ข่าวการศึกษา

Digital Testing vs. Paper Pencil เจาะลึกรูปแบบการสอบ O-NET ปี 69 ที่ผู้ปกครองและครูต้องรู้

ในปีการศึกษา 2568 (สอบต้นปี 2569) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ปรับระบบการสอบ O-NET ให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีการสอบแบบ Digital Testing มาใช้ควบคู่กับระบบ Paper & Pencil แบบเดิม ส่งผลให้ครูและผู้ปกครองต้องเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองรูปแบบ รวมถึงเตรียมความพร้อมของนักเรียนให้เหมาะสมกับสนามสอบที่ได้รับ​


รูปแบบการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2568 (สอบปี 2569)

สทศ. ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบ 2 ระบบพร้อมกัน ได้แก่

  • Paper Pencil (กระดาษและดินสอ) ที่ยังคงใช้สำหรับนักเรียนระดับ ประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากเป็นช่วงวัยเริ่มต้นในการสอบระดับชาติ และยังไม่พร้อมต่อการใช้ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
  • Digital Testing (ระบบคอมพิวเตอร์) สำหรับนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ม.6 โดยเลือกใช้เฉพาะในสนามสอบที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐานและมีอินเทอร์เน็ตเสถียร​

ตารางสอบ O-NET ปี 69 (ตามประกาศล่าสุด)

  • ระดับ ป.6:
    สอบวันที่ 31 มกราคม 2569 (Paper & Pencil)
  • ระดับ ม.3:
    สอบวันที่ 1 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 (Digital Testing)
  • ระดับ ม.6:
    จัดสอบทั้งหมด 4 รอบ คือ
    • 21 – 22 กุมภาพันธ์ 2569
    • 1 – 2 มีนาคม 2569

สนามสอบครอบคลุมกว่า 4,700 สนามทั่วประเทศ โดยแบ่งตามความพร้อมของแต่ละจังหวัด.facebook+1


ความแตกต่างระหว่างสองระบบสอบ

รายการเทียบPaper PencilDigital Testing
รูปแบบข้อสอบกระดาษปรนัย (เลือกตอบ/เติมคำ)บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทดสอบด้วยคลิกและพิมพ์คำตอบ
การเก็บคะแนนตรวจด้วยเครื่องอ่านกระดาษคำตอบ (OMR)ระบบบันทึกและคำนวณคะแนนอัตโนมัติแบบ Real-time
ความสะดวกในการจัดสอบใช้ห้องสอบทั่วไปต้องมีห้องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพ
การตรวจข้อสอบใช้เวลาเฉลี่ย 2–3 สัปดาห์ตรวจและรายงานผลได้ภายในไม่กี่วัน
ความแม่นยำและโปร่งใสเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดจากการอ่านกระดาษคำตอบลดความผิดพลาดของมนุษย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ทันที

ทั้งสองระบบจะใช้ข้อสอบ มาตรฐานเดียวกัน โดยเน้นวัดสมรรถนะผู้เรียนใน 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา


ทำไมต้องใช้ระบบ Digital Testing

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไม่ได้เพียงช่วยลดการใช้กระดาษ แต่ยังมีเป้าหมายหลักคือ

  • เพิ่มความเท่าเทียมในการสอบ เพราะระบบสามารถสุ่มโจทย์หรือจัดเรียงข้อสอบแตกต่างกันตามผู้เข้าสอบ
  • ตรวจและรายงานผลเร็วขึ้น ผ่านระบบรายงานผลคะแนน (E-Score) และ Data Visualization ของ สทศ.​
  • สนับสนุนนโยบาย “Anywhere, Anytime” ตามแนวทางกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การประเมินผลเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและทันสมัย

คำแนะนำสำหรับครูและผู้ปกครอง

  1. ตรวจสอบสนามสอบของโรงเรียน ว่าอยู่ในระบบใด (Paper หรือ Digital)
  2. ฝึกให้นักเรียนคุ้นเคยกับระบบคอมพิวเตอร์ หากอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ Digital Testing โดยเฉพาะ ม.3 และ ม.6
  3. ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ ผ่านเว็บไซต์ www.niets.or.th และเพจ สทศ. NIETS Official
  4. เตรียมอุปกรณ์สำรองในวันสอบ เช่น คอมพิวเตอร์/เมาส์สำรอง หรือดินสอสำรองในกรณี Paper Test

สรุป

การสอบ O-NET ปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของการประเมินมาตรฐานระดับชาติในยุคดิจิทัล การใช้ Digital Testing จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ และรวดเร็วในการประมวลผล ขณะเดียวกัน การคงไว้ซึ่งระบบ Paper Pencil สำหรับระดับประถม ก็ช่วยรักษาความเท่าเทียมและลดความกังวลของผู้เรียนที่ยังไม่พร้อมทางเทคโนโลยี

ทั้งครู นักเรียน และผู้ปกครองควรทำความเข้าใจระบบใหม่ เพื่อปรับตัวและเตรียมความพร้อมให้สอดรับกับรูปแบบการประเมินแห่งอนาคตของประเทศไทย​


การศึกษาไทย

เว็บไซต์ข่าวสารการศึกษาของครูและบุคลากรทางการศึกษา อัพเดททุกวัน ติดตามเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหว ของข่าวสารการศึกษา ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button