วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” หรือ World No Tobacco Day โดยมีเป้าหมายหลักในการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาสูบในทุกรูปแบบ ปีนี้ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางการลดการบริโภคยาสูบ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตชาติ
ในบริบทของสถานศึกษา การปลูกฝังเจตคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไม่สูบบุหรี่ให้กับนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ถือเป็นภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่พื้นที่ปลอดบุหรี่ แต่ยังควรเป็นพื้นที่สร้างวัฒนธรรม “ไม่ลอง ไม่สูบ ไม่เสพติด” ให้หยั่งรากตั้งแต่วัยเรียน
ปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรภาคี ได้รณรงค์ในหัวข้อ “ปกป้องเยาวชนจากอุตสาหกรรมยาสูบ” โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบที่พยายามเข้าถึงนักเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การตลาดแฝง การทำแพ็คเกจสวยงาม หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งแม้จะดูทันสมัยแต่กลับเต็มไปด้วยสารพิษอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพร้ายแรงไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา
สถานศึกษาสามารถมีบทบาทเชิงรุกได้หลายทาง เช่น
- จัดกิจกรรมรณรงค์ในชั้นเรียน เช่น การแข่งขันวาดภาพ ตอบคำถาม หรือการจัดนิทรรศการให้ความรู้
- ประชาสัมพันธ์ข้อมูลอันตรายจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านเสียงตามสาย ป้ายประกาศ หรือเพจของโรงเรียน
- ใช้โอกาสนี้กระตุ้นให้นักเรียนที่สูบบุหรี่เข้าร่วมกิจกรรมเลิกบุหรี่ พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา
- ส่งเสริมครูและบุคลากรในโรงเรียนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการไม่สูบบุหรี่
ในภาพรวม สถานศึกษาที่เข้มแข็งในการควบคุมการใช้ยาสูบในโรงเรียน ไม่เพียงช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่รายใหม่ แต่ยังสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักเรียนในระยะยาวด้วย
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันงดสูบบุหรี่โลก แนวทางการรณรงค์ และสื่อประกอบการสอน สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.):
https://www.thaihealth.or.th
เพราะอนาคตของชาติเริ่มต้นที่ลมหายใจของเยาวชนทุกคน สถานศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ “วันงดสูบบุหรี่โลก” ไม่ใช่แค่วันรณรงค์หนึ่งวันในปฏิทิน แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมปลอดควันอย่างแท้จริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ.











