การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยห่างไกล ยาเสพติดและอบายมุข โดยการใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
นวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICE)
โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
ชื่อผลงาน การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข
โดยการใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
ชื่อเจ้าของผลงาน นางสาวศุภวรรณ ทองลาด ตำแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2
๑. ความสำคัญของนวัตกรรม หรือ ผลงาน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
๑.๑ ความเป็นมาและสภาพปัญหาปัจจุบัน
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน การสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งปรากฏปัญหาให้เห็นมากมายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อันนำมาซึ่งปัญหาครอบครัวที่เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด ส่งผลให้เกิดการปรับตัวที่ไม่เหมาะสมหรืออื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ทดลอง และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ตนเอง อาจพลั้งพลาดและตกเป็นเหยื่อของยาเสพติดและอบายมุขในหลากหลายลักษณะ อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของยาเสพติดนั้นยังคงเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั่วทวีป และแพร่กระจายเป็นวงกว้างในหลากหลายประเทศทั่วโลก จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวข้างต้น กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงที่เราจะต้องเฝ้าระวังทั้งภายในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดรู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กำหนดนโยบายให้ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
ภยันตรายที่มากับยาเสพติดนั้นได้ก่อปัญหาลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะการขยายตัวเข้าไปก่อปัญหาให้แก่นักเรียนในรั้วสถานศึกษามีแนวโน้มเพิ่มมาขึ้นเป็นลำดับ ทำให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะ
ยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่พบเจอภายในสถานศึกษา มีปัญหาของพฤติกรรมที่จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้แก่ ปัญหาชู้สาว ปัญหาการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาการหนีเรียนการทะเลาะวิวาท ปัญหาการติดเกม ปัญหาสื่อโซเชียลลามกอนาจาร ปัญหาติดการพนัน ปัญหาพุ่มเฟือย จากปัญหาที่เกิดในสถานศึกษานำไปสู่ปัญหาระดับชาติที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา คือ ปัญหายาเสพติด ปัญหาชู้สาวการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และอีกมากมายหลากหลายปัญหาที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เราจะต้องเฝ้าระวังทั้งภายในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
โรงเรียนเป็นอีกสถาบันหนึ่ง ที่จะต้องทำหน้าที่เชื่อมต่อจากสถาบันครอบครัว เด็กใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนานมากกว่าบ้าน และอยู่ในช่วงวัยของการเรียนรู้ การเลียนแบบ การจดจำ ดังนั้นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งได้แก่ ครู จะต้องทำหน้าที่ในการถ่ายทอด การอบรมสั่งสอน รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก ชีวิตส่วนใหญ่ของเด็กในปัจจุบันจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนานกว่าในอดีต เด็กมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งที่ดีและไม่ดีจากโรงเรียนมากมาย ดังนั้นสถาบันการศึกษาจึงจะต้องมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญนอกจากจะทำหน้าที่ถ่ายทอดให้ความรู้แล้ว โรงเรียนจะต้องทำหน้าที่เสมือนสถาบันครอบครัวแห่งที่ ๒ ซึ่งจะต้องคอยทำหน้าที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดี ให้ความอบอุ่น ให้คำปรึกษาที่ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชนของชาติ การพัฒนานักเรียน ให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ และสติปัญญา มีความรู้ ความสามารถและคุณธรรม จริยธรรม ดำเนินชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวังโดยผ่านกระบวนการทางการศึกษาทุกแห่ง ต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้เป็น คนเก่ง คนดี มีความสุข นอกจากการดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษา ได้รับกระบวนการเรียนรู้แล้ว การป้องกันและการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จากปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษาที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ร้านเกมส์ การพนัน หนีเรียน ทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เป็นปัญหาสังคมที่ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ต้องเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไข ไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยง
โรงเรียนบ้านหนองบัวพรมเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๒ นักเรียนย้ายติดตามผู้ปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไปไม่มีเวลาดูแลนักเรียนและเปลี่ยนสถานที่ทำงานตามสภาพของเศรษฐกิจในสังคม ส่งผลให้นักเรียนขาดคนดูแลเอาใจใส่และการอบรมบ่มนิสัยจากผู้ปกครอง ทำให้มีปัญหาทางด้านการเรียน ปัญหาครอบครัว ขาดความรักความอบอุ่น ขาดการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองต่อส่วนรวมอยู่ในสังคมที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ทำให้ขาดเกราะป้องกันหรือไม่มีภูมิคุ้มกันในตัวเองรวมไปถึงมีอัตราเสี่ยงในเรื่องการติดเกมส์ โทรศัพท์ ยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ
ในการดำเนินงานตามหลักการและเหตุผลข้างต้น โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้กำหนดแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันปัญหายาเสพติด พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และอุบัติภัย อีกทั้งกำหนดหลักการดำเนินงานหลักๆ ๓ ประการ คือ ๑. พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรในโรงเรียน เพื่อเสริมสร้าง พัฒนาทักษะชีวิตในการสร้างภูมิคุ้มกันในสถานศึกษา ๒. การจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังในสถานศึกษา โดยใช้กิจกรรมทางศาสนา ควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ๓. การแก้ไขปัญหาโดยกำหนดภารกิจงานไว้ชัดเจนในแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมห้องเรียนสีขาว กิจกรรมเดินขบวนรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข กิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมประชาธิปไตย กิจกรรมชุมนุมเสมารักษ์ เป็นต้น
การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข โดยการใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model เป็นกลยุทธ์ที่สถานศึกษาตั้งขึ้นมา มีกิจกรรมต่าง ๆที่หลากหลายภายใต้กลยุทธ์ ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยครูคอยเป็นผู้แนะนำให้คำปรึกษา และมีกิจกรรม องค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ มีการดำเนินงานตามโครงการ เพื่อปลูกฝังผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจภัยของยาเสพติด ปฏิเสธและหลีกเลี่ยงสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิตปัจจุบัน
เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถาบันที่ปลอดยาเสพติดและอบายมุขอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม จึงได้ดำเนินงานตามกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะจัดโครงการ โครงงานและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายภายใต้กลยุทธ์ที่เราตั้งขึ้นมาโดยให้ผลลงสู่นักเรียนโดยตรง ให้นักเรียนสามารถบอกได้ว่าตนเองได้มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด การรู้จักปฏิเสธเมื่อมีคนมาชวน เป็นคนที่รู้จักใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ก่อให้เกิดผลดีทั้งต่อตนเองและผู้อื่นในสังคม ทั้งที่บูรณาการในหลักสูตรสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาโดยจัดกิจกรรมบูรณาการต้านภัยยาเสพติดและอบายมุข ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ใช้ศิลปะเป็นกิจกรรมเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน คือ การป้องกัน ด้านการค้นหา ด้านการรักษา ด้านการเฝ้าระวัง และด้านการบริหารจัดการ อีกทั้งยังให้นักเรียนเป็นสื่อกลางในการเชิญชวนผู้ปกครองให้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านภัยยาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษาและบริเวณชุมชนโดยรอบซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้บริหารคณะครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน นักเรียน เพื่อนนักเรียน ผู้ปกครองและคนในชุมชน
๑.๒ แนวทางในการแก้ปัญหาและการพัฒนา
การดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืนจึงให้มีการดำเนินงาน ๕ มาตรการ ได้แก่ มาตรการการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการบริหารจัดการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ คือ
ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย และ ๒ ไม่ คือ ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่ไล่ออก เป็นแนวทางในการดำเนินงาน
โรงเรียนบ้านหนองบัวพรมได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมทักษะชีวิต เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนภายใต้โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข จึงได้เข้าร่วมโครงการและดำเนินการกิจกรรมเกี่ยวกับโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข แนวทางที่จะนำมาแก้ปัญหา
ยาเสพติดในสถานศึกษานั้น ผู้บริหาร ครูอาจารย์ บุคลากรทุกคนในสถานศึกษา จะต้องสามารถวิเคราะห์ให้ทราบถึงปัญหาให้ได้ทุกมิติและทุกระดับ จัดให้มีระบบการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทุกเรื่องอย่างมีความทั่วถึง กระบวนการแก้ไขควรที่จะมีบุคคลหลายฝ่ายเข้ามาร่วมกัน เช่น ครูที่ปรึกษา กลุ่มเพื่อน และรวมไปถึงบุคลากรอื่นที่มีความสามารถในการที่จะช่วยเหลือนักเรียนได้ การได้รับการสนับสนุนจากชุมชนจะเป็นตัวเชื่อมให้หน่วยงานจากส่วนต่าง ๆ มาเข้าร่วมในการแก้ไขปัญหาให้แก่สถานศึกษาได้ การดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ควรให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมทุกคนในการดำเนินงานโดยมีครูคอยเป็นผู้ชี้นำแนวทางให้การสนับสนุนช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิดในการจัดการเรียนการสอน มีการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้และเข้าใจได้ด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมและเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ให้มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ลงสู่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้สะท้อนออกมาทางด้านความคิดและการแสดงออก ทำให้ผู้เรียนมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน ดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีเหตุและผล
๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๒.๑ จุดประสงค์ของการดำเนินงาน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ในเรื่องของการการส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข โดยการใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายเพื่อ
๑. ส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๒. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนปลอดยาเสพ
ติดและอบายมุข
๓. ส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตและวิธีการป้องกันและห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข
๔. สร้างเครือข่ายและกลไกการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
๕. นำกิจกรรมขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยมีกระบวนการที่เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน
๒.๒ เป้าหมายของการดำเนินงาน
เชิงปริมาณ
ผู้บริหาร ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
เชิงคุณภาพ
ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนมีจิตสานึกร่วมกันในการดาเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และอบายมุข มีสุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสังคม สามารถป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดให้โทษ เรียนรู้วิธีการป้องกันตนเองจากการถูกล่อลวง ข่มเหง รังแก ไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา รู้จักเสียสละ สามารถอยู่ร่วมกันด้วยดีในครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข
๓. ขั้นตอนการดำเนินงาน
๓.๑ การออกแบบผลงาน
โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้ดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และจากปัญหายาเสพติดที่พบเห็น ข้าพเจ้าจึงนำแนวทางการแก้ปัญหา หรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักการในการเลือกแบบที่สัมพันธ์กับปัญหาหรือสิ่งที่จะพัฒนาภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model โดยมีแนวทางในการดำเนินงานและสอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
๑. โรงเรียนและชุมชน ร่วมวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดเพื่อสร้างความตระหนักร่วมกัน ในการระบุปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน
- ศึกษา สร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งมีความตระหนักในปัญหาภัยยาเสพติดที่จะเข้ามาสู่สถานศึกษา และเยาวชนในโรงเรียน โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กรอบกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๓. ศึกษาขั้นตอนและแนวทางการวางแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษา
๔. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร นำปัญหาของยาเสพติดที่ได้จากการวิเคราะห์สสภาพปัจจุบันลงสู่การปฏิบัติ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะทำงานผู้รับผิดชอบ วางแผนจัดกิจกรรม ติดตาม ประเมินผล พร้อมทั้งเสนอแนะปัญหาและอุปสรรค เพื่อนำไปสู่การแก้ไขกิจกรรมที่สอดคล้องภายใต้ NONGBUAPROM Model ให้มีความต่อเนื่อง
๕. จัดสถานที่เป็นศูนย์เรียนรู้โครงการสถานศึกษาสีขาวการปลอดยาเสพติดและอบายมุข คลินิกเสมารักษ์ ครูและนักเรียนร่วมกันจัดสถานที่ที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ได้วางแผนไว้
๖. มีการพัฒนาครู และนักเรียนแกนนำ ให้มีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีการเข้ารับการอบรมตามกิจกรรมที่วางไว้ ภายใต้กรอบแนวคิดกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๗. จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่วางตามแผนงานปฏิบัติงานไว้ร่วมกัน โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูเป็นผู้คอยสนับสนุนให้การดูแลช่วยเหลือแก่นักเรียนระหว่างทำกิจกรรม ให้ดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้
๘. กำกับ ติดตาม ประเมินผล สรุปและรายงานผลการดำเนินงานการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ที่กำหนดไว้ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการออกแบบนวัตกรรม/ผลงานการปฏิบัติงาน
วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และสถานการณ์ ร่วมสร้างความตระหนักร่วมกันและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ในการระบุปัญหาที่เกิดขึ้น
ศึกษาสร้างความรู้ความเข้าใจ
ซึ่งมีความตระหนักในปัญหาภัย
ยาเสพติดที่จะเข้ามาสู่สถานศึกษา และเยาวชนในโรงเรียน โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และตรวจสอบการดำเนินงาน หรือหาสาเหตุของปัญหา
ศึกษาขั้นตอนและแนวทางการวางแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษา
กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
การดำเนินงานปฏิบัติกิจกรรมภายใต้กลยุทธ์ที่วางไว้
แต่งตั้งคณะกรรมการคณะทำงาน ผู้รับผิดชอบ วางแผนจัดกิจกรรม ติดตามประเมินผล พร้อมทั้งเสนอแนะปัญหาและอุปสรรค เพื่อนำไปสู่การแก้ไขให้มีความต่อเนื่อง
จัดสถานที่เป็นศูนย์เรียนรู้โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข คลินิกเสมารักษ์
พัฒนาครูและนักเรียนแกนนำเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด
ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนก่อนและหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการประเมินนักเรียน ตามเครื่องมือวัดผล นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และนำเสนอผลที่ได้
ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปและรายงานผลการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
ที่กำหนดไว้ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนา
จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่วางตามแผนงานปฏิบัติงานไว้ร่วมกัน โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
P
D
C
A
๓.๒ การดำเนินงานตาม (PDCA)
PDCA คือ วงจรที่พัฒนามาจากวงจรที่คิดค้นโดยวอล์ทเตอร์ ซิวฮาร์ท (Walter Shewhart) ผู้บุกเบิกการใช้สถิติสาหรับวงการอุตสาหกรรมและต่อมาวงจรนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อ เอดวาร์ด เดมมิ่ง (W.Edwards Deming) ปรมาจารย์ด้านการบริหารคุณภาพเผยแพร่ให้เป็นเครื่องมือสาหรับการปรับปรุงกระบวนการทางานของพนักงานภายในโรงงานให้ดียิ่งขึ้น และช่วยค้นหาปัญหาอุปสรรคในแต่ละขั้นตอนการผลิตโดยพนักงานเอง จนวงจรนี้เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “วงจรเดมมิ่ง” ต่อมาพบว่า แนวคิดในการใช้วงจร PDCA นั้นสามารถนามาใช้ได้กับทุกกิจกรรม จึงทาให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก PDCA เป็นอักษรนาของศัพท์ภาษาอังกฤษ ๔ คำ คือ
P : Plan = วางแผน
D : DO = ปฏิบัติตามแผน
C : Check = ตรวจสอบ / ประเมินผลและนาผลประเมินมาวิเคราะห์
A : Action = ปรับปรุงดำเนินการให้เหมาะสมตามผลการประเมิน
ขั้นวางแผน ( P : Plan) ส่วนนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของวงจร การวางแผนเป็น
จุดเริ่มต้นที่ดีของการดำเนินงาน และเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การทำงานในส่วนอื่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีการดำเนินการ ดังนี้
๑. โรงเรียนและชุมชน ร่วมวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดเพื่อสร้างความตระหนักร่วมกันและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ในการระบุปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน
- ศึกษา สร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งมีความตระหนักในปัญหาภัยยาเสพติดที่จะเข้ามาสู่สถานศึกษา และเยาวชนในโรงเรียน โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๓. เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และตรวจสอบการดำเนินงาน หรือหาสาเหตุของปัญหา
๔. ศึกษาขั้นตอนและแนวทางการวางแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษา
๕. กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ที่จะส่งผลให้ผู้เรียนได้รับสิ่งต่าง ๆ จากกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย
N : Networking (สร้างเครือข่าย) หมายถึง การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นหรือชุมชน เพื่อเป็นการร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม มีการสร้างเครือข่ายและทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานอื่นและผู้นำชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบัวพรม สถานีตำรวจภูเขียว วัดบัวลอย และโรงเรียนในเครือข่าย เป็นต้น
O : Observe (การสังเกต) หมายถึง การดำเนินงานของครูที่ปรึกษา กรรมการฝ่ายสารวัตร มีส่วนเกี่ยวข้องในการสังเกต ตรวจสอบคัดกรองด้านพฤติกรรมของนักเรียนในห้อง ผ่านกระบวนการคัดกรองนักเรียน เก็บรวบรวม ข้อมูลของนักเรียน ข้อมูลของแบบสำรวจต่าง ๆ และเป็นการนำนวัตกรรมและวิธีการแก้ปัญหาไปใช้
N : Nature (เป็นธรรมชาติ) หมายถึง การดำเนินงานตามกิจกรรมหรือโครงการ หรือทุกกระบวนการ
ในการดำเนินงานต้องปล่อยให้เป็นไปตามบทบาท หน้าที่ ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน หรือให้เป็นไปตามความสามารถ หรือตามธรรมชาติของแต่ละคน ได้แก่การดำเนินกิจกรรมห้องเรียนสีขาวของแต่ละห้องย่อมมีความสามารถที่แตกต่างกัน
G : Group (กิจกรรมกลุ่ม) หมายถึง การดำเนินการในหลักการต้องการให้กลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มแกนนำ ในทุกระดับถ่ายทอดความรู้ ตักเตือน กระตุ้นเตือนเพื่อนนักเรียนด้วยกัน จึงเป็นภารกิจกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือดำเนินการในสถานศึกษา เพื่อรวมกลุ่มดูแลช่วยเหลือให้คำปรึกษาปัญหาการเรียนมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ที่จะช่วยให้มีความสามัคคีและลดปัญหาการหนีเรียน การดูแลช่วยเหลือการงานร่วมกัน การเฝ้าระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
B : Benchmarking (การแลกเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติ) หมายถึง การดำเนินการแลกเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการนำไปพัฒนาและสร้างระบบ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อบายมุข ปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา โดยจัดกิจกรรม เช่น แลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติกับผู้ปกครอง ชุมชน เครือข่ายโรงเรียนสถานศึกษาสีขาว ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ โดยดำเนินกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เพจโรงเรียน ป้ายประชาสัมพันธ์ หนังสือเชิญหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ เผยแพร่ต่อสาธารณชน ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ
U : Unity (เป้าหมาย) หมายถึง การดำเนินกิจกรรมโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ภายใต้กลยุทธ์ของ NONGBUAPROM Model นั้น เป็นการดำเนินงานที่มีการร่วมมือกันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู บุคลากรภายในโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือกันอย่างสามัคคีเป็นการส่งผลให้โรงเรียนดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย
A : Activity (กิจกรรม) หมายถึง กิจกรรมที่ทางโรงเรียนได้ส่งเสริมเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการนอกจากการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนกิจกรรมประจำวัน เช่น เวรรับผิดชอบห้องเรียน ห้องน้ำ พื้นที่รับผิดชอบและการเทขยะ เพื่อเป็นการปลูกฝังความรับผิดชอบและความสามัคคีให้กับนักเรียนแต่ละห้อง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถ ตามความถนัดของนักเรียนแต่ละคน เช่น กีฬาต้านยาเสพติด กิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ กิจกรรมวันภาษาไทย เป็นต้น
P : Public Mind (จิตสาธารณะ) หมายถึง การปลูกฝังให้นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมมีจิตอาสามีจิตสาธารณะ เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว รู้จักคิดตอบแทนแผ่นดินเกิด โดยทุกกิจกรรมหรือโครงการจะต้องมีการวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายด้านคุณภาพให้นักเรียนเป็นคนมีจิตอาสา จิตรสาธารณะ ชอบช่วยเหลือบุคคลอื่นหรือชอบให้ความร่วมมือกับชุมชน
R : Reflect (การสะท้อนผล) หมายถึง การนำผลการดำเนินงานทุกกิจกรรม ทุกโครงการ มาสะท้อนความคิดที่ได้จากข้อค้นพบความคิดที่ได้เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนาต่อไป ซึ่งเป็นการทบทวนวิธีการทั้งด้านความสำเร็จ และปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการทำกิจกรรม เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงได้จัดกิจกรรม เพื่อร่วมมือกันของนักเรียน ครู ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานที่ร่วมมือ ผู้นำชุมชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน ซึ่งในขั้นตอน นี้รวมถึงการสรุปผลและรายงานผลการดำเนินงานด้วยเพื่อนำไปพัฒนาหรือขยายผลต่อไป
O : Opportunity (มีโอกาสเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ) หมายถึง การได้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความแปลกใหม่ตามความทันสมัยของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ มีโอกาสเลือกว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมใดตามความสนใจ และรวมไปถึง ถ้าหากมีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผู้นั้นก็สามารถได้รับโอกาสภายในสถานศึกษาได้เช่นกัน
M : Moral (คุณธรรม) หมายถึง การปลูกฝังนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ให้เป็นคนที่มีคุณธรรม มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะ เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ผ่านกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวของกับ การดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ได้แก่ โครงการส่งเสริมผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และค่านิยมที่ดี โครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมสวดมนต์ประจำสัปดาห์ กิจกรรมทำบุญวันสำคัญทางศาสนาร่วมกับชุมชน เป็นต้น
ขั้นการปฏิบัติงานตามแผน (D : Do) เป็นการลงมือปฏิบัติงาน โดยในการดำเนินงานผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมภายใต้กลยุทธ์ที่วางไว้ ซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ แนวทางการจัดกิจกรรม ได้แก่
๑. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร นำปัญหาของยาเสพติดที่ได้จากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันลงสู่การปฏิบัติ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะทำงานผู้รับผิดชอบ วางแผนจัดกิจกรรม ติดตาม ประเมินผล พร้อมทั้งเสนอแนะปัญหาและอุปสรรค เพื่อนำไปสู่การแก้ไขกิจกรรมที่สอดคล้องภายใต้ NONGBUAPROM Model ให้มีความต่อเนื่อง
๒. จัดสถานที่เป็นศูนย์เรียนรู้โครงการสถานศึกษาสีขาวการปลอดยาเสพติดและอบายมุข คลินิกเสมารักษ์ ครูและนักเรียนร่วมกันจัดสถานที่ที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ได้วางแผนไว้
๓. พัฒนาครูและนักเรียนแกนนำเข้ารับการอบรมความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อนำมาขยายผลให้แก่เพื่อนในโรงเรียน
๔. จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่วางตามแผนงานปฏิบัติงานไว้ร่วมกัน โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูเป็นผู้คอยสนับสนุนให้การดูแลช่วยเหลือแก่นักเรียนระหว่างทำกิจกรรม ให้ดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้
ขั้นการตรวจสอบ (C : Check) หมายถึง การตรวจสอบดูว่าเมื่อได้ลงมือปฏิบัติงานตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ หรือการแก้ปัญหางานตามแผนงานแล้ว มีผลลัพธ์อย่างไรบ้าง สภาพปัญหาได้รับการแก้ไขตรงตามเป้าหมายที่สถานศึกษาตั้งไว้หรือไม่นั้น ได้ดำเนินการดังนี้
๑. จัดทำเครื่องมือประเมินผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
๒. ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียนก่อนและหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการ ประเมินนักเรียน ตามเครื่องมือวัดผล
๓. นำข้อมูลที่ได้มา วิเคราะห์และนำเสนอผลที่ได้จากการใช้วิธีการหรือกิจกรรมในการแก้ปัญหานั้น ๆ
ขั้นการดำเนินการให้เหมาะสม (A : Action) เป็นการสะท้อนผลการดำเนินงานตามสภาพจริง (Reflection) โรงเรียนคุณภาพต้องมีการพัฒนานวัตกรรมการบริหารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและคุณภาพของผู้เรียน อย่างต่อเนื่อง ได้ดำเนินการดังนี้
ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปและรายงานผลการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ที่กำหนดไว้ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีแนวคิดกว้างขวาง และมีการประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะ
๓.๓ ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
๑. ในการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model นั้นเป็นมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาบรรลุผลตามที่คาดหวัง
๒. เป็นการจัดกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับ หลักสูตรสถานศึกษา ในเรื่องการป้องกันและหลีกเลี่ยง ปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยาเสพติด และความรุนแรง ผู้เรียนได้รับประสบการณ์และมีทักษะ
๓. เป็นการดูแลช่วยเหลือ ป้องกัน แก้ไขปัญหา ไม่ให้นักเรียนไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยการมีส่วน
ร่วมของทุกฝ่าย
๓.๔ การใช้ทรัพยากร
งบประมาณประจำปีในแต่ละปีตามแผนงานโครงการของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม โดยใช้จ่ายแบบถัว จ่ายในโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมในแผนปฏิบัติการ
๔. ผลการดำเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๑ ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์
จากการกำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวฯ และจัดกิจกรรมภายใต้
กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายคือ
จากวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ นักเรียนของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมทุกคนปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
จากวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้นักเรียนปลอดภัยจากยาเสพติดและอบายมุขขับเคลื่อนการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
จากวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ นักเรียนทุกคนมีทักษะชีวิตและรู้วิธีการป้องกันยาเสพติดและอบายมุข
จากวัตถุประสงค์ข้อที่ ๔ ทางโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมได้สร้างเครือข่ายกับภาคีอื่น เพื่อสร้างการ
ขับเคลื่อนการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
จากวัตถุประสงค์ข้อที่ ๕ การปฏิบัติกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่หลากหลาย มีผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๔.๒ ผลสัมฤทธิ์ของงาน
จากการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวฯ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ของโรงเรียน
บ้านหนองบัวพรมได้ดำเนินการอย่างเนื่อง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๐ ผลการป้องกันปัญหายาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม พบกว่า การดำเนินงานตามมาตรการทั้ง ๕ มาตรการ ซึ่งทางโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา สถานีตำรวจอำเภอภูเขียว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบัวพรม ที่ร่วมกันรับผิดชอบปัญหาด้านการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด และเครือข่ายป้องกันและแก้ใขปัญหายาเสพติดมาทำการสุ่มตรวจคัดกรองนักเรียนบ้านหนองบัวพรม ซึ่งมีผลการตรวจนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมทุกคนปลอดยาเสพติดและอบายมุขคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
๔.๓ ประโยชน์ที่ได้รับ
๑. โดยได้รับความร่วมมือและเป็นเครือข่ายร่วมกันจากระดับต่าง ( ทั้งภาครัฐ ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา ผู้ปกครองนักเรียนในการร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
- 2. นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้แนวทางการใช้ทักษะชีวิตและวิธีการป้องกันยาเสพติดและอบายมุข เพื่อดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย
๓. นักเรียนรู้จักการใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการทางสังคม โดยครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น ครูเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้คอยชี้แนะ ให้ความรักความเอาใจใส่แก่นักเรียน ในการแก้ไขปัญหาและสามารถดำเนินกิจกรรมห้องเรียนสีขาวได้อย่างมีคุณภาพ
๔. นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมได้เรียนรู้แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหายาเสพติดแบบมีส่วนร่วมตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ฯ ภายใต้กรอบของกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๕. ปัจจัยความสำเร็จ
โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมส่งเสริมให้นักเรียน ปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยใช้รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข มีการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข มีจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกับหน่วยงาน/องค์กรอื่น ๆจนเป็นที่ยอมรับ จากการศึกษาแนวทางการเฝ้าระวังและป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดผู้เรียนเข้าใจบทบาทหน้าที่ในภารกิจและดำเนินงานอย่างจริงจัง ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าการนำการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) “การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข โดยการใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model” นั้น มีประสิทธิภาพจนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ เนื้อหาของกิจกรรมจะจัดให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยครูเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและดูแลนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อนักเรียนและพร้อมที่จะพัฒนานักเรียนในทุก ๆด้าน ผู้บริหารมีการบริหารจัดการที่ดี มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลส่งเสริมการส่วนร่วมในการปฏิบัติงานทุกกิจกรรมและนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้แก่ชุมชนและบุคคลอื่นต่อไปได้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้ความร่วมมือจากฝ่ายต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งภาครัฐและภาคีเครือข่าย ทำให้สามารถดำเนินงานได้ประสบผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพมีพัฒนาการและผลงานที่มีความต่อเนื่องตลอดมา ได้แก่
๑. ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา ชุมชน มีความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาภัยยาเสพติดที่จะเข้ามาลุกลามในสถานศึกษา โดยการจัดโครงการและกิจกรรมภายใต้ กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model
๒. โรงเรียนบ้านหนองบัวพรมได้รับการสนับสนุน ติดตาม ตรวจเยี่ยม การดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model มีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทำให้บุคลากรภายในโรงเรียนมีกำลังใจในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น
๓. ครูทุกคนเปิดใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลนักเรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดอย่างอิสระ มีการดำเนินงานด้วยวิธีการหรือรูปแบบที่ชัดเจน สนับสนุน และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ซึ่งกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
๔. การให้การสนับสนุน จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๒ โดย นายมนัส
เจียมภูเขียว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๒ ณ ขณะนั้น และนางสาวทุเรียน สิงห์โคกกรวด นักวิชาการชำนาญการพิเศษ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๒ ที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำ ทำให้ผู้จัดทำมีทักษะประสบการณ์และแนวทางการทำงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
๕. การได้รับการสนับสนุนด้านวิทยากรการฝึกอบรม ซึ่งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบัวพรม
เจ้าอาวาสจากวัดบัวลอย และสถานีตำรวจภูธรอำเภอภูเขียว ที่สนับสนุนด้านวิทยากรในการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม
๖. ว่าที่ร้อยตรีสะไกร โสมาศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม คณะกรรมการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำ
ศาสนา สถานีตำรวจ และคณะครู ที่เห็นชอบแต่งตั้งผู้รับผิดชอบและคณะทำงาน อีกทั้งยังสนับสนุนงบประมาณในการปฏิบัติงาน
๗. นักเรียนร่วมกันดำเนินกิจกรรมตามความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ มีแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่และมีความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายต่อไป
๘. มีกระบวนการติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์และอภิปรายผล การนำข้อมูลที่ได้จากการประเมิน
การดำเนินโครงการกิจกรรม ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ร่วมกันระหว่างผู้บริหารครูและนักเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีแนวความคิดที่กว้างขวางขึ้น
๖. บทเรียนที่ได้รับ
๖.๑ ข้อสรุป
การดำเนินการจัดโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ผู้บริหาร ครูบุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง หรือผู้เกี่ยวข้อง ที่ได้ดำเนินงานตามโครงการหรือกิจกรรมเมื่อเข้าใจวิธีการดำเนินงาน ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ไปปรับใช้ในโรงเรียนหรือองค์กรอื่นได้อีกมากมายที่มีความสอดคล้องกันกับวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงวัยของผู้เรียน เนื้อหาสารถสภาพปัญหาปัจจุบัน ตลอดจนอุปสรรคที่จำเป็นต่อการแก้ไขและพัฒนาที่ผู้สอนต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนได้รู้จักคิดปฏิบัติและแก้ไขได้ด้วยตนเอง การทำงานเป็นทีมและคณะ การมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันในการดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ความร่วมมือร่วมใจ การเอาใจใส่ การเสียสละ ของผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน ส่งผลให้โครงการประสบผลสำเร็จได้ผลงานที่มีคุณภาพ
ในการจัดกิจกรรมโครงการภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ได้เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้และเข้าใจตนเองและยอมรับผู้อื่น คณะครูและบุคลากรในโรงเรียนทุกคนควรใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ เพื่อค้นคิดหาวิธีการใหม่ๆ และพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่ย่อท้อ เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรค ปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานอยู่เสมอ ดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จโดยเน้นกิจกรรมที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้เวลาว่างให้มีความสนุกสนานในการดำเนินกิจกรรมจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ไขตนเอง การแก้ปัญหายาเสพติดและอบายมุข ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อาศัยความร่วมมือร่วมใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันดูแล สอดส่อง ปกป้อง คุ้มครองนักเรียน รวมทั้งให้การสนับสนุนนักเรียนในการทำกิจกรรมด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่ มุ่งเน้นผลประโยชน์ที่เกิดแก่ผู้เรียนเป็นสำคัญ
๖.๒ ข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะ และข้อควรระวังในการนำผลงานไปประยุกต์ใช้
๑) ควรนำผลการประเมินกิจกรรมมาวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดด้อย รวมทั้งความสำเร็จและอุปสรรคเทียบเคียงเพื่อปรับปรุงพัฒนาการดาเนินงานต่อไป
๒) ผู้รับผิดชอบกิจกรรม ควรนำรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการไปประยุกต์ใช้ โดยปรับให้เหมาะสม
กับสภาพบริบทของโรงเรียน เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียนในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
๓) ควรนำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูล เพื่อการวางแผนพัฒนาผู้เรียนให้เชื่อมโยงกับการพัฒนางาน
ฝ่ายต่าง ๆ ของโรงเรียน เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต่อไป
๔) สร้างความเข้าใจอันดีในบรรยากาศที่เป็นมิตรระหว่างครูกับนักเรียนและผู้ปกครองส่งผลให้เกิด
ความผูกพัน ความร่วมมือ และเกิดประสิทธิภาพการดำเนินงาน
๕) ควรจัดกิจกรรมที่เน้นการประสานงานกับผู้ปกครองและชุมชนให้มากขึ้น พัฒนาระบบเพื่อดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนให้ปลอดจากยาเสพติด เหล้า บุหรี่ อบายมุข พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ที่เป็นสิ่งมัวเมาทั้งหลายและปัญหาอุบัติภัยอย่างต่อเนื่อง
๖) ศึกษาสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้คนในชุมชนเกิดความเข้าใจและเห็นคุณค่า
การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา จากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน หรืออำนวยความสะดวกประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ชุมชนได้มีบทบาทอย่างเต็มที่ในการมีส่วนร่วม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและของคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง
๖.๓ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อนำผลงานไปประยุกต์ใช้
การนำผลงานกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model นั้นต้องคำนึงถึง
๑. ต้องตระหนักถึงและเห็นความสำคัญของผลงานไปใช้ประโยชน์
2. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่เป็นรูปธรรมให้ชัดเจน ว่าจะต้องนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดด้านหนึ่งได้บ้าง หรือ และต้องเป็นประเด็นที่สนใจในขณะนั้น
๓. สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้กับกลุ่มเป้าหมาย
๔. ควรมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ด้วยการฝึกอบรม ประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือร่วมงานกับหน่วยงานอื่นทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
๕. ควรเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชน
๖. เมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ควรร่วมกันเสนอแนะแนวทางและวิพากษ์การดำเนินกิจกรรมด้วยเหตุและผล พร้อมทั้งให้เสนอแนะ
๗. ควรทำบทสรุปสำหรับผู้ที่มีข้อเสนอแนะ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
๖.๓ แนวทางการพัฒนาให้ประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น
๑. มุ่งมั่นตั้งใจในการที่จะพัฒนาตนเองได้ ต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องมีความเชื่อว่าศักยภาพของตนเองนั้นสามารถพัฒนาขึ้นได้ และทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ ไม่ย่อท้อเมื่อเจออุปสรรค แล้วต้องตั้งใจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต้องมีวินัยไม่ทอดทิ้งคณะทำงานก่อนที่จะดำเนินงานสำเร็จ
๒. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายเพื่อเป้าหมายจะช่วยให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความสุข จะเห็นได้ว่าหลายกิจกรรมไม่ได้ทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องอาศัยพึ่งพาความรู้ ความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสมอ การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่สามารถประสานงาน ควรเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักใช้คำพูดที่เหมาะสมและควรใช้ประโยคขอร้องแทนประโยคคำสั่ง ที่สำคัญคือต้องรู้จากกาลเทศะ ควรเลือกเวลาที่เหมาะต่อการเข้าไปขอความช่วยเหลือ
๓. การทำงานเป็นทีม เป็นการทำงานร่วมกันการรวมตัวของกลุ่มคนด้วยความสามัคคี ความรักความเข้าใจต่อเด็กและองค์กร ทั้งของผู้บริหารนวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICE) โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข คณะครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนา โดยร่วมกันทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย มีการวางแผนที่มีจุดมุ่งหมายในการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ผ่านการวิเคราะห์อย่างมีระบบและได้การยอมรับจึงจะสามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
๔. ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ การหาความรู้เพิ่มเติมจะช่วยให้ได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการหาความรู้เพิ่มเติมแต่เราสามารถหาความรู้ในด้านอื่น ๆ ที่เรายังไม่รู้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมตามหลักวิชาการหรือแม้แต่การทดลอง ลองผิดลองถูกเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่ไผ่หาความรู้อยู่เสมอ อ่านให้มากฟังให้มาก คิดให้มากและจดให้มาก
๕. ตั้งเป้าหมายในการทำงาน เป็นปลายทางที่ต้องให้ไปถึงไม่ว่าจะในชีวิตการทำการหรือในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายในการทำงานนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน เพราะในการบริหารงานใด ๆ ก็ตามมักจะเน้นที่ความสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้หรือกำหนดไว้ไม่ว่าจะกำหนดเอาไว้ในรูปแบบใดก็ตาม ถ้าทำงานแบบมีเป้าหมายว่างานแต่ละอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบมีเป้าหมายของความสำเร็จอยู่ ณ จุดใดภายในเวลาเท่าใด ความชัดเจนของงานหรือการกำหนดแผนการปฏิบัติงานย่อมอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ หรือทำงานไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทางของความสำเร็จ
๖. การทำงานเป็นทีม เป็นการทำงานร่วมกัน การรวมตัวของกลุ่มคนด้วยความสามัคคีความรักความเข้าใจต่อเด็กและองค์กร ทั้งของผู้บริหารนวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (BEST PRACTICE) โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข คณะครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนา โดยร่วมกันทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย มีการวางแผนที่มีจุดมุ่งหมายในการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพผ่านการวิเคราะห์อย่างมีระบบและได้การยอมรับ จึงจะสามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
๗. มีความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นสิ่งใหม่ การพัฒนาตนให้เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการอ่านหนังสือ หรือคันหาข้อมูลที่สร้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญ ต้องกล้าจะลงมือ กล้าจินตนาการ โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
๘. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
๗. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
๗.๑ การเผยแพร่ผลงาน
การเผยแพร่ผลงาน มีทั้งประโยชน์โดยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งนั่นก็คือ การได้เผยแพร่องค์ความรู้
วิชาการที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมตามกลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ให้แก่ผู้สนใจ ตลอดจนบุคคลทั่วไปและเมื่อเผยแพร่ไปในวงกว้างแล้วและตรงกับกลุ่มคนที่ต้องการข้อมูลดังกล่าว ความรู้ที่ทางโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมเผยแพร่นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานปรับปรุงพัฒนาต่อยอดกิจกรรมหรือโครงการอื่นต่อได้ ในการเผยแพร่การปฏิบัติงานที่เป็นเลิศการส่งเสริมให้นักเรียนปลอดยาเสพติดและอบายมุข ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model รูปแบบกิจกรรมที่ดำเนินการและผลสำเร็จของงาน ข้าพเจ้าได้ทำการเผยแพร่ในช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
- ทางเอกสาร ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ แผ่นพับ นำเสนอการดำเนินงาน ผลงานเพื่อบริการแก่ผู้ที่
สนใจนำไปศึกษาและปรับใช้
- เผยแพร่โดยการจัดกิจกรรมการเยี่ยมชมนิทรรศการ ดำเนินงานกิจกรรมการดำเนินงานภายใต้
กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ในโรงเรียนบ้านหนองบัวพรมนั้น โดยได้รับเกียรติจากกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายที่ได้ร่วมมือกับขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวร่วมกันประกอบด้วย คณะผู้บริหาร ครูและนักเรียนแกนนำโรงเรียนบ้านสีปลาด และคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนแกนนำโรงเรียนบ้านหัวหนอง คณะผู้บริหาร ครูและนักเรียนแกนนำโรงเรียนบ้านมูลกระบือ ที่ได้เข้ามาร่วมชมการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศการส่งเสริมนักเรียนให้ปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยใช้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ในปีการศึกษา ๒๕๖๕
๓. ดำเนินการเผยแพร่การดำเนินงานที่กว้างขวางยิ่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ผ่านเว็บเพจของโรงเรียนบ้านหนองบัวพรม http://www.facebook.com/ nongbuaprom01
๗.๒ การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
จากการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้กลยุทธ์ NONGBUAPROM Model ที่ทำให้โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้รับการยกย่องเป็นองค์กรที่ดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ผู้บริหาร ครูและโรงเรียนได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลและองค์กรที่ดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดสมควรแก่การยกย่อง ได้แก่
๗.๒.๑ โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับเงิน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ เดือน ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๑
๗.๒.๒ นายกีรติ บุญประภาส ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับเงิน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด
ยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ เดือน ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๑
๗.๒.๓ นางจรีรัตน์ แนวถาวร ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับเงิน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด
ยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ เดือน ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๑
๗.๒.๔ โรงเรียนบ้านหนองบัวพรม ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับทอง โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓
๗.๒.๕ นายกีรติ บุญประภาส ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับทอง โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด
ยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓
๗.๒.๖ นางจรีรัตน์ แนวถาวร ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ดีเด่นระดับทอง โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด
ยาเสพติดและอบายมุข มอบเกียรติบัตร ให้โดยกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓