การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิด องค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิด
องค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ
ชื่อผู้วิจัย นายโซเฟียน มะเย็ง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
ปีที่วิจัย 2565 – 2566
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครู ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัด การเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ ดำเนินการวิจัยตามรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R & D) แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานได้จากการสังเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบ กลุ่มประชากรโดยการนำรูปแบบการบริหารไปใช้ คือ ครูผู้สอน จำนวน 11 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6 จำนวน 72 คน รวม 83 คน ของโรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 ในปีการศึกษา 2566 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็น แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ คู่มือการใช้รูปแบบการบริหาร แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ Wilcoxon Signed Rank Test และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ พบว่า โดยรวม สภาพปัจจุบัน ครูมีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก อยู่ในระดับมาก (= 3.97, = 0.54) สภาพที่คาดหวัง อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.58 , = 0.49) ความต้องการในการบริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เมื่อจัดลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ 1) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) การออกแบบการเรียนรู้ และ 3) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามลำดับ ผลการศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรูเชิงรุก พบว่า สถานศึกษาส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างครู ผู้บริหาร และผู้เรียน สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีการจัดทำและพัฒนาสื่อ นวัตกรรมการเรียนรู้ที่จำเป็น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมีการนิเทศ ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะแก่ครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ครูสามารถปรับปรุงตนเองและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น
- ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ ที่พัฒนาขึ้น มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) วิธีการดำเนินงาน มี 5 ขั้นตอนตามชื่อ แอสดิฟ โมเดล (ASDIF Model) ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างการรับรู้ (Awareness) ขั้นที่ 2 ขั้นการทบทวนและประเมินตนเอง (Self-Reflection) ขั้นที่ 3 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Debriefing) ขั้นที่ 4 การนำสู่การปฏิบัติ (implementation) และขั้นที่ 5 การติดตามผลการพัฒนา (Follow up) 4) แนวทางการประเมิน และ 5) เงื่อนไขความสำเร็จ ผลการประเมินตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด และคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ สรุปผล ดังนี้
3.1 ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.2 ครูมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัด การเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.52, = 0.49)
- ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบ้านฆอเลาะทูวอ สรุปผล ดังนี้
4.1 ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ระหว่างปีการศึกษา 2565-2566 พบว่า ในปีการศึกษา 2566 คิดเป็นร้อยละ 66.27 สูงกว่าปีการศึกษา 2565 ที่มีคะแนนร้อยละ 63.38 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.56
4.2 ความพึงพอใจของครูต่อการดำเนินงานของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.52, = 0.52)
4.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.51, = 0.53)