รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้เกมการศึกษา ๒. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ๓. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา กลุ่มเป้าหมาย ๑. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านนาจวก จำนวน ๑๙ คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ๑. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา ๒. แบบประเมินผลทักษะการอ่านและการเขียน ๓. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ” ผลปรากฎว่า
๑. นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่านและการเขียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างชัดเจน โดยนักเรียนสามารถอ่านคำพื้นฐาน อ่านสะกดคำ เขียนคำได้ถูกต้อง และมีความคล่องแคล่วในการใช้ภาษาเพิ่มขึ้น
๒. ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษาสามารถช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓. ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น กล้าแสดงออก มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม และสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ดี ส่งผลให้บรรยากาศในการจัดการเรียนรู้เป็นไปอย่างสนุกสนานและเอื้อต่อการเรียนรู้
๔. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เนื่องจากกิจกรรมมีความน่าสนใจ สนุกสนาน และช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
โดยสรุป การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษาเป็นแนวทางที่สามารถพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดี