การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ชื่อเรื่อง           การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย             นางจารุวรรณี  แพร่ศรีสกุล  ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ  ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา      โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร  อำเภอยางตลาด  จังหวัดกาฬสินธุ์
 บทคัดย่อ
            การพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน  เพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจัดการเรียนรู้  วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน เพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4) เพื่อประเมินรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 28 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ 2) แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีและความเป็นไปได้ของรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะ การอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning 5) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และ 7) แบบประเมินรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า IOC  ค่า E1/E2  ค่า E.I  ค่า t แบบกลุ่มไม่อิสระ (Dependent  samples) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการพรรณนา (Descriptive analysis)
            ผลการวิจัยพบว่า

  1. สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  พบว่า สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะนักเรียน มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ปัญหาเกิดจากนักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ  ส่วนครูขาดเทคนิควิธีสอนและยังยึดติดกับรูปแบบการสอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง และมีความต้องการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีคุณภาพ
  2. ผลการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ผู้วิจัยได้ยึดทฤษฏีของจอยซ์และไวล์ (Joyce and Weil) ประกอบแนวคิดเกี่ยวกับการอ่านของบลูม ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของบรูเนอร์ (Bruner) ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike’s Connectionism Theory) และทฤษฏีการจัดการเรียนรู้แบบ E-learning แบบผสมผสานและแบบออนไลน์ของ ฐาปนีย์ ธรรมเมธา มีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนรู้ สาระหลัก ระบบสังคม หลักการตอบสนอง เงื่อนไข สิ่งสนับสนุน
  3. ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏผลดังนี้

                3.1) ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน เท่ากับ 85.81/83.69 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และค่าประสิทธิผลของรูปแบบการสอน เท่ากับ 0.6679 หมายความว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 66.79
                3.2) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
                3.3) ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.82, S.D. = 0.35)

  1. ผลประเมินรูปแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษแบบ E-learning เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ครูและนักเรียนเห็นว่ารูปแบบการสอนมีคุณภาพและเหมาะสมมากที่สุด (= 4.85, S.D. = 0.35)
Back to top button