%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ผู้วิจัย นางสาวทัศนีย์ เมืองงาม ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2566                                                                         บทคัดย่อ  การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานของความ ต้องการการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงาน วิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน 3) เพื่อตรวจสอบความ เหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน และ 4) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหาร 2 คน ครูผู้สอน จ านวน 33 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1– 6 จ านวน 315 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 จ านวน 119 คน รวมทั้งสิ้น 434 คน ระยะเวลาใน การด าเนินการในปีการศึกษา 2566 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) รูปแบบบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน 2) แบบประเมินความเหมาะสมของร่าง รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน 3) แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน และ 4) แบบสอบถามเพื่อการประเมิน ความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน 5) แบบรายงานผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปลายปี/ปลายภาคของนักเรียน และแบบรายงานผลการทดสอบความรู้ความสามารถของนักเรียนใน ระดับต่าง ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสถิติการบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า 1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของความต้องการในการพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้ ของครูผู้สอนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน สรุปได้ว่า ครูผู้สอนเห็นตรงกันว่าการพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูควรด าเนินการโดย การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียน 2. ผลการยกร่างรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน โดยการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Description : FGD) กับ บุคลากรของโรงเรียน เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของโรงเรียน โดยยึดตามแนวคิดกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนที่สัมพันธ์กัน คือ 1) การตัดสินใจโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู และชุมชนในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสถานศึกษามากที่สุด 2) การด าเนินการปฏิบัติงานตามแนวทางการมีส่วนร่วม 3) การประเมินผล ประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ (1) ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองประจ าทุกปี เพื่อทราบถึง จุดเด่น จุดด้อยที่ต้องแก้ไข และแนวทางการบริหารงานวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ (2) ก ากับ ติดตามให้มีการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการสถานศึกษา โดยให้สามารถท างานร่วมกันอย่าง ร่วมมือร่วมใจ (3) ผู้บริหาร และผู้มีส่วนร่วมจัดท ารายงานการปฏิบัติงาน และข้อคิดเห็นของ ผู้เกี่ยวข้อง มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการด าเนินงาน ผู้วิจัยและคณะท างาน FGD ได้สร้างและพัฒนา รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดตน้สน มีชื่อว่า “TONSON MODEL” ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า โดยรวมรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน มีความเหมาะสม และน าไปปฏิบัติได้ อยู่ใน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.58 โดยสูงสุดคือ ความถูกต้องเหมาะสมขององค์ประกอบในรูปแบบ ครูสะท้อนผลการเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนจากการทดสอบ ในระดับต่าง ๆ และเนื้อหาการพัฒนา และกระบวนการด าเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์ และน าไป ปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมีค่าเฉลี่ย 4.80 3. ผลการทดลองใช้รปูแบบการบรหิารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสมัฤทธิ์ทางการเรียน ของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน พบว่า 3.1 ความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียน จ าแนกเป็น 3.1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ในปีการศึกษา 2566 โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 79.16 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่า สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดร้อยละ 9.16 แสดงว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาโดยรวมมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ในปีการศึกษา 2566 โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 73.27 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่า สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 3.27 แสดงว่า นักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่ก าหนด และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนโดยรวมทั้ง 2 ระดับ ในปีการศึกษา 2566 โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 76.22 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่าสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 6.22 แสดงว่า นักเรียนทั้งสองระดับ โดยรวมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด และเมื่อพิจารณารายชั้น ทุกชั้นมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 3.1.2 ผลการสอบในระดับต่าง ๆ ของนักเรียน ประกอบด้วย 1) ความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading Test: RT) ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ปีการศึกษา 2566 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 89.02 โดย มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่ก าหนดไว้ 2) ความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ปีการศึกษา 2566 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 85.35 โดยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 50 ที่ก าหนดไว้ 3) ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (O-NET) ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ปีการศึกษา 2566 คือ วิชา ภาษาไทย ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 63.78 คณิตศาสตร์ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 25.45 วิทยาศาสตร์ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 37.37 และภาษาอังกฤษ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 35.03 ซึ่งมีเพียงวิชาภาษาไทยเท่านั้นที่มีค่าเฉลี่ยเกินร้อยละ 50 และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ส่วนวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ ซึ่งจ าเป็นต้อง พัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้นอีก ส่วนผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน ระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ปีการศึกษา 2566 คือวิชาภาษาไทย ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 57.73 คณิตศาสตร์ ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 21.97 วิทยาศาสตร์ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 27.06 และภาษาอังกฤษ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 27.73 ซึ่งมีเพียงวิชาภาษาไทยเท่านั้นที่มีค่าเฉลี่ยเกินร้อยละ 50 และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ย ระดับประเทศ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจ าเป็นต้องพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้นอีก 3.2 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน จากผล การประเมินตนเองของครูผู้สอน จ านวน 33 คน พบว่า ครูผู้สอนโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน มีความ สามารถในการจัดการเรียนรู้โดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 4. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน ของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน มีชื่อว่า “TONSON MODEL” ซึ่งได้มีการปรับปรุงพัฒนาและผ่าน การประเมินผล และการทดลองใช้จริงตามการน าเสนอในขั้นตอนที่ 2 และ 3 แล้ว พบว่า รูปแบบการ บริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน สามารถ น าไปใช้ในการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนที่ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี ครูมี ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ ผู้วิจัยจึงได้น ารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน ไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิท าการประเมินความ เหมาะสม และเป็นประโยชน์ในการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน ซึ่งผลการประเมินความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนของโรงเรยีน เทศบาล ๑ วัดต้นสน จากผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 9 คน พบว่า โดยรวมการบริหาร งานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนเทศบาล ๑ วัดต้นสน มีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด

Back to top button