การศึกษาผลการจัดประสบการณ์บูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1 (อายุ 3 – 4 ปี)
ชื่องานวิจัย การศึกษาผลการจัดประสบการณ์บูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว
สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1 (อายุ 3 – 4 ปี)
ชื่อผู้วิจัย ดวงใจ ดุดัน
ปีการศึกษา 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 (อายุ 3 – 4 ปี) โดยการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์ โดยให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย – หญิงที่มีอายุระหว่าง 3 – 4 ปี จำนวน 15 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบ้านกลาง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2561 เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว หน่วยการเรียนรู้ปลาน้อยผู้น่ารัก 2) เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว หน่วยการเรียนรู้โลกของแมลง 3) เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว หน่วยการเรียนรู้นกน้อยร่าเริง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์ 2) แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 15 ข้อ ใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One shot case study สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ
สรุปผลการศึกษา ดังนี้
- ผลการทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 อายุ 3 – 4 ปี จำนวน 15 คน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 มีจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 ของจำนวนเด็กปฐมวัยทั้งหมด มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.60 จากคะแนนเต็ม 15 คิดเป็นร้อยละ 84 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
- ผลการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเสริมด้วยแบบฝึกเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 อายุ 3 – 4 ปี มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.60 จากคะแนนเต็ม 15 คิดเป็นร้อยละ 84 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เมื่อจำแนกความสามารถรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีทั้งสูงกว่าและเท่ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนี้ ด้านการสังเกต มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.40 คิดเป็นร้อยละ 88 และด้านการสื่อความหมาย มีค่าคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด เท่ากับ 4.00 คิดเป็นร้อยละ 80 ด้านการจำแนกประเภทมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20 คิดเป็นร้อยละ 84 ตามลำดับ