วันงดสูบบุหรี่โลก รณรงค์ให้ทุกคนเลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพที่ดี
ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการสูบบุหรี่
ทีมสุขภาพร่วมใจขจัดภัยบุหรี่
ในปี 2548 องค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ในวันงดสูบบุหรี่โลกคือ “ทีมสุขภาพร่วมใจขจัดภัยบุหรี่” (Health Professionals And Tobacco Control) โดยสนับสนุนให้บุคลากรสาธารณสุขเช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักวิชาการสาธารณสุข แสดงบทบาทในการเป็นผู้นำรณรงค์ไม่สูบบุหรี่
อันตรายจากการสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่มีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอดสูงขึ้น 2-10 เท่า ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีอันตรายกว่า 4,000 ชนิด เช่น ทาร์ นิโคติน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย สมอง และระบบประสาท
ผลกระทบต่อผู้อื่น
การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อผู้สูบเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้อื่นรอบข้างด้วย เช่น เด็กในครอบครัวที่มีผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด และโรคหูชั้นนอกอักเสบ หญิงมีครรภ์ที่สูบบุหรี่มีโอกาสแท้ง คลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดและโรคหัวใจสูงขึ้นด้วย
แนวทางการเลิกบุหรี่
การเลิกบุหรี่ด้วยกำลังใจอย่างเดียวมักประสบความสำเร็จน้อย ปัจจุบันมีวิธีการช่วยเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้พฤติกรรมบำบัด การใช้ยาช่วยลดอาการขาดนิโคติน และการใช้น้ำยาบ้วนปาก อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีการเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
การเลิกบุหรี่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดี
การเลิกบุหรี่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดลงเหลือเท่ากับผู้ไม่สูบบุหรี่ภายในเวลา 15 ปี ดังนั้น การร่วมรณรงค์และสนับสนุนให้ทุกคนเลิกบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลกจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากพิษภัยของบุหรี่ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น











