การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ วัฏจักรการเรียนรู้ 7ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏ-จักรการเรียนรู้ 7ขั้น (7E) เรื่อง เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยการวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) หาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๓๘ คน ที่เรียนรายรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ เรื่อง สารละลาย ซึ่งได้มากจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1)ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 2)แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน 30 ข้อ โดยแบบวัดมีลักษณะเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีความยากตั้งแต่ 0.20 – 0.80 ค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ 0.25 – 0.60 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ (KR-20) เท่ากับ .809 ๔) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) เรื่อง สารละลาย จำนวน 30 ข้อ โดย
แบบทดสอบมีลักษณะเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีค่าความยาก (p) ตั้งแต่ 0.35-0.75
ค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ 0.25-0.60 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ (KR-20) เท่ากับ .80
4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t–test (Dependent Samples) โดยมีขั้นตอนการดําเนินการวิจัย 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนและศึกษา ทฤษฎี แนวคิด ที่เกี่ยวกับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือพัฒนางานให้ดีขึ้น ขั้นตอนที่ 2 พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ต้นแบบ และการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ที่พัฒนาขึ้นและวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยทดลองในกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อให้ต้นแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะนำไปใช้ ขั้นตอนที่ 4 ปรับปรุงชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ต้นแบบให้เหมาะสม นำต้นแบบที่สมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการพัฒนาต้นแบบมีการทำอย่างต่อเนื่อง จะพัฒนาและไปทดลองใช้กี่ครั้งขึ้นอยู่กับงานวิจัยแต่ละเรื่อง ขั้นตอนที่ 5ประเมินประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ต้นแบบ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อเผยแพร่ต่อไป
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
- นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7ขั้น (7E) สูงกว่านักเรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
- ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ พบว่า มีประสิทธิภาพ เท่ากับ83.92/82.96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
- ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ พบว่า มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7116 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร้อยละ 71.10
- ความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง สารละลาย รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๓ (ว22๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ อยู่ในระดับ
มากที่สุด