%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2

บทคัดย่อ   ชื่อเรื่อง      การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญา                 ของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ชื่อผู้จัดทำ   นางสาวกุลวณิช  มีกุล                 ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ                 โรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ สังกัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม             การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์” เป็นการวิจัย              และพัฒนา (Research & Development)  มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 3) เพื่อประเมินคู่มือการใช้ฯและผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 4)  เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 9 คน ได้แก่  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 คน ประกอบด้วย ตำแหน่ง (ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้แทนศิษย์เก่า/ผู้แทนผู้ปกครอง)  หัวหน้างานวิชาการ 1 คน  ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4 คน  และครูภูมิปัญญาท้องถิ่น (เศรษฐกิจพอเพียง) จำนวน 1 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้  ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง      ขั้นตอนที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 7 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา 3 คน (สังกัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นและสถานศึกษาพอเพียง) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  2 คน (ตำแหน่งตัวแทนองค์กรชุมชน/ตัวแทนครู) ผู้ซึ่งมีความรู้ด้านปราชญ์ชาวบ้านตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  1  คน   ศึกษานิเทศ 1 คน   และผู้วิจัยได้คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  เพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสม  ความเป็นไปได้  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ และครูผู้สอน 17 คน เป็นผู้ให้ข้อมูลระดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบตรวจสอบรูปแบบฯ และแบบสอบถาม ขั้นตอนที่ 3  ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล  คือครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น .98 ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯมีความเหมาะสม  ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ในการนำไปใช้การบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผลการใช้รูปแบบฯกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และครูภมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน)  จำนวน 9 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม   ขั้นตอนที่ 4 ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 10  คน ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 คน และครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  6 คน   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ผลการวิจัย พบว่า  (1) ผลการศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ พบว่ามี 6 ด้าน คือ  1) ด้านนโยบาย ไม่มีการตัดสินใจร่วมกันในการทำกิจกรรมพัฒนาผูเรียนให้ชัดเจน 2) ด้านหลักสูตร ไม่มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  3) ด้านบุคลากร ครูขาดวิธีการถ่ายทอดความรู้ตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) ด้านผู้เรียนนักเรียนขาดความตระหนักในการวางแผนอย่างรอบคอบในการดำเนินชีวิต  ขาดวินัยใฝ่เรียนรู้  อยู่อย่างพอเพียง  5) ด้านงบประมาณ ขาดการส่งเสริม  สนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ 6) ด้านการศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา ขาดการส่งเสริมให้มีการศึกษานอกสถานที่อย่างหลากหลาย  และองค์ประกอบรูปแบบฯ 5 ด้าน คือ  1) ด้านการวางแผน   มีการกำหนดนโยบายการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในสถานศึกษาสู่การปฏิบัติ 2) ด้านการปฏิบัติตามแผน  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  คือ วางแผน  ลงมือปฏิบัติ  ประเมิน  ปรับปรุงและรายงาน  ร่วมกันปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามขั้นตอน  3)  ด้านการตรวจสอบ การตรวจสอบยึดเกณฑ์มาตรฐาน  ตามตัวชี้วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน 4)  ด้านการปรับปรุงสะท้อนผล  มีการนำผลประเมินการจัดกิจกรรมของผู้เรียน  ปรับปรุง  แก้ไขให้ดีขึ้น 5) ด้านการพัฒนา  มีการส่งเสริมจัดทำหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  (2) รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1) ด้านการวางแผน 2) ด้านการพัฒนา 3) ด้านการปรับปรุงและสะท้อนผล 4) ด้านการปฏิบัติตามแผน และ 5) ด้านการตรวจสอบ  (3) ผลการประเมินคู่มือฯและผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 3.1  ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีความเป็นไปได้ของรูปแบบ อยู่ในระดับมาก  และความมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด  และผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯด้านหลักการและเหตุผล โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.81)   มีความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก (  = 4.48)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.82)  ด้านวัตถุประสงค์ โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.70) มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.39)  และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.68) ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด  (  = 4.58)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.42)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.61)  ด้านการวางแผน  โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.66)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.44)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.61)    ด้านการปฏิบัติตามแผน  โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.73)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.57)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.72)   ด้านการตรวจสอบโดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.56)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.64) ด้านการปรับปรุงสะท้อนผล โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด            (  = 4.76)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.58)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.77)  ด้านการพัฒนา โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด       (  = 4.70)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.51)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.68)  ด้านแนวทางประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯ  โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด     (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.49)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.81) )  ด้านเงื่อนไขความสำเร็จในการนำคู่มือการใช้รูปแบบไปใช้  โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.49)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.81) 3.2  ผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์  พบว่า ผลการใช้รูปแบบฯ โดยรวม คิดเป็นร้อยละ 96.30 ซึ่งมีด้านที่สำคัญเรียงจากมากไปน้อย 5 ลำดับ 1) ด้านการวางแผน 2) ด้านการพัฒนา 3) ด้านการตรวจสอบ 4) ด้านการปฏิบัติตามแผน และ 5)  ด้านการปรับปรุงและสะท้อนผล ในแต่ละด้านปรากฏผลดังนี้ ด้านการวางแผน ผลปรากฏว่า มีกิจกรรมสำคัญทุกข้อ เช่น มีการกำหนดนโยบายการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสำหรับสถานศึกษานำสู่การปฏิบัติ มีการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และร่วมกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ด้านการปฏิบัติตามแผน ผลปรากฏว่า มีการร่วมกันปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามขั้นตอน และ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการนิเทศ กำกับ ดูแล การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ด้านการตรวจสอบ ผลปรากฏว่า มีการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีการตรวจสอบผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง และมีการประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบตามความเหมาะสม ด้านการปรับปรุงและสะท้องผล ผลปรากฏว่า นำผลประเมินการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนปรับปรุงปแก้ไขให้ดีขึ้น และประเมินความสามารถของผู้เรียนที่ผ่านการลงมือปฏิบัติกิจกรรม ด้านการพัฒนา ผลปรากฏว่า มีกิจกรรมที่สำคัญทุกข้อ คือมีการจัดทำหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีเป้าหมายเดียวกันทุกระดับ  มีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนอกสถานศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง  มีการเชิญวิทยากรภายนอกให้ความรู้กับครู นักเรียน  มีการจัดแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา เช่น แปลงผักสวนครัว โรงเพาะเห็ด มีการให้ผู้เรียนไปฝึกศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา และมีการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  (4)  ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (=4.64, S.D.=0.48) จากตาราง พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ด้านผู้เรียน ซึ่งผู้เรียนรู้วิธีการปลูกผักสวนครัว เพื่อนำไปสร้างเป็นคลังอาหาร และใช้ในครัวเรือนได้ (กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว) อยู่ในระดับมาก (  = 4.30) ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการเพาะเห็ดจากวิทยากร และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติได้จริง (กิจกรรมการเพาะเห็ด) อยู่ในระดับมาก (  = 4.20) ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในครอบครัวของตนเองได้ (กิจกรรมการแปรรูปอาหาร กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์อบใบเตย) อยู่ในระดับมาก (  = 4.40) ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพ (กิจกรรมตลาดนัดโรงเรียน) อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.50) ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในการอดออม (กิจกรรมออมไม่อด) และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์มากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.70) ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกิจกรรมในโครงการฯ ผู้เรียนมีเงินออมมากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.60) ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ และรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.80) นักเรียนสามาถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลครอบครัวของตนเองได้ อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.10)  และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.00) โดยรวมผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามมาตรฐานและปฏิบัติตนให้ดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในด้านวัตถุ/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/วัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก (  = 4.40) บทคัดย่อ   ชื่อเรื่อง      การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญา                 ของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ชื่อผู้จัดทำ   นางสาวกุลวณิช  มีกุล                 ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ                 โรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ สังกัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม             การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์” เป็นการวิจัย              และพัฒนา (Research & Development)  มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 3) เพื่อประเมินคู่มือการใช้ฯและผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 4)  เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 9 คน ได้แก่  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 คน ประกอบด้วย ตำแหน่ง (ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้แทนศิษย์เก่า/ผู้แทนผู้ปกครอง)  หัวหน้างานวิชาการ 1 คน  ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4 คน  และครูภูมิปัญญาท้องถิ่น (เศรษฐกิจพอเพียง) จำนวน 1 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้  ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง      ขั้นตอนที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 7 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา 3 คน (สังกัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นและสถานศึกษาพอเพียง) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  2 คน (ตำแหน่งตัวแทนองค์กรชุมชน/ตัวแทนครู) ผู้ซึ่งมีความรู้ด้านปราชญ์ชาวบ้านตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  1  คน   ศึกษานิเทศ 1 คน   และผู้วิจัยได้คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  เพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสม  ความเป็นไปได้  ที่มีต่อรูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ และครูผู้สอน 17 คน เป็นผู้ให้ข้อมูลระดับการปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบตรวจสอบรูปแบบฯ และแบบสอบถาม ขั้นตอนที่ 3  ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล  คือครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น .98 ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯมีความเหมาะสม  ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ในการนำไปใช้การบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผลการใช้รูปแบบฯกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และครูภมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน)  จำนวน 9 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม   ขั้นตอนที่ 4 ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 10  คน ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 คน และครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  6 คน   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ผลการวิจัย พบว่า  (1) ผลการศึกษาสภาพการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ พบว่ามี 6 ด้าน คือ  1) ด้านนโยบาย ไม่มีการตัดสินใจร่วมกันในการทำกิจกรรมพัฒนาผูเรียนให้ชัดเจน 2) ด้านหลักสูตร ไม่มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  3) ด้านบุคลากร ครูขาดวิธีการถ่ายทอดความรู้ตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) ด้านผู้เรียนนักเรียนขาดความตระหนักในการวางแผนอย่างรอบคอบในการดำเนินชีวิต  ขาดวินัยใฝ่เรียนรู้  อยู่อย่างพอเพียง  5) ด้านงบประมาณ ขาดการส่งเสริม  สนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ 6) ด้านการศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา ขาดการส่งเสริมให้มีการศึกษานอกสถานที่อย่างหลากหลาย  และองค์ประกอบรูปแบบฯ 5 ด้าน คือ  1) ด้านการวางแผน   มีการกำหนดนโยบายการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในสถานศึกษาสู่การปฏิบัติ 2) ด้านการปฏิบัติตามแผน  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  คือ วางแผน  ลงมือปฏิบัติ  ประเมิน  ปรับปรุงและรายงาน  ร่วมกันปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามขั้นตอน  3)  ด้านการตรวจสอบ การตรวจสอบยึดเกณฑ์มาตรฐาน  ตามตัวชี้วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน 4)  ด้านการปรับปรุงสะท้อนผล  มีการนำผลประเมินการจัดกิจกรรมของผู้เรียน  ปรับปรุง  แก้ไขให้ดีขึ้น 5) ด้านการพัฒนา  มีการส่งเสริมจัดทำหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  (2) รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1) ด้านการวางแผน 2) ด้านการพัฒนา 3) ด้านการปรับปรุงและสะท้อนผล 4) ด้านการปฏิบัติตามแผน และ 5) ด้านการตรวจสอบ  (3) ผลการประเมินคู่มือฯและผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ 3.1  ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีความเป็นไปได้ของรูปแบบ อยู่ในระดับมาก  และความมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด  และผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯด้านหลักการและเหตุผล โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.81)   มีความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก (  = 4.48)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.82)  ด้านวัตถุประสงค์ โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.70) มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.39)  และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.68) ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด  (  = 4.58)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.42)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.61)  ด้านการวางแผน  โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.66)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.44)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.61)    ด้านการปฏิบัติตามแผน  โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.73)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.57)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.72)   ด้านการตรวจสอบโดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.56)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.64) ด้านการปรับปรุงสะท้อนผล โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด            (  = 4.76)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.58)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.77)  ด้านการพัฒนา โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด       (  = 4.70)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.51)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.68)  ด้านแนวทางประเมินคู่มือการใช้รูปแบบฯ  โดยรวม มีความเหมาะสมมากที่สุด     (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.49)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.81) )  ด้านเงื่อนไขความสำเร็จในการนำคู่มือการใช้รูปแบบไปใช้  โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด (  = 4.75)  มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 4.49)   และความมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.81) 3.2  ผลการใช้รูปแบบการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์  พบว่า ผลการใช้รูปแบบฯ โดยรวม คิดเป็นร้อยละ 96.30 ซึ่งมีด้านที่สำคัญเรียงจากมากไปน้อย 5 ลำดับ 1) ด้านการวางแผน 2) ด้านการพัฒนา 3) ด้านการตรวจสอบ 4) ด้านการปฏิบัติตามแผน และ 5)  ด้านการปรับปรุงและสะท้อนผล ในแต่ละด้านปรากฏผลดังนี้ ด้านการวางแผน ผลปรากฏว่า มีกิจกรรมสำคัญทุกข้อ เช่น มีการกำหนดนโยบายการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสำหรับสถานศึกษานำสู่การปฏิบัติ มีการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และร่วมกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ด้านการปฏิบัติตามแผน ผลปรากฏว่า มีการร่วมกันปฏิบัติตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามขั้นตอน และ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการนิเทศ กำกับ ดูแล การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ด้านการตรวจสอบ ผลปรากฏว่า มีการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีการตรวจสอบผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง และมีการประเมินผลการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบตามความเหมาะสม ด้านการปรับปรุงและสะท้องผล ผลปรากฏว่า นำผลประเมินการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนปรับปรุงปแก้ไขให้ดีขึ้น และประเมินความสามารถของผู้เรียนที่ผ่านการลงมือปฏิบัติกิจกรรม ด้านการพัฒนา ผลปรากฏว่า มีกิจกรรมที่สำคัญทุกข้อ คือมีการจัดทำหลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีเป้าหมายเดียวกันทุกระดับ  มีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนอกสถานศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง  มีการเชิญวิทยากรภายนอกให้ความรู้กับครู นักเรียน  มีการจัดแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา เช่น แปลงผักสวนครัว โรงเพาะเห็ด มีการให้ผู้เรียนไปฝึกศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา และมีการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  (4)  ผลประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (=4.64, S.D.=0.48) จากตาราง พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาลแสงวณิชอุปถัมภ์ ด้านผู้เรียน ซึ่งผู้เรียนรู้วิธีการปลูกผักสวนครัว เพื่อนำไปสร้างเป็นคลังอาหาร และใช้ในครัวเรือนได้ (กิจกรรมการปลูกผักสวนครัว) อยู่ในระดับมาก (  = 4.30) ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการเพาะเห็ดจากวิทยากร และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติได้จริง (กิจกรรมการเพาะเห็ด) อยู่ในระดับมาก (  = 4.20) ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในครอบครัวของตนเองได้ (กิจกรรมการแปรรูปอาหาร กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์อบใบเตย) อยู่ในระดับมาก (  = 4.40) ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพ (กิจกรรมตลาดนัดโรงเรียน) อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.50) ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในการอดออม (กิจกรรมออมไม่อด) และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์มากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.70) ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกิจกรรมในโครงการฯ ผู้เรียนมีเงินออมมากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.60) ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ และรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.80) นักเรียนสามาถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลครอบครัวของตนเองได้ อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.10)  และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.00) โดยรวมผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามมาตรฐานและปฏิบัติตนให้ดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในด้านวัตถุ/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/วัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก (  = 4.40) 

Back to top button