะในการป้องกันตนเองจากโควิด 19 และสามารถปรับตัวและเปลี่ยนสู่ชีวิตวิถีใหม่(New Normal) ( =4.52, S.D.=0.55) และนักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข            ( =4.46, S.D.=0.42) ตามลำดับ              องค์ประกอบโรงเรียนเป็นสุข ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก ( =4.41,             S.D.=0.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือโรงเรียนโรงเรียนมีการบริหารจัดการที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและการสร้างเสริมสุขภาวะในการป้องกันโควิด 19 ( =4.75, S.D.=0.11) รองลงมาคือ โรงเรียนมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอน มีการติดตามประเมินผล ภายในโรงเรียนและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ( =4.33, S.D.=0.32) และโรงเรียนมีการกิจกรรม แหล่งเรียนรู้บูรณาการกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ การป้องกันโรคโควิด 19 โดยสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน ( =4.21, S.D.=0.14) ตามลำดับ              องค์ประกอบสภาพแวดล้อมเป็นสุข ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด                ( =4.52, S.D.=0.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือโรงเรียนมีบรรยากาศ ห้องเรียนและสภาพแวดล้อมมีความร่มรื่น ปลอดภัย เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ การป้องกันโควิด19 ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ( =4.62, S.D.=0.32) รองลงมาคือโรงเรียนมีระบบป้องกันภัยและมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ( =4.45, S.D.=0.03) และโรงเรียนมีการบริหารจัดการสภาวะโภชนาการ เช่น โรงอาหาร ผู้ประกอบการร้านค้าสวัสดิการ ในการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ( =4.15, S.D.=0.32) ตามลำดับ              องค์ประกอบครอบครัวเป็นสุข ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.57,   S.D.=0.23) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ครอบครัวมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีสุขภาวการณ์ป้องกันโรคโควิด 19 มีการสื่อสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านช่องทางต่างๆ ( =4.64, S.D.=0.08) รองลงมาคือ ครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว สามารถปรับและเปลี่ยนสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ( =4.60, S.D.=0.12) และครอบครัวมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหาโรคโควิด 19 และปัญหาอื่นๆร่วมกับทางโรงเรียน ( =4.59, S.D.=0.04) ตามลำดับ                องค์ประกอบชุมชนเป็นสุข ในภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก ( =4.45,                      S.D.=0.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของนักเรียนและการป้องกันตนเองจากโรคโควิด19 ( =4.54,                    S.D.=0.12) รองลงมาคือ ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะของนักเรียน ( =4.47, S.D.=0.21) และชุมชนให้ความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุน การจัดการศึกษาด้านต่างๆ ( =4.42, S.D.=0.42) ตามลำดับ  

Back to top button