เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา
ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนสตรีพังงา
ผู้ประเมิน ดร.ณัฐญาพร เสวตานนท์
ปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการการบริหารสถานศึกษา โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ การบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา 3) เพื่อน า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา ไปทดลองใช้ 4) เพื่อประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา โดยที่การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ด าเนินการวิจัยด้วย ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มเป้าหมายและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากร ผู้ปกครอง ผู้น าชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง และนักเรียน โรงเรียนสตรีพังงาใช้วิธีการสุ่มแบบโควตา เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน และแบบสอบถาม ด าเนินการรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ และการแจกแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ ด าเนินการวิเคราะห์ด้วยการจัดหมวดหมู่ และการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลการวิจัย พบว่า
1) ปัญหาการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา ประกอบด้วย (1) ปัญหาการมีส่วนร่วม
(2) ปัญหาการสร้างเครือข่าย (3) ปัญหาด้านประสิทธิภาพครูผู้สอน (4) ปัญหาด้านการประเมินผลงาน ครูผู้สอน และ (5) ปัญหาด้านครูสอนภาษาต่างประเทศ ส่วนความต้องการรูปแบบการบริหารพบว่ามีดังนี้
(1) การมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ (2) ภาคีเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง (3) กระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพ
ของครู (4) กระบวนการประเมินที่มีประสิทธิภาพ และ (5) การบริหารจัดการด้านอัตราก าลัง
2) รู ปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนสตรีพังงา ด้วย “STP Community Model” ประกอบด้วย (1) การสร้างการมีส่วนร่วม
(2) การสร้างภาคีเครือข่าย (3) การพัฒนาทุนมนุษย์ (4) การประเมิน และ (5) การบริหารจัดการ ด้านอัตราก าลัง ส่วนการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาฯ พบว่า ความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความถูกต้องอยู่ในระดับมาก
- คณะครูและบุคลากร มีความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชน เป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงาในภาพรวมในระดับมาก 𝜇 = 25 ส่วนความพึงพอใจ
ต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา อยู่ในระดับมากเช่นกัน 𝜇 = 4.34
- ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของครูในโรงเรียนสตรีพังงาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดย
𝑥̅ = 4.22 และผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ รวมทั้ง ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-net) ในปีการศึกษา 2563 สูงกว่าปีการศึกษา 2562 และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ภายหลังการปฏิบัติงาน ตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสตรีพังงา พบว่า มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ค าส าคัญ: รูปแบบ การบริหารสถานศึกษา ชุมชน การมีส่วนร่วม