Teacher Rotation System (TRS) เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการการย้ายข้าราชการครูให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและโปร่งใส ระบบนี้ช่วยให้ครูสามารถยื่นคำร้องขอย้าย ตรวจสอบสถานะ และติดตามกระบวนการย้ายได้สะดวกมากขึ้น
1. ระบบ TRS คืออะไร
ระบบ TRS หรือ Teacher Rotation System คือ ระบบการย้ายข้าราชการครูผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้สำหรับการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครู ให้ดำรงตำแหน่งเดิมในสถานศึกษาและสังกัดส่วนราชการเดิม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งผ่าน จัดการ และประมวลผลข้อมูลเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอย้าย
ระบบ TRS มีการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ได้แก่
- ระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (HRMS)
- ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA)
- ระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (SCS)
การย้ายข้าราชการครูทุกกรณีจะต้องดำเนินการผ่าน ระบบ TRS เท่านั้น ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
2. ผู้ใช้งานระบบ TRS
ระบบ TRS รองรับผู้ใช้งานหลายระดับ ได้แก่
- ข้าราชการครูผู้ประสงค์ยื่นคำร้องขอย้าย
- ผู้อำนวยการสถานศึกษา
- เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และส่วนราชการอื่น
- ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และหัวหน้าส่วนราชการอื่น
ทุกผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบ TRS ผ่านเว็บไซต์ https://trs.otepc.go.th โดยระบบรองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา
3. สามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้เมื่อไหร่
การยื่นคำร้องขอย้ายสามารถทำได้ ปีละ 2 ครั้ง ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยผู้ขอย้ายต้องลงทะเบียนและยื่นคำร้องผ่านระบบ TRS
เงื่อนไขการยื่นคำร้อง
- ผู้ขอย้ายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม หลักเกณฑ์และวิธีการ ว 6/2567
- ต้องไม่ติดเงื่อนไขการบรรจุและแต่งตั้งอื่น ๆ ที่กำหนดโดย ก.ค.ศ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. ระบบ TRS ประมวลผลการย้ายอย่างไร
ระบบ TRS จะดำเนินการประมวลผลเฉพาะ การย้ายกรณีปกติ เท่านั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้
- พิจารณาตามองค์ประกอบและตัวชี้วัด ที่กำหนดในหลักเกณฑ์ ว 6/2567
- เรียงลำดับคะแนนสูงสุด และพิจารณาเงื่อนไขกรณีได้คะแนนเท่ากัน
- แสดงผลการประมวลผล ตามวันที่กำหนดในปฏิทินการย้าย
- คณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาการย้ายโดยคำนึงถึงลำดับสถานศึกษาที่ผู้ขอย้ายเลือกไว้
- หากมีความเห็นต่างจากระบบ TRS ต้องมีเหตุผลประกอบอย่างชัดเจน
5. การย้ายกรณีพิเศษและกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
การย้ายกรณีพิเศษ
- ผู้ขอย้ายต้องยื่นคำร้องผ่าน ระบบ TRS
- ผู้อำนวยการสถานศึกษาจะตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ส่งข้อมูลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- คณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. พิจารณาและอนุมัติการย้าย
การย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
- ดำเนินการเช่นเดียวกับการย้ายกรณีพิเศษ
- คณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ว 6/2567
- อาจพิจารณาจากคำร้องขอย้ายหรือไม่ก็ได้
6. การแจ้งผลการพิจารณาย้าย
เมื่อมีการพิจารณาย้ายแล้ว ระบบ TRS จะแจ้งผลการพิจารณาผ่าน อีเมล ของผู้ขอย้าย โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องบันทึกมติ อ.ก.ค.ศ. ลงในระบบ
7. อัตรากำลังและเงื่อนไขของสถานศึกษาที่รับย้าย
- สถานศึกษาที่รับย้ายต้องมี อัตรากำลังไม่เกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด
- ต้องเป็น ตำแหน่งที่ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่ง
- สำหรับสถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องมีจำนวนตำแหน่งในสายงานสอนที่สอดคล้องกับ มาตรฐานวิชาเอกที่ ก.ค.ศ. กำหนด
สรุป
Teacher Rotation System (TRS) 2568 เป็นระบบที่ช่วยให้การย้ายข้าราชการครูเป็นไปอย่าง โปร่งใส รวดเร็ว และมีมาตรฐาน ผู้ขอย้ายสามารถยื่นคำร้อง ตรวจสอบคุณสมบัติ และติดตามผลการพิจารณาได้ง่ายขึ้น
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
- เข้าสู่ระบบ TRS: https://trs.otepc.go.th
- แจ้งปัญหาการใช้งาน TRS: https://helpdesk.otepc.go.th/index.php?a=add&category=8
ข้อควรระวัง
- ข้อมูลที่กรอกในระบบต้องเป็นความจริง หากพบว่ามีข้อมูลเท็จ อาจถูกดำเนินการทางวินัย
- ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการย้าย
- ผู้ขอย้ายควรติดตามปฏิทินการย้ายจาก ก.ค.ศ. เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการยื่นคำร้อง
ระบบ TRS ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการย้ายข้าราชการครูเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ลดภาระงานเอกสาร และช่วยให้สามารถจัดสรรบุคลากรได้ตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่











