%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย 5C Model ร่วมกับบันทึกการเรียนรู้ Concept Log เพื่อส่งเสริมมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์และเจตคติที่มีต่อการเรียน เรื่องการบวกและการลบจำนวน นับที่มากกว่า 100,000 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัย นางประภาภรณ์ สินเจริญ โรงเรียน เทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองชัยภูมิ ปีที่วิจัย 2568 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดการ เรียนรู้ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย 5C Model ร่วมกับบันทึกการ เรียนรู้ Concept Log เรื่องการบวกและการลบจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เปรียบเทียบมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ก่อน และ หลังเรียน 4) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ และ 5) ศึกษาเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ด้วย 5C Model 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) บันทึกการเรียนรู้ Concept Log 4) แบบทดสอบวัดมโนทัศน์ ทางคณิตศาสตร์ และ 5) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (𝑥̅ ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) และการทดสอบค่าที (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ขาดมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ที่ถูกต้อง โดย มุ่งเน้นการเรียนรู้แบบท่องจำขั้นตอนการคำนวณ ขาดความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ในเรื่องค่าประจำหลัก และการ ดำเนินการที่มีจำนวนค่ามาก ส่งผลให้นักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ผู้วิจัยจึงนำสภาพปัญหาดังกล่าวมาเป็นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย 5C Model ร่วมกับบันทึกการเรียนรู้ Concept Log 2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 95.54/89.86 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ 3. มโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 4. ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 0.8399 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้า ในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.992 5. เจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.95, S.D. = 0.14) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านการเห็นคุณค่าและประโยชน์ (𝑥̅ = 4.95, S.D. = 0.15) รองลงมาคือด้านความรู้สึกต่อการเรียนคณิตศาสตร์ (𝑥̅ = 4.94, S.D. = 0.12)