โจทย์จริยธรรมผู้บริหารวัดการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างซื่อสัตย์ เป็นธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบ คำตอบที่ถูกกฎหมายขั้นต่ำอาจยังไม่ดีที่สุด หากเลือกปฏิบัติ ปกปิดส่วนได้เสีย เปิดข้อมูลเกินจำเป็น หรือทำลายความไว้วางใจของผู้เรียนและประชาชน
> สถานะข้อมูล: ใช้ขอบเขตมาตรฐานทางจริยธรรมในรายละเอียดการคัดเลือก สพฐ. ปี 2568 เป็นฐาน และต้องตรวจประกาศปี 2569 เมื่อเผยแพร่ > คำแนะนำ: แบบฝึกเป็นเนื้อหาจัดทำใหม่ ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือคำวินิจฉัยวินัย
แยกจริยธรรม วินัย และกฎหมาย
กฎหมายกำหนดอำนาจ สิทธิ ขั้นตอน และข้อห้าม วินัยกำหนดหน้าที่และความรับผิดของข้าราชการ ส่วนจริยธรรมเป็นหลักกำกับพฤติกรรมและดุลพินิจ เรื่องเดียวอาจเกี่ยวทั้งสาม แต่ผลและกระบวนการต่างกัน ผู้สอบไม่ควรเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะแล้วสรุปโทษทันที ต้องระบุข้อเท็จจริง ฐานที่ใช้ ผู้มีอำนาจ และสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
ในโจทย์ที่ไม่มีคำตอบตรงมาตรา ให้ใช้หลักประโยชน์ส่วนรวม ความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเป็นกลาง การเคารพศักดิ์ศรี ความรับผิด และการเป็นแบบอย่างร่วมกัน
ผลประโยชน์ทับซ้อน
ผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดเมื่อประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัว กลุ่ม หรืออนาคต อาจมีอิทธิพลต่อหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องมีการรับเงินแล้วจึงเกิด ผู้บริหารควรเปิดเผย ถอนตัวจากการพิจารณา และให้ผู้ไม่มีส่วนได้เสียทำหน้าที่ตามกระบวนการ การกล่าวว่าตนเป็นกลางไม่เพียงพอ
ของขวัญ ส่วนลด การเดินทาง การรับรอง หรือข้อเสนอจ้างงานอาจสร้างความคาดหวัง ต้องตรวจหลักเกณฑ์และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ประชาชนสงสัยได้อย่างมีเหตุผล
ความเป็นธรรมและการใช้ดุลพินิจ
ความเท่าเทียมคือใช้เหมือนกัน ความเป็นธรรมอาจต้องช่วยต่างกันตามความจำเป็น เช่น จัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ผู้บริหารควรกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้า ใช้กับกรณีเทียบเคียงอย่างสม่ำเสมอ บันทึกเหตุผล และเปิดช่องทบทวน
ดุลพินิจไม่ใช่ความพอใจส่วนตัว ต้องอยู่ในวัตถุประสงค์กฎหมาย ใช้ข้อเท็จจริงเกี่ยวข้อง ได้สัดส่วน และไม่เลือกปฏิบัติ ความสัมพันธ์ ความนิยม หรือแรงกดดันทางออนไลน์ไม่ควรแทนเกณฑ์
ความลับ ความเป็นส่วนตัว และความโปร่งใส
ความโปร่งใสไม่ได้แปลว่าเปิดทุกอย่าง ต้องเปิดข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ กระบวนการ งบ และผลที่เปิดได้ ขณะเดียวกันคุ้มครองข้อมูลเด็ก สุขภาพ ข้อร้องเรียน และข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเท่าที่จำเป็นแก่ผู้มีหน้าที่
เมื่อสังคมขอคำตอบคดีรายบุคคล ผู้บริหารควรแจ้งการรับเรื่อง ขั้นตอน และกรอบเวลาโดยไม่ชี้ผิดหรือเผยพยาน การปิดข้อมูลทั้งหมดก็อาจลดความเชื่อมั่น จึงต้องแยกสาระสาธารณะจากรายละเอียดคุ้มครอง
การใช้อำนาจและการปฏิบัติต่อบุคลากร
ไม่ใช้อำนาจให้ทำธุระส่วนตัว บังคับสนับสนุนกิจกรรมส่วนบุคคล ประจาน หรือให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ใกล้ชิด การมอบงานต้องสัมพันธ์หน้าที่ ภาระ และทรัพยากร รับฟังคำคัดค้านโดยไม่ตอบโต้ และประเมินด้วยหลักฐาน
การเป็นแบบอย่างรวมถึงยอมรับข้อผิดพลาด แก้ข้อมูล คืนประโยชน์ที่ไม่ควรได้ และรับการตรวจสอบ ไม่ใช้ตำแหน่งทำให้ตนพ้นกติกาที่ใช้กับผู้อื่น
ทรัพย์สิน เวลา และข้อมูลราชการ
รถ อาคาร อุปกรณ์ งบ เวลาเจ้าหน้าที่ และฐานข้อมูลเป็นทรัพยากรสาธารณะ ใช้ตามวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ ไม่ใช้ผลิตงานส่วนตัว หาเสียง หรือเอื้อธุรกิจ แม้มูลค่าเล็กน้อยก็อาจสร้างบรรทัดฐานผิด
บัญชีผู้ใช้และข้อมูลเข้าถึงถือเป็นทรัพย์สินที่ต้องคุ้มครอง ไม่แชร์รหัสผ่าน ไม่ใช้ข้อมูลนักเรียนเพื่อสร้างผลงานโดยไม่จำเป็น และยกเลิกสิทธิเมื่อเปลี่ยนหน้าที่
สื่อสังคมและการสื่อสารสาธารณะ
บัญชีส่วนตัวยังอาจเชื่อมกับตำแหน่ง หลีกเลี่ยงข้อมูลลับ การดูหมิ่น การชี้ผิดก่อนตรวจ และภาพเด็กที่ไม่จำเป็น แยกความเห็นส่วนตัวจากประกาศทางการ ตรวจข้อเท็จจริงและแก้ไขเมื่อผิด
ไม่สั่งบุคลากรกดถูกใจ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างภาพสนับสนุน การสื่อสารที่โปร่งใสต้องเกิดจากข้อมูล ไม่ใช่อำนาจบังคับ
เมื่อหลักคุณค่าขัดกัน
เช่น ความรวดเร็วกับความรอบคอบ ความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัว หรือความสัมพันธ์ชุมชนกับความเป็นกลาง ให้ระบุคุณค่าทั้งสอง ตรวจข้อบังคับ ประเมินผลกระทบ เลือกทางที่จำกัดสิทธิน้อยและได้สัดส่วน บันทึกเหตุผลและทบทวนได้
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 18 ข้อ
ข้อ 1: ญาติผู้บริหารเข้าประมูลงาน เฉลย: เปิดเผยและถอนตัว จัดกระบวนการอิสระตามกฎหมาย
ข้อ 2: ผู้ขายให้ของขวัญหลังตรวจรับ เฉลย: ปฏิเสธและดำเนินตามหลักเกณฑ์ เพราะยังมีความสัมพันธ์ในอนาคต
ข้อ 3: ผู้ปกครองขอชื่อเด็กผู้ก่อเหตุ เฉลย: ไม่เปิดเกินจำเป็น แจ้งมาตรการและกระบวนการแทน
ข้อ 4: ครูคนสนิทได้งานเด่นเสมอ เฉลย: ใช้เกณฑ์ความเหมาะสมและโอกาสอย่างเป็นธรรม บันทึกเหตุผล
ข้อ 5: ใช้รถราชการทำธุระส่วนตัวระหว่างทาง เฉลย: ต้องยึดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ ไม่ถือว่าเล็กน้อยจึงทำได้
ข้อ 6: ประกาศผลผิดแล้วไม่แก้เพราะเสียภาพลักษณ์ เฉลย: แก้ข้อมูล แจ้งผลกระทบ และป้องกันซ้ำ
ข้อ 7: สั่งครูแชร์โพสต์โรงเรียน เฉลย: ไม่ควรใช้อำนาจบังคับการแสดงออกส่วนบุคคล
ข้อ 8: ผู้ร้องเรียนไม่ลงชื่อ เฉลย: ประเมินข้อมูลที่ตรวจได้ ไม่ทิ้งหรือเชื่อทันที
ข้อ 9: เปิดคะแนนรายคนเพื่อกระตุ้น เฉลย: เสี่ยงละเมิดศักดิ์ศรีและข้อมูล ใช้วิธีให้ข้อมูลย้อนกลับที่เหมาะกว่า
ข้อ 10: คณะกรรมการใช้เกณฑ์เพิ่มภายหลัง เฉลย: ไม่เป็นธรรม ต้องใช้เกณฑ์ประกาศและตรวจสอบได้
ข้อ 11: ผู้บริหารรับเครดิตผลงานทีมคนเดียว เฉลย: ระบุบทบาทและให้เครดิตตามจริง
ข้อ 12: ปิดข้อมูลใช้งบทั้งหมดโดยอ้างความลับ เฉลย: แยกข้อมูลที่ต้องเปิดจากส่วนที่คุ้มครอง ไม่ปิดแบบเหมารวม
ข้อ 13: ลงโทษทันทีเพื่อรักษาความเชื่อมั่น เฉลย: ต้องตรวจข้อเท็จจริงและให้สิทธิ กระแสไม่แทนกระบวนการ
ข้อ 14: ผู้มีอำนาจฝากนักเรียนเข้ากิจกรรม เฉลย: ใช้เกณฑ์เดียวกันและปฏิเสธการแทรกแซง
ข้อ 15: ใช้ข้อมูลเด็กทำผลงานโดยเปลี่ยนชื่อ เฉลย: ยังต้องตรวจความจำเป็น ฐานใช้ ความเสี่ยง และการระบุตัวจากข้อมูลอื่น
ข้อ 16: ครูคัดค้านผู้บริหารจึงถูกลดบทบาท เฉลย: ไม่ตอบโต้ ใช้เหตุผลด้านงานและเปิดช่องแสดงความคิดเห็นปลอดภัย
ข้อ 17: รับบริจาคโดยให้สิทธิประชาสัมพันธ์ไม่จำกัด เฉลย: ตรวจประโยชน์เด็ก ความเหมาะสม และกำหนดขอบเขต
ข้อ 18: ผู้บริหารพบว่าตนตัดสินใจผิด เฉลย: หยุดผลเสีย เปิดเผยตามเหมาะสม แก้ไข และปรับระบบ
คำถามที่พบบ่อย
แบบทดสอบดุลพินิจก่อนตัดสินใจ
ถามเจ็ดข้อ: มีอำนาจหรือไม่ ข้อมูลพอหรือไม่ ใครได้หรือเสียประโยชน์ มีส่วนได้เสียหรือไม่ ใช้เกณฑ์เดียวกับกรณีคล้ายกันหรือไม่ พร้อมเปิดเผยเหตุผลได้หรือไม่ และหากทุกโรงเรียนทำเช่นนี้จะยอมรับได้หรือไม่ หากคำตอบข้อใดไม่ชัด ให้หยุด ตรวจเพิ่ม เปิดเผยส่วนได้เสีย หรือขอผู้ไม่มีส่วนได้เสียทบทวน
การขอความเห็นจากนิติกรหรือผู้บังคับบัญชาช่วยได้ แต่ผู้บริหารยังต้องให้ข้อเท็จจริงครบและรับผิดชอบหน้าที่ ไม่ตั้งคำถามแบบเลือกเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนคำตอบที่ต้องการ เก็บคำปรึกษาและเหตุผลตามความเหมาะสม
สร้างระบบที่ลดโอกาสผิดจริยธรรม
ประกาศเกณฑ์มอบหมายและให้โอกาส แยกหน้าที่เสี่ยง มีทะเบียนของขวัญหรือส่วนได้เสีย ช่องทางร้องเรียนที่ไม่ตอบโต้ ทบทวนสิทธิ์ข้อมูล และสุ่มตรวจรายการผิดปกติ ระบบที่ดีไม่พึ่งความดีส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้ความผิดตรวจพบและการกระทำถูกต้องทำได้ง่าย
ผู้นำควรพูดถึงเหตุผลทางจริยธรรมในงานประจำ ไม่รอวันอบรม เช่น ก่อนเผยภาพเด็กให้ถามความจำเป็น ก่อนรับบริจาคให้ถามเงื่อนไข ก่อนมอบงานให้ถามความเป็นธรรม การทำซ้ำสร้างบรรทัดฐานมากกว่าคำขวัญ
รับมือแรงกดดันจากผู้มีอำนาจ
เมื่อได้รับคำขอที่ไม่เหมาะ ให้ขอคำสั่งหรือรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร อธิบายข้อจำกัด เสนอทางเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย และบันทึกเหตุ หากกระทบความปลอดภัยหรือมีความผิด ให้ใช้ช่องทางรายงานตามหน้าที่ ไม่ประนีประนอมสิทธิของเด็กเพื่อรักษาความสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างชื่อผู้สั่งต่อสาธารณะโดยไม่มีความจำเป็น เพราะอาจกระทบการตรวจสอบ ใช้กระบวนการและรักษาหลักฐานก่อน
วิเคราะห์คำตอบลวง
คำตอบลวงมักใช้ถ้อยคำดีแต่ขาดกระบวนการ เช่น “เพื่อชื่อเสียงโรงเรียน” “เพื่อความสามัคคี” “ผู้บริหารมีเจตนาดี” หรือ “ทุกคนยินยอม” เจตนาและความยินยอมไม่ทำให้อำนาจ ขั้นตอน ความปลอดภัย หรือความเป็นธรรมหมดความสำคัญ
อีกกลุ่มคือคำตอบสุดโต่ง เปิดข้อมูลทั้งหมดเพื่อโปร่งใส ปิดทั้งหมดเพื่อความลับ ลงโทษทันทีเพื่อเด็ดขาด หรือไม่ทำอะไรเพื่อเป็นกลาง คำตอบคุณภาพต้องแยกข้อมูล ใช้มาตรการได้สัดส่วน และกำหนดการติดตาม
รูบริกคำอธิบาย
ระดับพื้นฐานระบุว่าควรหรือไม่ควร ระดับพอใช้บอกหลักจริยธรรม ระดับดีเชื่อมข้อเท็จจริง ผู้มีอำนาจ สิทธิ และทางเลือก ระดับดีมากเพิ่มส่วนได้เสีย ความได้สัดส่วน หลักฐาน การสื่อสาร และการป้องกันซ้ำ หลังทำโจทย์ให้เขียนเหตุผลสองถึงสี่ประโยคและตรวจด้วยรูบริก ไม่ดูเพียงว่าตรงเฉลย
ถูกกฎหมายแปลว่าถูกจริยธรรมหรือไม่
ไม่เสมอ กฎหมายเป็นฐานขั้นต่ำ บางการกระทำอาจยังไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส หรือสร้างข้อสงสัย
ต้องถอนตัวเมื่อใด
เมื่อมีส่วนได้เสียจริงหรือสถานการณ์ทำให้สงสัยความเป็นกลางได้ ควรเปิดเผยและใช้กระบวนการที่กำหนด
ความโปร่งใสขัดกับความลับหรือไม่
จัดสมดุลได้โดยเปิดหลักเกณฑ์ กระบวนการ และข้อมูลรวม พร้อมคุ้มครองรายละเอียดบุคคล
ข้อสอบจริยธรรมควรจำคำตอบหรือไม่
ควรเข้าใจหลักและฝึกเหตุผล เพราะรายละเอียดสถานการณ์เปลี่ยนคำตอบได้
อ่านต่อ แนวข้อสอบผู้บริหารสถานศึกษา และ การพัฒนาตนเองและวิชาชีพผู้บริหาร
แหล่งราชการ
- คุรุสภา มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
- สำนักงาน ก.พ. มาตรฐานทางจริยธรรม
- สำนักงาน ก.ค.ศ. หนังสือเวียน
ประวัติการตรวจสอบ: 1 กันยายน 2569 — ตรวจแหล่งราชการและแยกคำแนะนำออกจากข้อกำหนดแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนตอบข้อสอบ
ตรวจอำนาจ ข้อเท็จจริง ส่วนได้เสีย ความเป็นธรรม ความจำเป็น ความได้สัดส่วน ข้อมูลที่เปิดได้ สิทธิชี้แจง เหตุผลที่บันทึกได้ และมาตรการป้องกันซ้ำ หากคำตอบอ้างเพียงเจตนาดีหรือชื่อเสียง ให้กลับไปประเมินสิทธิและกระบวนการ
เมื่อสองตัวเลือกดูถูกทั้งคู่ ให้เลือกตัวที่รักษาหลักหลายด้านกว่าและข้ามขั้นตอนน้อยกว่า โดยระวังคำถามว่า “ทำก่อน” กับ “แนวทางดีที่สุด” ซึ่งอาจให้คำตอบต่างกัน











