ชื่อเรื่อง วิจัยในชั้นเรียน

kaem asked 4 ปี ago

ชื่อเรื่อง การใช้แบบฝึกบูรณาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์เรื่องสมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
สังคมโลกในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูล ข่าวสารทำให้ต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และมีการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพื่อให้ทันต่อ สถานการณ์ในสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ต้องมีการปฏิรูป การศึกษา คุณภาพของการจัดการศึกษาจึงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญประการหนึ่ง สำหรับความพร้อม ในการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก (ส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2555, หน้า 3) กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญและ ความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.2552-2561) จึงมีนโยบายในการปฏิรูปการศึกษาที่เด่นชัด โดยมีวิสัยทัศน์ “คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมี คุณภาพ” มีเป้าหมายภายในปี 2561 จะต้องมีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาและ การเรียนรู้ของคนไทย เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ซึ่งมีกรอบแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนอย่างมีระบบ โดยต้องพัฒนาคุณภาพ คนไทยยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพครูครูยุคใหม่ และพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ ใหม่ (สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ, 2554, หน้า 5)
ในการพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่นั้น ต้องมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดเนื้อหาสาระและ กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล และจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ ให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง (ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์, 2553)
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิด สร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (วิมลรัตน์ ศรีสุข, 2553, หน้า 74-75) แต่การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ยังไม่ประสบ ผลสำเร็จ ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการศึกษาของไทยพบกับปัญหานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ำมาตลอด และมีแนวโน้มตกต่ำเกือบทุกรายวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชา คณิตศาสตร์ในระยะเวลา 30 ปี นักเรียนระดับมัธยมศึกษายังไม่สามารถสอบผ่านการทดสอบ วิชาคณิตศาสตร์ในระดับชาติได้ถึงร้อยละ 50 (รัตนา ตั้งศิริชัยพงษ์, 2553, หน้า 6) ดังนั้น ครูผู้สอนจะต้องมี การคิดค้น และพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้กับระบบการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน และนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน คือ สิ่งใหม่ ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับ การจัดการเรียนการสอน หรือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบบฝึก ทักษะเป็นนวัตกรรมประเภทผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ มีลักษณะเป็นสื่อที่ช่วยในการจัดการ เรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความเข้าใจกระจ่างชัดในเรื่องที่เรียน หรือทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาการ เรียนรู้ในทักษะต่าง ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น (สุคนธ์ สินธพานนท์, 2552, หน้า 8-9) สุนีย์ พจีเจิม (2547, หน้า 23) ได้กล่าวว่า แบบฝึกมีความสำคัญในการฝึกทักษะให้ เกิดความชำนาญ ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติด้วยตนเอง เพิ่มเติมเนื้อหาแก่ผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากแต่ต้องได้รับการฝึกหลาย ๆ ครั้ง หลาย รูปแบบ เมื่อผู้เรียนได้รับการฝึกแล้ว อย่างน้อยก็สามารถพัฒนาตนเองได้ดีอย่างแน่นอน นับได้ ว่าแบบฝึกมีประโยชน์ต่อครูผู้สอนและนักเรียน และ อุษณีย์ เสือจันทร์ (2553, หน้า 17-18)
จากสภาพปัญหาและความจำเป็นดังที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า แบบฝึกทักษะ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้นได้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระการเรียนรู้ที่ 4 พีชคณิต เรื่อง สมการและการแก้สมการ จึงจัดทำแบบฝึกบูรณาการ เรื่อง สมการและการแก้สมการ ขึ้นมาเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิด การเรียนรู้ ทบทวนความรู้ ผู้เรียนสามารถฝึกทักษะได้ตามความต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น

จุดมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพื่อให้นักเรียนสามารถแก้สมการได้
2. เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
3. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่ต่อวิชาคณิตศาสตร์

สมมติฐานในการวิจัย
นักเรียนสามารถแก้สมการได้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ในที่สุด

ขอบเขตของการวิจัย
ดำเนินการสอนด้วยวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 43 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560

ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรต้น คือ แบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
ตัวแปรตาม คือ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อแบบฝึกบูรณาการเรื่อง สมการและการแก้สมการ

นิยามศัพท์
แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หมายถึง งานกิจกรรม หรือประสบการณ์ ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับเรื่อง สมการและการแก้สมการ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้ทบทวนเนื้อหาที่เรียนมาแล้ว เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ และเป็นการเพิ่ม ทักษะความชำนาญ
เจตคติ หมายถึง ความรู้สึกนึกคิดของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกพอใจ ชอบใจในการร่วมปฏิบัติกิจกรรม การเรียนการสอน และต้องดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ จนบรรลุผลสำเร็จ
นักเรียน หมายถึงผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 43 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ประโยชน์ต่อผู้สอน
1.1 เป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดการเรียนการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
1.2 เป็นเครื่องมือในการดำเนินการสอน สำหรับครูผู้สอนแทน
1.3 เป็นแนวทางในการจัดทำสื่อการเรียนการสอนในรายวิชาอื่น ๆ
2. ประโยชน์ต่อผู้เรียน
2.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2.2 นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน และสามารถนำความรู้พื้นฐานไปในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้

วิธีการดำเนินการวิจัย
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในเรื่องสมการและการแก้สมการ โดยใช้แบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ครั้งนี้ ครูผู้สอนได้สร้างเครื่องมือ เพื่อใช้ในการพัฒนานักเรียน ได้แก่
1) แบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ
2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (แบบอัตนัย จำนวน 10 ข้อ รวม 20 คะแนน เวลา 30 นาที )
3) นำคะแนนไปแปรผล
4) สรุปผลการทดสอบ

รูปแบบเทคนิควิธีการ
1) กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 43 คน
2) ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ข้อสอบแบบอัตนัย จำนวน 10 ข้อ
3) ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยครูใช้สื่อที่ครูสร้างขึ้นจากโปรแกรม Power Point ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ และตอบคำถามโดยเน้นให้นักเรียนตอบเป็นรายบุคคล
4) ให้นักเรียนแต่ละคนทำแบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายหลังจากทำแบบฝึกบูรณาการ
5) ครูตรวจความถูกต้องของแบบฝึกบูรณาการ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย
6) ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ข้อสอบแบบอัตนัย จำนวน 10 ข้อ

สถิติที่ใช้ในการวิจัย
ในการคำนวณคะแนนที เราจะหาคะแนนซี (Z score) ก่อน โดย คะแนนซีของคะแนนค่าใด ๆ คำนวณได้จากสูตร

คะแนนใดที่มีค่าเท่ากับค่าเฉลี่ยจะได้คะแนนซี เท่ากับศูนย์ คะแนนที่มีค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยจะได้คะแนนซีที่มีค่าติดลบ ดังนั้นเราจึงนิยมแปลงคะแนนซี ให้เป็นคะแนนที เพื่อให้พ้นค่าติดลบเหล่านี้โดยใช้สูตร

คะแนนที จึงเป็นการแปลงคะแนนของกลุ่ม โดยทำให้มีคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มเป็น 50 และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 10 นั่นเอง คะแนนสอบทั้งกลุ่มจึงมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่ (Ungrouped Data)
สูตร S.D. =
S.D. คือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
X1 คือ ข้อมูล (i = 1,2,3…N)
คือ มัชฌิมเลขคณิต
N คือ จำนวนข้อมูลทั้งหมด
ผลการวิจัย
จากการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในเรื่องสมการและการแก้สมการ โดยใช้แบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลปรากฏดังตารางต่อไปนี้

ตารางที่ 1 ตารางแสดงคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
คะแนนทีเฉลี่ย(Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน – หลังเรียน
รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัส ค 16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560
โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์
ลำดับที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อนเรียน Z -Score T – Score คะแนนหลังเรียน Z -Score T – Score
(20) (20)
1 เด็กชายภูมิระพี บัวทอง 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
2 เด็กชายเกรียงศักดิ์ สุรสุข 5 -1.2635 37.365 11 2.06286 70.6286
3 เด็กชายต้นธง แสงศรี 8 0.39968 53.9968 14 3.72604 87.2604
4 เด็กชายวราวุฒิ สุรสุข 6 -0.7091 42.9089 14 3.72604 87.2604
5 เด็กชายนวพล สารสุข 7 -0.1547 48.4529 16 4.83483 98.3483
6 เด็กชายบูรพา จำปาเทศ 5 -1.2635 37.365 17 5.38922 103.892
7 เด็กชายคฤหาสน์ แสนละเอียด 4 -1.8179 31.8211 13 3.17165 81.7165
8 เด็กชายศลาฆิน เจริญสิงห์ 4 -1.8179 31.8211 11 2.06286 70.6286
9 เด็กหญิงลิ้มนภา จำปาเทศ 3 -2.3723 26.2771 11 2.06286 70.6286
10 เด็กหญิงนฤมน โคกแก้ว 4 -1.8179 31.8211 13 3.17165 81.7165
11 เด็กหญิงสุรางคนางค์ วิเศษ 9 0.95407 59.5407 14 3.72604 87.2604
ลำดับที่ ชื่อ – สกุล คะแนนก่อนเรียน Z -Score T – Score คะแนนหลังเรียน Z -Score T – Score
(20) (20)
12 เด็กชายทักษ์ดนัย งัดโคกกรวด 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
13 เด็กชายศิวกร จันทร์ล้ำ 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
14 เด็กชายณัฐกฤต สืบเพ็ง 8 0.39968 53.9968 16 4.83483 98.3483
15 เด็กชายพีรพันธ์ เต็มปักษี 9 0.95407 59.5407 19 6.49801 114.98
16 เด็กชายธนกรณ์ จันทร์เทวี 6 -0.7091 42.9089 13 3.17165 81.7165
17 เด็กชายวัชรพล เอมอิ่ม 5 -1.2635 37.365 11 2.06286 70.6286
18 เด็กหญิงสุดารัตน์ พร้อมดี 8 0.39968 53.9968 14 3.72604 87.2604
19 เด็กหญิงณัฐมล สืบเพ็ง 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
20 เด็กหญิงธิดารัตน์ ไทยใหม่ 8 0.39968 53.9968 14 3.72604 87.2604
21 เด็กชายศิริวัฒน์ งัดโคกกรวด 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
22 เด็กชายอนุชา เงางาม 7 -0.1547 48.4529 15 4.28043 92.8043
23 เด็กชายกฤตมุข แก่นแก้ว 9 0.95407 59.5407 15 4.28043 92.8043
24 เด็กชายธีรพจน์ พรหมบุตร 9 0.95407 59.5407 20 7.0524 120.524
25 เด็กชายธนพล สุขประเสริฐ 7 -0.1547 48.4529 17 5.38922 103.892
26 เด็กชายทศพร เอนกดี 9 0.95407 59.5407 16 4.83483 98.3483
27 เด็กชายเอกชัย กรวยทอง 5 -1.2635 37.365 10 1.50847 65.0847
28 เด็กชายธนพล ผ่องสีดา 7 -0.1547 48.4529 13 3.17165 81.7165
29 เด็กชายสุวัฒน์ สุระสุข 6 -0.7091 42.9089 10 1.50847 65.0847
30 เด็กชายอุดมทรัพย์ ดาศรี 7 -0.1547 48.4529 13 3.17165 81.7165
31 เด็กชายศิริศักดิ์ บุญเพิ่ม 8 0.39968 53.9968 15 4.28043 92.8043
32 เด็กชายเอกสิทธิ์ บุญมี 9 0.95407 59.5407 15 4.28043 92.8043
33 เด็กชายธนพลธ์ สุระศักร 9 0.95407 59.5407 15 4.28043 92.8043
34 เด็กชายรัฐภูมิ พันธ์หินกอง 7 -0.1547 48.4529 15 4.28043 92.8043
35 เด็กชายสราวุฒิ สุขพร้อม 5 -1.2635 37.365 10 1.50847 65.0847
36 เด็กหญิงอภิญญา สมวงษ์ 9 0.95407 59.5407 18 5.94361 109.436
37 เด็กหญิงฟาลิตา พาสวัสดิ์ 6 -0.7091 42.9089 16 4.83483 98.3483
38 เด็กหญิงสุภัชชา ฉิมตระกูล 7 -0.1547 48.4529 15 4.28043 92.8043
39 เด็กหญิงกัลยารัตน์ สีบาง 9 0.95407 59.5407 18 5.94361 109.436
40 เด็กหญิงวรัญญา บุญมี 9 0.95407 59.5407 16 4.83483 98.3483
41 เด็กหญิงสโรชา บุญมี 9 0.95407 59.5407 17 5.38922 103.892
42 เด็กหญิงเกวลิน แสนสุด 7 -0.1547 48.4529 18 5.94361 109.436
43 เด็กหญิงนราภรณ์ กะการดี 9 0.95407 59.5407 19 6.49801 114.98

คะแนนทีเฉลี่ย (Average T Score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน = 50.00
คะแนนทีเฉลี่ย (Average T Score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน = 92.42
คะแนนทีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น= 42.42
ร้อยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น= 84.84

สรุปผลการวิจัย
จากการใช้แบบฝึกบูรณาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งใช้เวลา จำนวน 16 คาบ จากการสังเกต นักเรียนแต่ละคนความตั้งใจและให้ความร่วมมือในการทำแบบฝึกบูรณาการเรื่องสมการและการแก้สมการเป็นอย่างดี จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า
– คะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน = 39.95
– คะแนนทีเฉลี่ย (Average T score) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน = 50.60
โดยมีผลต่างอยู่ที่ 10.65 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 22.66

บรรณานุกรม

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2553). การจัดการเรียนรู้แนวใหม่. นนทบุรี: สหมิตรพริ้นติ้ง แอนด์พับลิสซิ่ง.
รัตนา ตั้งศิริชัยพงษ์. (2553). รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมที่ประยุกต์ใช้กลยุทธ์ การพัฒนาตนเอง ด้วยสัญญาการเรียนในการพัฒนาสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน คณิตศาสตร์ของนักเรียนด้อยสัมฤทธิ์ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย. วารสารวิชาการ, 14(4), 6.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยส.(2538).เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา(พิมพ์ครั้งที่ 5).กรุงเทพฯ:สุวีริยาสาส์น.
วิมลรัตน์ ศรีสุข. (2553). การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยการบูรณาการรูปแบบ การสร้างมโนทัศน์ กับรูปแบบการแปลงเพื่อเสริมสร้างความรู้ทางคณิตศาสตร์ และความสามารถทางการคิดอุปนัยของ นักเรียนมัธยมศึกษา, วารสารวิชาการ, 13(2), 74-75
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2552). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของ เยาวชน (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
สุนีย์ พจีเจิม. (2547). ผลการใช้แบบฝึกคณิตศาสตร์เรื่องการคูณที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎ์นิยมธรรม สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองศรีราชา. งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัย บูรพา. สถาบันทดสอบทางการศึกษา.(ม.ป.ป.).
สรุปผลวิเคราะห์ความสามารถของนักเรียน ป.6, ม.3, ม.6 จากคะแนน O-NET. วันที่สืบค้นข้อมูล 5 กุมภาพันธ์ 2556 เข้าถึงข้อมูลได้จาก http://www.niets.or.th/index.php/research_th/download/11.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2555). แนวการจัดการเรียนการสอนใน โรงเรียน มาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย.
อุษณีย์ เสือจันทร์. (2553). การพัฒนาแบบฝึกทักษะแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง วิธี เรียงสับเปลี่ยนและวิธี จัดหมู่ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิจัยและประเมินผล การศึกษา (วิจัยและพัฒนาการศึกษา), บัณฑิต วิทยาลัย, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Back to top button