
การสอบบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพราชการในระดับท้องถิ่น โดยในปี 2568 มีผู้สมัครสอบกว่า 438,277 คน แข่งขันในตำแหน่งต่างๆ ทั้งประเภททั่วไป วิชาการ และครูผู้ช่วย บทความฉบับนี้นำเสนอการศึกษาวิจัยแนวข้อสอบท้องถิ่นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่โครงสร้างการสอบ เนื้อหาที่ออกสอบ การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ไปจนถึงเทคนิคการเตรียมตัว เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบในปี 2568-2569
โครงสร้างการสอบท้องถิ่น: เข้าใจระบบการทดสอบ
การสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 3 ภาคหลัก ซึ่งผู้สมัครสอบทุกคนต้องผ่านเกณฑ์ในแต่ละภาคตามที่กำหนด โดยแต่ละภาคมีวัตถุประสงค์และรูปแบบการทดสอบที่แตกต่างกัน
ภาค ก – ความรู้ความสามารถทั่วไป มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน เป็นการสอบด้วยข้อสอบปรนัยที่ทดสอบความรู้พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเป็นข้าราชการ แบ่งเป็น 4 วิชาหลัก ได้แก่ ความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล (30 คะแนน) ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (30 คะแนน) ภาษาไทย (20 คะแนน) และภาษาอังกฤษ (20 คะแนน) เกณฑ์การผ่านภาคนี้คือต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 หรือ 60 คะแนน โดยวิชาภาษาอังกฤษต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือ 10 คะแนน
ภาค ข – ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน เป็นการสอบด้วยข้อสอบปรนัยที่ทดสอบความรู้เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัครสอบ เช่น หากสมัครตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน จะสอบเกี่ยวกับการวางแผนยุทธศาสตร์ การจัดทำงบประมาณ ส่วนตำแหน่งนักวิชาการศึกษาจะสอบเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน เกณฑ์การผ่านภาคนี้คือต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 หรือ 60 คะแนน
ภาค ค – ความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน เป็นการประเมินบุคคลผ่านการสัมภาษณ์และการพิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน เพื่อประเมินความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน บุคลิกภาพ ทัศนคติ จริยธรรม และความสามารถในการปรับตัว เกณฑ์การผ่านภาคนี้คือต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 หรือ 60 คะแนน และจะมีสิทธิเข้าสอบภาคนี้เฉพาะผู้ที่สอบผ่านภาค ก และภาค ข เท่านั้น
การจัดสอบในปี 2568 จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยสอบภาค ก ในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. และสอบภาค ข ในช่วงเวลา 13.00-15.30 น. ณ ศูนย์สอบในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศทั้ง 10 เขต
แนวข้อสอบภาค ก: วิเคราะห์เนื้อหาและแนวทางการศึกษา
วิชาความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล (30 คะแนน)
วิชานี้ทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเชิงตรรกะ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานราชการ แนวข้อสอบที่ออกบ่อยประกอบด้วยหลายรูปแบบ
อนุกรมตัวเลขและรูปแบบ เป็นข้อสอบที่ออกบ่อยมากและมีน้ำหนักคะแนนสูง โดยจะให้ลำดับตัวเลขหรือรูปภาพที่มีความสัมพันธ์กัน แล้วให้หาตัวถัดไป เช่น 2, 4, 6, 8, ? หรือ 1, 4, 9, 16, ? ผู้สอบต้องวิเคราะห์รูปแบบและความสัมพันธ์ของตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หาร หรือการยกกำลัง สำหรับอนุกรมภาพ จะเป็นการหารูปแบบที่สัมพันธ์กันของรูปเรขาคณิต การหัน การเลื่อน การเพิ่มลด จำนวนองค์ประกอบ
คณิตศาสตร์เชิงตรรกะ ทดสอบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เช่น การคำนวณร้อยละ อัตราส่วน ความน่าจะเป็น การคำนวณระยะทาง เวลา ความเร็ว รวมถึงโจทย์ปัญหาเชิงตรรกะที่ต้องใช้การวิเคราะห์และหาความสัมพันธ์ ข้อสอบประเภทนี้มักจะใช้เวลาในการคิดคำนวณค่อนข้างมาก จึงควรฝึกทำจนเกิดความชำนาญ
การสรุปความจากข้อความหรือบทความ เป็นทักษะที่สำคัญมากในการทำงาน โดยจะให้บทความหรือข้อความสั้นๆ แล้วให้เลือกใจความสำคัญหรือข้อสรุปที่ถูกต้อง ผู้สอบต้องสามารถจับประเด็นหลักได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่ตีความเกินหรือขาดความหมายไป
การวิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ โดยจะให้ข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วให้วิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ หรือแนวทางการแก้ไข ผู้สอบควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์บ้านเมืองอย่างสม่ำเสมอ
การหาแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลง มักให้ข้อมูลในรูปแบบตาราง กราฟ หรือแผนภูมิ แล้วให้ตีความหรือหาแนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้น ต้องสามารถอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติได้อย่างถูกต้อง
ตรรกศาสตร์และการให้เหตุผล ทดสอบความสามารถในการหาข้อสรุปที่ถูกต้องจากข้อมูลที่ให้มา โดยใช้หลักตรรกะ เช่น การหาข้อความที่สรุปได้จากข้อความที่กำหนด หรือการหาข้อผิดพลาดในการให้เหตุผล
วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (30 คะแนน)
วิชานี้เป็นวิชาที่มีน้ำหนักคะแนนสูงเท่ากับวิชาความสามารถในการวิเคราะห์ และถือว่าเป็นวิชาหลักที่ต้องเน้นศึกษาอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นการทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติราชการท้องถิ่น ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายที่ออกสอบจาก 10 ฉบับเป็น 13 ฉบับ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กฎหมาย 13 ฉบับที่ต้องศึกษา:
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ต้องศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐ หน้าที่ของพลเมือง สิทธิและเสรีภาพ
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโครงสร้างการบริหารราชการ อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ
- พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโครงสร้างองค์กร องค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ของ อบจ.
- พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 กำหนดโครงสร้าง ประเภทเทศบาล (เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร) อำนาจหน้าที่
- พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโครงสร้าง องค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ของ อบต. และสภาตำบล
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดการบริหารงานของเมืองพัทยาซึ่งมีฐานะพิเศษ
- พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดการกระจายอำนาจและภารกิจจากส่วนกลางสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การบรรจุ โยกย้าย เลื่อนขั้น การลา
- พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 กำหนดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดเกี่ยวกับการจัดทำหนังสือราชการ การร่าง การลงนาม การส่ง ประเภทของหนังสือราชการ
- เจตคติและคุณธรรม จริยธรรมของข้าราชการ (เพิ่มใหม่ในปี 2568) เน้นเรื่องจรรยาบรรณข้าราชการ คุณธรรม จริยธรรมที่พึงประพฤติ หลักธรรมในการทำงาน
- ประวัติศาสตร์ชาติไทย สถาบันหลักของชาติ และหน้าที่พลเมือง (เพิ่มใหม่ในปี 2568) เน้นเรื่องประวัติชาติไทย พระมหากษัตริย์ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- กฎหมายและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ รวมถึงกฎกระทรวง ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
การเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2568: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายที่ออกสอบโดยตัดพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ออกจากข้อสอบ และเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเจตคติและคุณธรรมจริยธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมืองเข้ามาแทน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐต้องการข้าราชการที่มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความรักชาติมากขึ้น
วิชาภาษาไทย (20 คะแนน)
วิชาภาษาไทยทดสอบความรู้และความสามารถในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและเหมาะสม แนวข้อสอบที่ออกบ่อยประกอบด้วย
การเติมคำที่เหมาะสม จะให้ประโยคหรือข้อความที่มีช่องว่าง แล้วให้เลือกคำหรือกลุ่มคำที่เหมาะสมมาเติมให้ความหมายสมบูรณ์ ต้องเข้าใจความหมายของคำศัพท์และบริบทของประโยค
การเรียงประโยคให้ถูกต้อง จะให้ประโยคที่สับสน แล้วให้จัดเรียงใหม่ให้สื่อความหมายชัดเจนและถูกต้องตามหลักภาษา ทดสอบความเข้าใจโครงสร้างประโยค
สำนวนไทย คำพังเพย สุภาษิต เป็นข้อสอบที่ออกบ่อยมากและต้องท่องจำ จะให้เลือกสำนวนที่มีความหมายตรงกับบริบทที่กำหนด หรือถามความหมายของสำนวน ผู้สอบควรท่องสำนวนที่ใช้บ่อยและเข้าใจความหมายอย่างถ่องแท้
การอ่านจับใจความ จะให้บทความหรือข้อความสั้นๆ แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหา รายละเอียด หรือข้อสรุป ต้องฝึกทักษะการอ่านอย่างรวดเร็วและจับใจความได้แม่นยำ
การสรุปความ ให้บทความยาวแล้วให้สรุปใจความสำคัญออกมาเป็นประโยคสั้นๆ หรือเลือกข้อที่สรุปได้ดีที่สุด ต้องแยกแยะได้ว่าอะไรคือประเด็นหลักและประเด็นรอง
การตีความหมาย ทดสอบความสามารถในการตีความหมายโดยนัยหรือความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทความ ต้องสามารถอ่านเชิงลึกและเข้าใจนัยยะของผู้เขียน
คำพ้องรูป คำพ้องเสียง ทดสอบความสามารถในการแยกแยะคำที่เขียนเหมือนกันหรือเสียงเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ต้องจำและเข้าใจความหมายของคำเหล่านี้อย่างชัดเจน
ไวยากรณ์ไทย รวมถึงการใช้คำราชาศัพท์ การใช้วรรคตอนอย่างถูกต้อง หลักการเขียนภาษาไทยตามมาตรฐาน ต้องมีพื้นฐานไวยากรณ์ที่ดี
วิชาภาษาอังกฤษ (20 คะแนน)
วิชาภาษาอังกฤษทดสอบความรู้ความสามารถพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะทางการอ่าน การสรุปความ และการตีความ ข้อสอบมักจะอยู่ในระดับพื้นฐานถึงปานกลาง สำหรับวิชานี้มีเงื่อนไขพิเศษคือต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือ 10 คะแนน ถึงจะผ่านภาค ก ได้
Vocabulary (คำศัพท์) ทดสอบความรู้คำศัพท์ โดยจะให้เลือกคำที่มีความหมายใกล้เคียง หรือเติมคำศัพท์ที่เหมาะสมในประโยค ต้องท่องคำศัพท์พื้นฐานและคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
Grammar (ไวยากรณ์) ทดสอบความเข้าใจโครงสร้างประโยค เช่น Subject-Verb Agreement, Article, Tenses, Preposition ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์พื้นฐานและสามารถประยุกต์ใช้ได้
Reading Comprehension เป็นส่วนที่ออกบ่อยมากและมีน้ำหนักคะแนนสูง จะให้บทความภาษาอังกฤษ 1-2 บทความ แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหา รายละเอียด ใจความสำคัญ หรือข้อสรุป ต้องฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษให้คล่องและเข้าใจรวดเร็ว
Conversation (บทสนทนา) จะให้บทสนทนาที่ขาดตอนหนึ่ง แล้วให้เลือกประโยคที่เหมาะสมที่สุดในการสนทนา ต้องเข้าใจบริบทและมารยาทในการสื่อสาร
Tenses (กาล) ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กาลต่างๆ เช่น Present Simple, Past Simple, Future Simple, Present Perfect ต้องเข้าใจหลักการใช้และสามารถแยกแยะได้
Preposition (คำบุพบท) ทดสอบความเข้าใจการใช้คำบุพบทต่างๆ เช่น in, on, at, for, with, by ต้องจำและเข้าใจการใช้แต่ละคำในบริบทที่แตกต่างกัน
Synonym/Antonym ทดสอบความรู้เกี่ยวกับคำที่มีความหมายเหมือนกันหรือตรงข้ามกัน ต้องท่องคำศัพท์และความหมายอย่างกว้างขวาง
เทคนิคและวิธีการเตรียมตัวสอบอย่างมีประสิทธิภาพ
การเตรียมตัวสอบท้องถิ่นต้องอาศัยความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถศึกษาเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การจัดสรรเวลาและการวางแผนการเรียน
การกำหนดเวลาที่เหมาะสม ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 3 เดือนก่อนการสอบ แต่ถ้ามีเวลา 6 เดือนจะดีกว่า เพราะจะมีเวลาในการทบทวนและฝึกทำข้อสอบหลายรอบ สำหรับผู้ที่มีงานประจำควรจัดสรรเวลาอย่างน้อยวันละ 3-4 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ไม่มีงานควรอ่านวันละ 6-8 ชั่วโมง
การแบ่งสัดส่วนการอ่าน ควรให้ความสำคัญกับวิชากฎหมายและวิชาความสามารถในการวิเคราะห์มากที่สุด เนื่องจากมีน้ำหนักคะแนนคนละ 30 คะแนน รวมกัน 60 คะแนนจาก 100 คะแนน จึงควรจัดสรรเวลาให้วิชากฎหมายประมาณ 40% วิชาความสามารถในการวิเคราะห์ 30% และภาษาไทยภาษาอังกฤษรวมกัน 30%
การทำข้อสอบเก่าซ้ำๆ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรหาข้อสอบเก่าอย่างน้อย 5 ปีย้อนหลัง แล้วทำซ้ำอย่างน้อย 3 รอบ รอบแรกอาจไม่เข้าใจหรือทำผิดมาก แต่เมื่อทำซ้ำจะเริ่มจำรูปแบบข้อสอบและเข้าใจแนวทางการตอบมากขึ้น
เทคนิคการศึกษาแต่ละวิชา
สำหรับวิชาความสามารถในการวิเคราะห์ ควรฝึกทำโจทย์อนุกรมทุกวันอย่างน้อย 20-30 ข้อ เพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์รูปแบบ อ่านข่าวสารทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ข่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อฝึกการวิเคราะห์เหตุการณ์ ฝึกการสรุปความจากบทความที่อ่าน โดยพยายามสรุปเป็นประโยคเดียวหลังจากอ่านจบ
สำหรับวิชากฎหมาย ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 ประเภท คือ อบจ. เทศบาล และ อบต. ว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง มีอำนาจหน้าที่อย่างไร จดแผนภูมิองค์กรและเปรียบเทียบความเหมือนความต่าง เรียนรู้มาตราสำคัญที่ออกสอบบ่อย เช่น มาตราที่กำหนดอำนาจหน้าที่ มาตราที่กำหนดคุณสมบัติ สร้างการ์ดคำศัพท์สำหรับคำศัพท์ทางกฎหมายที่สำคัญ
สำหรับวิชาภาษาไทย ควรสร้างการ์ดคำศัพท์สำนวนไทย คำพังเพย สุภาษิต วันละ 10 คำ พร้อมความหมายและตัวอย่างประโยค อ่านบทความภาษาไทยทุกวัน แล้วฝึกสรุปใจความสำคัญเป็นประโยคเดียว ฝึกการเติมคำและเรียงประโยคจากข้อสอบเก่า
สำหรับวิชาภาษาอังกฤษ ควรท่องคำศัพท์วันละ 20 คำ พร้อมตัวอย่างประโยค โดยเลือกคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน อ่านบทความภาษาอังกฤษสั้นๆ วันละ 2-3 บทความ จากเว็บไซต์ข่าวหรือนิตยสาร ฝึกทำข้อสอบ Reading Comprehension เพราะเป็นส่วนที่มีน้ำหนักคะแนนสูง ทบทวนไวยากรณ์พื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่อง Tenses และ Preposition
การจัดการเวลาในห้องสอบ
การวางแผนการทำข้อสอบ เมื่อได้รับข้อสอบควรอ่านทั้งชุดคร่าวๆ ก่อน แล้วเริ่มทำข้อที่แน่ใจและทำได้ง่ายก่อน สำหรับข้อที่ยากหรือไม่แน่ใจให้ข้ามไปก่อน แล้วกลับมาทำทีหลัง อย่าติดค้างกับข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป
การจัดสรรเวลาภาค ก มีเวลาสอบ 2 ชั่วโมง (120 นาที) สำหรับ 100 ข้อ ควรใช้เวลาเฉลี่ยข้อละประมาณ 1 นาที แต่ควรสำรองเวลาไว้ประมาณ 20 นาทีสำหรับตรวจทานคำตอบ
การจัดสรรเวลาภาค ข มีเวลาสอบ 2.5 ชั่วโมง (150 นาที) สำหรับ 100 ข้อ มีเวลาค่อนข้างเพียงพอ ควรอ่านโจทย์อย่างละเอียดและตรวจสอบคำตอบให้ดีก่อนเลือก เนื่องจากข้อสอบภาค ข มักจะมีรายละเอียดมากกว่าภาค ก
แหล่งข้อมูลและทรัพยากรการเรียนรู้
การเตรียมตัวสอบที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยแหล่งข้อมูลและทรัพยากรที่หลากหลาย ทั้งที่เสียเงินซื้อและที่หาได้ฟรี
หนังสือเตรียมสอบ
หนังสือเตรียมสอบท้องถิ่นมีจำหน่ายทั่วไปในร้านหนังสือ โดยแบ่งเป็นหลายประเภท เช่น คู่มือเตรียมสอบภาค ก ท้องถิ่น ที่รวมเนื้อหาครบทุกวิชาพร้อมแนวข้อสอบ เจาะข้อสอบกฎหมายภาค ก ท้องถิ่น 1,000 ข้อ สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกทำข้อสอบกฎหมายเป็นพิเศษ แนวข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง สำหรับภาค ข ของแต่ละตำแหน่ง หนังสือรวมข้อสอบเก่าย้อนหลัง 5-10 ปี เพื่อศึกษารูปแบบข้อสอบ
แหล่งข้อมูลออนไลน์
เว็บไซต์ราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (www.dla.go.th) มีประกาศรับสมัคร กฎหมายฉบับเต็ม และข้อมูลการสอบ สำนักงาน ก.พ. (www.ocsc.go.th) มีข้อมูลเกี่ยวกับการสอบราชการทั่วไป เว็บไซต์สอบ dla-local2568.thaijobjob.com สำหรับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อ และดูผลคะแนน
YouTube และคอร์สติวออนไลน์ มีช่อง YouTube หลายช่องที่ให้บริการติวสอบท้องถิ่นฟรี เช่น ช่องติวสอบ ก.พ. ช่องติวสอบท้องถิ่น มีทั้งการสอนเนื้อหา เทคนิคการทำข้อสอบ และการเฉลยข้อสอบเก่า ข้อดีคือสามารถดูย้อนหลังได้ตามเวลาที่สะดวก และเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
กลุ่มและชุมชนออนไลน์ Facebook Groups เช่น กลุ่ม “เตรียมสอบท้องถิ่น” “แนวข้อสอบท้องถิ่น” มีสมาชิกหลายหมื่นคนที่แบ่งปันข้อสอบ เทคนิค และประสบการณ์การสอบ สามารถถามคำถามและแลกเปลี่ยนความรู้ได้ Lemon8 และ Pantip มีเนื้อหาสรุปและแนวข้อสอบแจกฟรี
ไฟล์ PDF และเอกสารแจกฟรี มีผู้ใจดีแชร์ไฟล์ข้อสอบเก่า 4-5 ปีย้อนหลังใน Google Drive และ Dropbox มีไฟล์สรุปเนื้อหาแต่ละวิชา เช่น สรุปกฎหมาย สรุปสำนวนไทย แจกฟรีในกลุ่มต่างๆ
BoxSet และคอร์สติวแบบเสียเงิน
สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวอย่างเข้มข้นและมีงบประมาณ มีคอร์สติว BoxSet พิชิตข้อสอบท้องถิ่น 68 ที่รวมวิดีโอติวทุกวิชา คู่มือเนื้อหา และแนวข้อสอบครบชุด คอร์สติวออนไลน์แบบสด มีการสอนและตอบคำถามแบบ real-time คอร์สติวตัวต่อตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษ
แผนการเตรียมตัวสอบ 3 เดือน
การมีแผนการเตรียมตัวที่ชัดเจนจะช่วยให้การศึกษามีทิศทางและประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนการเตรียมตัว 3 เดือนที่สามารถปรับใช้ได้
เดือนที่ 1: ศึกษาเนื้อหาพื้นฐาน
สัปดาห์ที่ 1-2 มุ่งเน้นการอ่านเนื้อหากฎหมายทั้ง 13 ฉบับเป็นรอบแรก เริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 ประเภท จดแผนภูมิองค์กร อำนาจหน้าที่ เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง อ่านรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น อ่านพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เป้าหมายคือเข้าใจโครงสร้างองค์กรท้องถิ่นทั้ง 3 ประเภทอย่างชัดเจน สามารถแยกแยะความแตกต่างได้
สัปดาห์ที่ 3-4 ทำข้อสอบเก่าวิชากฎหมายเป็นครั้งแรก แล้วตรวจเฉลยและทบทวนในส่วนที่ทำผิด อ่านกฎหมายในส่วนที่ยังไม่เข้าใจซ้ำอีกครั้ง เริ่มท่องสำนวนไทยและคำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน เป้าหมายคือทำข้อสอบกฎหมายได้ถูกอย่างน้อย 60%
เดือนที่ 2: ฝึกทักษะและทำข้อสอบ
สัปดาห์ที่ 1-2 มุ่งเน้นการฝึกอนุกรมตัวเลขและรูปแบบ คณิตศาสตร์เชิงตรรกะ ทำโจทย์อนุกรมวันละ 30 ข้อ ฝึกการสรุปความจากบทความภาษาไทย วันละ 5 บทความ อ่านบทความภาษาอังกฤษและทำแบบฝึกหัด Reading Comprehension อ่านข่าวสารทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อฝึกการวิเคราะห์เหตุการณ์ เป้าหมายคือทำข้อสอบอนุกรมได้ถูกอย่างน้อย 70%
สัปดาห์ที่ 3-4 ทำข้อสอบเก่าทุกวิชาเป็นรอบแรก จับเวลาเหมือนสอบจริง ตรวจเฉลยและวิเคราะห์ว่าข้อไหนทำผิดบ่อย ทำไมถึงทำผิด ทบทวนเนื้อหาในส่วนที่อ่อน เช่น ถ้ากฎหมายยังไม่แม่นก็อ่านซ้ำ ถ้าอนุกรมยังทำไม่ได้ก็ฝึกเพิ่ม เป้าหมายคือทำข้อสอบได้ถูก 70% ขึ้นไป
เดือนที่ 3: ทบทวนและเพิ่มความมั่นใจ
สัปดาห์ที่ 1-2 ทบทวนกฎหมายและจุดที่ยังไม่แม่นเป็นรอบที่ 2 อ่านมาตราสำคัญที่ออกสอบบ่อยซ้ำอีกครั้ง ทบทวนสำนวนไทยและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ อ่านข้อสอบเก่าที่เคยทำผิดซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจแล้ว เป้าหมายคือจำกฎหมายได้ครบทุกประเด็นสำคัญ ไม่มีจุดอ่อนที่เด่นชัด
สัปดาห์ที่ 3-4 ทำข้อสอบเก่าทั้งชุดเป็นรอบที่ 2-3 จับเวลาเหมือนสอบจริง พยายามทำให้ได้คะแนนสูงขึ้นเรื่อยๆ ฝึกการจัดการเวลาในห้องสอบ ทบทวนเทคนิคการทำข้อสอบแต่ละวิชา อ่านสรุปเนื้อหาสำคัญทุกวิชา เป้าหมายคือทำข้อสอบได้ถูก 80% ขึ้นไป มีความมั่นใจในการสอบจริง
สัปดาห์สุดท้าย ไม่ควรอ่านหนังสือหนักจนเกินไป เพราะจะทำให้เครียดและเหนื่อย ควรทบทวนเฉพาะจุดสำคัญๆ และสิ่งที่ท่องไม่แม่น อ่านสรุปเนื้อหา Mind Map พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหับให้เต็มอิ่ม ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อคลายเครียด เตรียมอุปกรณ์การสอบให้พร้อม เช่น ดินสอ 2B ยางลบ บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ เป้าหมายคือมีสุขภาพกายและใจที่พร้อมสอบ มีความมั่นใจในตัวเอง
สถิติและข้อมูลการสอบท้องถิ่น 2568
การสอบท้องถิ่นในปี 2568 ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน สะท้อนให้เห็นจากจำนวนผู้สมัครสอบที่เพิ่มสูงขึ้น การทำความเข้าใจสถิติเหล่านี้จะช่วยให้ผู้สมัครสอบเห็นภาพรวมของการแข่งขันและเตรียมตัวได้เหมาะสม
จำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมด มีผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้น 438,277 คน แบ่งเป็นตำแหน่งประเภททั่วไป 97,141 คน ซึ่งรวมตำแหน่งต่างๆ เช่น เจ้าพนักงานพัสดุ เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ตำแหน่งประเภทวิชาการ 296,830 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีผู้สมัครมากที่สุด รวมตำแหน่งต่างๆ เช่น นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน นักสังคมสงเคราะห์ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 44,306 คน สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาทางด้านการศึกษาและต้องการเป็นครูในสังกัดท้องถิ่น
การแบ่งเขตสอบ การสอบแบ่งเป็น 10 เขตทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและการบรรจุแต่งตั้ง ประกอบด้วย ภาคกลาง เขต 1-3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1-3 ภาคเหนือ เขต 1-2 ภาคใต้ เขต 1-2 และภาคตะวันออก เขต 1 ผู้สมัครสอบจะถูกจัดสรรไปยังศูนย์สอบในเขตที่ตนเลือกไว้ตอนสมัคร
วันและเวลาการสอบ การสอบภาค ก และภาค ข จัดขึ้นพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยสอบภาค ก เวลา 09.00-11.00 น. และสอบภาค ข เวลา 13.00-15.30 น. ยกเว้นศูนย์สอบในภาคใต้เขตที่ 1 และเขตที่ 2 ที่มีการเลื่อนการสอบออกไปเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย
อัตราการแข่งขัน จากจำนวนอัตราว่างประมาณ 20,000 อัตรา เทียบกับผู้สมัคร 438,277 คน ทำให้อัตราการแข่งขันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22 คนต่อ 1 อัตรา แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันค่อนข้างสูง และต้องเตรียมตัวอย่างจริงจังจึงจะมีโอกาสสอบผ่าน
กลยุทธ์การสอบผ่านและข้อควรระวัง
นอกจากการเตรียมเนื้อหาอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีกลยุทธ์และข้อควรระวังที่สำคัญอีกหลายประการที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบผ่าน
การเข้าใจเกณฑ์การตัดสิน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องจำไว้ว่าภาค ก ต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 60% และภาษาอังกฤษต้องไม่ต่ำกว่า 50% หมายความว่าแม้จะทำวิชาอื่นได้ดีมาก แต่ถ้าภาษาอังกฤษต่ำกว่า 10 คะแนนก็จะไม่ผ่าน ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้อ่อนเกินไป
การรู้จักข้ามข้อที่ไม่แน่ใจ ในห้องสอบหากพบข้อที่ยากหรือใช้เวลานานในการคิด ควรข้ามไปทำข้ออื่นก่อน แล้วกลับมาทำทีหลังเมื่อทำข้อที่แน่ใจหมดแล้ว การติดค้างกับข้อยากหนึ่งข้อนานเกินไปอาจทำให้เสียเวลาและไม่มีเวลาทำข้อง่ายที่เหลือ
การใช้เทคนิคการตัดตัวเลือก สำหรับข้อที่ไม่แน่ใจ ควรลองตัดตัวเลือกที่ชัดเจนว่าผิดออกไปก่อน แล้วเลือกจากตัวเลือกที่เหลือ จะทำให้โอกาสเลือกถูกสูงขึ้นจาก 25% เป็น 33% หรือ 50%
การอ่านโจทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อสอบกฎหมายและข้อสอบภาค ข มักจะมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ซับซ้อน ต้องอ่านให้ละเอียดทุกคำ เพราะบางครั้งเพียงแค่คำว่า “ไม่” “ยกเว้น” “ทั้งหมด” อาจทำให้คำตอบเปลี่ยนไป
การตรวจทานคำตอบ ควรสำรองเวลาไว้อย่างน้อย 15-20 นาทีสำหรับการตรวจทานคำตอบ เช็คว่าได้ระบายคำตอบครบทุกข้อหรือไม่ ระบายถูกข้อหรือไม่ มีข้อไหนที่ยังไม่แน่ใจและอยากเปลี่ยนคำตอบหรือไม่
การดูแลสุขภาพกายและใจ ก่อนสอบควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรอ่านหนังสือดึกจนเกินไปในคืนก่อนสอบ เพราะจะทำให้เหนื่อยและสมองไม่แจ่มใสในวันสอบ ควรทานอาหารมื้อเช้าให้เพียงพอแต่ไม่มากเกินไป เพื่อให้มีพลังงานแต่ไม่ง่วง
การเตรียมอุปกรณ์การสอบ ควรเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบที่พิมพ์จากเว็บไซต์ บัตรประจำตัวประชาชน ดินสอ 2B อย่างน้อย 3 แท่ง ยางลบ กบเหลา นาฬิกาข้อมือ น้ำดื่ม ใส่ถุงพลาสติกใส ควรไปถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที เพื่อหาห้องสอบและเตรียมตัว
ข้อควรระวังเรื่องการทุจริต คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นดำเนินการสอบด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม หากมีบุคคลใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบแข่งขันได้ ไม่ควรเชื่อและควรแจ้งความทันที เพราะเป็นการฉ้อโกงและผิดกฎหมาย
การเตรียมตัวสอบภาค ค (สัมภาษณ์)
แม้ว่าบทความนี้จะเน้นที่แนวข้อสอบภาค ก และภาค ข เป็นหลัก แต่การเตรียมตัวสอบภาค ค (สัมภาษณ์) ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นด่านสุดท้ายก่อนขึ้นบัญชีผู้สอบได้
การเตรียมเอกสารประกอบการสัมภาษณ์ ควรเตรียมสำเนาเอกสารต่างๆ เช่น ปริญญาบัตร ใบรับรองผลการเรียน ใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) ผลงานหรือโครงการที่เคยทำ จัดเตรียมไว้ในแฟ้มอย่างเป็นระเบียบเพื่อให้พร้อมนำเสนอเมื่อคณะกรรมการถาม
การศึกษาข้อมูลองค์กรและตำแหน่งที่สมัคร ควรศึกษาว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครมีนโยบายอะไร มีโครงการสำคัญอะไรบ้าง ตำแหน่งที่สมัครมีหน้าที่รับผิดชอบอะไร ต้องใช้ความรู้และทักษะอะไร เพื่อให้สามารถตอบคำถามได้ตรงประเด็นและแสดงให้เห็นว่าเข้าใจงานจริงๆ
การฝึกตอบคำถามทั่วไป คำถามที่มักถูกถามในการสัมภาษณ์ เช่น จุดแข็งจุดอ่อนของตนเอง ทำไมถึงอยากเป็นข้าราชการ ทำไมถึงเลือกองค์กรนี้ หากได้รับตำแหน่งนี้จะทำอย่างไร มีแผนพัฒนาตนเองอย่างไร ควรเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแต่ไม่ควรท่องจำตายตัว
การฝึกบุคลิกภาพและมารยาท การแต่งกายควรสุภาพเรียบร้อย ผู้ชายควรใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงสแล็ค ผู้หญิงควรใส่ชุดสุภาพหรือชุดไทย การพูดควรชัดเจน ใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นทางการ ไม่ควรพูดเร็วหรือช้าเกินไป แสดงสีหน้าที่เป็นมิตรและมั่นใจ ไม่ควรประสาทหรือกระวนกระวายมากเกินไป
การแสดงเจตคติที่ดีต่อการเป็นข้าราชการ ควรแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจจริงที่จะเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ มีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และพร้อมเรียนรู้พัฒนาตนเอง
สรุปและข้อเสนอแนะ
การสอบบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการมีอาชีพที่มั่นคง มีสวัสดิการ และได้รับประโยชน์จากการทำงานเพื่อสังคมและประชาชน อย่างไรก็ตาม การแข่งขันค่อนข้างสูงด้วยอัตราการแข่งขันเฉลี่ยประมาณ 22 คนต่อ 1 อัตรา จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวอย่างจริงจังและมีแผนการที่ชัดเจน
จุดสำคัญที่ควรจดจำ: โครงสร้างการสอบแบ่งเป็น 3 ภาค คือ ภาค ก (ความรู้ทั่วไป 100 คะแนน) ภาค ข (ความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนน) และภาค ค (สัมภาษณ์ 100 คะแนน) เกณฑ์การผ่านภาค ก คือคะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 60% และภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 50% ภาค ข และภาค ค ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 60% วิชาที่มีน้ำหนักคะแนนสูงสุดคือกฎหมาย (30 คะแนน) และการวิเคราะห์ (30 คะแนน) รวมกัน 60% ของภาค ก กฎหมายที่ออกสอบเปลี่ยนจาก 10 ฉบับเป็น 13 ฉบับในปี 2568
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้เตรียมสอบ: เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน จัดสรรเวลาให้เหมาะสมกับแต่ละวิชา โดยเน้นวิชาที่มีน้ำหนักคะแนนสูงเน้นการทำข้อสอบเก่าซ้ำๆ อย่างน้อย 3 รอบ เพื่อจำรูปแบบข้อสอบและฝึกทักษะการทำข้อสอบ ใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งหนังสือ เว็บไซต์ YouTube และกลุ่มออนไลน์ ดูแลสุขภาพกายและใจ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรกดดันตัวเองจนเกินไป เรียนรู้จากผู้ที่สอบผ่านแล้วว่าเขาเตรียมตัวอย่างไร มีเทคนิคอะไรบ้าง
กำลังใจสำหรับผู้สมัครสอบ: การสอบราชการไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบผ่านอย่างมาก อย่าท้อแท้หากพบอุปสรรค เพราะทุกคนที่สอบผ่านล้วนผ่านความยากลำบากมาทั้งสิ้น จงเชื่อในตัวเอง ทำอย่างเต็มที่ และมีความหวังว่าวันหนึ่งจะได้เป็นข้าราชการที่ดีเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
การศึกษาวิจัยแนวข้อสอบท้องถิ่นในบทความนี้นำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วน ตั้งแต่โครงสร้างการสอบ เนื้อหาที่ออกสอบ การเปลี่ยนแปลงสำคัญ เทคนิคการเตรียมตัว แหล่งข้อมูล และแผนการเตรียมตัวที่เป็นรูปธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบท้องถิ่นในปี 2568-2569 และจะช่วยให้ท่านสามารถวางแผนการเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ความสำเร็จในการสอบและก้าวสู่การเป็นข้าราชการที่ดีต่อไป





