ข้อสอบ

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568 พร้อมเฉลย 50 ข้อ ครบทุกหมวด

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568 เป็นข้อสอบภาคทฤษฎีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ทุกคนต้องผ่าน โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 25 ข้อ รวม 50 ข้อ ครอบคลุม 10 หมวดหลัก ต้องทำให้ได้ ไม่ต่ำกว่า 90% (45 ข้อ) จึงจะผ่าน บทความนี้รวบรวมแนวข้อสอบพร้อมเฉลยครบทุกหมวดไว้ให้ฝึกทำก่อนสอบจริง


โครงสร้างข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568

รายละเอียดข้อมูล
จำนวนข้อสอบ50 ข้อ (แบ่ง 2 ชุด ชุดละ 25 ข้อ)
เกณฑ์ผ่านตอบถูก ≥ 45 ข้อ (90%)
รูปแบบปรนัย 4 ตัวเลือก (มีภาพประกอบบางข้อ)
เวลาสอบไม่จำกัดเวลา (เฉลี่ยผู้สอบใช้ 30–40 นาที)
ระบบสอบสอบผ่านคอมพิวเตอร์ที่กรมการขนส่งทางบก
หมวดข้อสอบ10 หมวด

10 หมวดข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568

ข้อสอบใบขับขี่ครอบคลุม 10 หมวดดังนี้:

หมวดเนื้อหาสัดส่วน (โดยประมาณ)
1กฎหมายว่าด้วยรถยนต์15%
2กฎจราจร20%
3มารยาทและจิตสำนึกในการขับรถ10%
4เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย15%
5การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น10%
6ป้ายจราจรและสัญญาณจราจร15%
7อุบัติเหตุและการปฐมพยาบาล5%
8ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน5%
9สภาพแวดล้อมและการขับรถ3%
10สรุปบทเรียนจากอุบัติเหตุ2%

แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568 พร้อมเฉลย — ครบทุกหมวด

หมวดที่ 1 — กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ข้อ 1. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวมีอายุกี่ปี?

  • ก. 1 ปี
  • ข. 2 ปี
  • ค. 3 ปี
  • ง. 5 ปี

✅ เฉลย: ข. 2 ปี — ใบอนุญาตขับรถชั่วคราวมีอายุ 2 ปี หลังจากนั้นต่ออายุเป็นใบขับขี่ 5 ปี


ข้อ 2. ผู้ขับรถยนต์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าเท่าไร?

  • ก. 15 ปี
  • ข. 16 ปี
  • ค. 18 ปี
  • ง. 20 ปี

✅ เฉลย: ค. 18 ปี — พ.ร.บ. รถยนต์กำหนดให้ผู้ขับรถยนต์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์


ข้อ 3. ผู้ขับรถที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถมีโทษอย่างไร?

  • ก. ว่ากล่าวตักเตือน
  • ข. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ค. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • ง. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

✅ เฉลย: ง. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท


หมวดที่ 2 — กฎจราจร

ข้อ 4. เมื่อพบสัญญาณไฟจราจรสีเหลืองอำพัน ผู้ขับรถต้องปฏิบัติอย่างไร?

  • ก. เร่งความเร็วเพื่อให้ผ่านสัญญาณก่อนไฟแดง
  • ข. หยุดทันทีในทุกกรณี
  • ค. ชะลอความเร็วและเตรียมหยุด ถ้าหยุดได้อย่างปลอดภัย
  • ง. ขับต่อไปได้ตามปกติ

✅ เฉลย: ค. สัญญาณไฟเหลืองหมายถึงเตือนให้ชะลอและเตรียมหยุด ไม่ใช่สัญญาณให้เร่งผ่าน


ข้อ 5. บริเวณใดต่อไปนี้ห้ามแซง?

  • ก. ทางตรงที่มองเห็นชัดเจน
  • ข. ทางโค้ง ทางลูกคลื่น และบนสะพาน
  • ค. ถนนสองช่องทางที่มีรถน้อย
  • ง. เวลากลางคืนที่ถนนโล่ง

✅ เฉลย: ข. ห้ามแซงบริเวณทางโค้ง ทางขึ้น-ลงเนิน ทางลูกคลื่น บนสะพาน ทางร่วมทางแยก และในอุโมงค์


ข้อ 6. เมื่อขับรถถึงทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ต้องให้สิทธิ์แก่ใครก่อน?

  • ก. รถที่วิ่งเร็วกว่า
  • ข. รถที่มาจากทางขวา
  • ค. รถที่มาจากทางซ้าย
  • ง. รถที่มาถึงก่อน

✅ เฉลย: ข. ต้องให้สิทธิ์รถที่มาจากทางขวาก่อนเสมอ


ข้อ 7. ความเร็วสูงสุดในเขตชุมชน (ถนนทั่วไปในเมือง) กำหนดไว้ที่เท่าไร?

  • ก. 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ข. 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ค. 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ง. 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

✅ เฉลย: ก. 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง — บนถนนทั่วไปในเขตกำหนดความเร็ว ห้ามเกิน 60 กม./ชม.


ข้อ 8. เมื่อขับรถเข้าสู่วงเวียน ต้องปฏิบัติอย่างไร?

  • ก. รีบเข้าวงเวียนก่อนรถคันอื่น
  • ข. ขับรถวนทางซ้ายของวงเวียนและหยุดให้รถในวงเวียนผ่านก่อน
  • ค. ขับวนทางขวาของวงเวียน
  • ง. บีบแตรเพื่อแจ้งรถในวงเวียน

✅ เฉลย: ข. รถที่จะเข้าวงเวียนต้องให้สิทธิ์รถที่อยู่ในวงเวียนอยู่แล้ว และขับวนทางซ้ายเสมอ


หมวดที่ 3 — มารยาทและจิตสำนึกในการขับรถ

ข้อ 9. เมื่อรถฉุกเฉิน (รถพยาบาล รถดับเพลิง) ใช้สัญญาณไฟและเสียง ผู้ขับรถควรทำอย่างไร?

  • ก. รีบขับแซงหน้าเพื่อเปิดทาง
  • ข. ขับรถชิดด้านซ้ายและหยุดรถเพื่อให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน
  • ค. ขับรถตามรถฉุกเฉินเพื่อใช้เส้นทางที่โล่ง
  • ง. บีบแตรเตือนรถข้างหน้าให้เปิดทาง

✅ เฉลย: ข. ผู้ขับรถต้องให้ทางรถฉุกเฉินเสมอ โดยขับชิดซ้ายและหยุด


ข้อ 10. พฤติกรรมใดต่อไปนี้เป็น “ขับรถโดยประมาท” ตามกฎหมาย?

  • ก. ขับรถด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข. ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
  • ค. เปิดไฟหน้าในเวลากลางคืน
  • ง. หยุดรถที่ป้ายหยุด

✅ เฉลย: ข. การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถถือเป็นการขับรถโดยประมาท มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท


หมวดที่ 4 — เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

ข้อ 11. เมื่อขับรถลงทางลาดชันยาว ควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อความปลอดภัย?

  • ก. เหยียบเบรกแรงๆ ตลอดเวลา
  • ข. ใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยชะลอความเร็ว และย้ำเบรกเป็นจังหวะ
  • ค. ปลดเกียร์ว่างเพื่อประหยัดน้ำมัน
  • ง. เหยียบคลัทช์ค้างไว้ตลอดเวลา

✅ เฉลย: ข. การใช้เกียร์ต่ำช่วยลดการใช้เบรก ป้องกันเบรกร้อนจนเสื่อมประสิทธิภาพ


ข้อ 12. ระยะห่างที่ปลอดภัยในการขับรถตามรถคันหน้าควรอยู่ที่เท่าไร?

  • ก. อย่างน้อย 1 ช่วงรถ
  • ข. อย่างน้อย 2 วินาที (หรือระยะ 2 ช่วงรถขึ้นไป)
  • ค. อย่างน้อย 5 เมตร
  • ง. ไม่มีกำหนดตายตัว

✅ เฉลย: ข. กฎ “2 วินาที” คือนับตั้งแต่รถคันหน้าผ่านจุดหนึ่ง จนถึงที่รถเราถึงจุดเดียวกัน


ข้อ 13. เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่รถคันหลังขับตามใกล้มาก (Tailgating) ควรทำอย่างไร?

  • ก. เร่งความเร็วให้ทิ้งห่าง
  • ข. เหยียบเบรกกะทันหันเพื่อเตือน
  • ค. ขับรถชิดซ้าย ลดความเร็ว และเปิดทางให้รถคันหลังแซง
  • ง. กระพริบไฟเบรกให้ถี่ขึ้น

✅ เฉลย: ค. วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิดทางให้รถคันหลัง ไม่ยั่วยุด้วยการเหยียบเบรกกะทันหัน


หมวดที่ 5 — การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น

ข้อ 14. ไฟเตือนสีแดงรูปหยดน้ำมันติดขณะขับรถ ควรทำอย่างไร?

  • ก. ขับต่อไปได้จนถึงปลายทาง
  • ข. หยุดรถทันทีในที่ปลอดภัย ดับเครื่องยนต์ และตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
  • ค. เร่งเครื่องเพื่อกระจายน้ำมัน
  • ง. เปลี่ยนเกียร์ให้ต่ำลง

✅ เฉลย: ข. ไฟเตือนน้ำมันเครื่องหมายถึงแรงดันน้ำมันต่ำผิดปกติ หากขับต่ออาจเครื่องยนต์พัง


ข้อ 15. ยางรถยนต์ควรตรวจสอบลมยางเมื่อใด?

  • ก. หลังขับรถเสร็จทันที ขณะยางยังร้อน
  • ข. ก่อนออกเดินทาง ขณะยางเย็น (จอดพักอย่างน้อย 3 ชั่วโมง)
  • ค. ทุก 6 เดือนครั้ง
  • ง. เมื่อยางแบนเท่านั้น

✅ เฉลย: ข. ตรวจลมยางขณะยางเย็นให้ผลแม่นยำ เพราะความร้อนทำให้ลมขยายตัวได้


หมวดที่ 6 — ป้ายจราจรและสัญญาณจราจร

ข้อ 16. ป้ายสามเหลี่ยมสีแดงขอบแดง หมายความว่าอะไร?

  • ก. ป้ายบังคับ ต้องปฏิบัติตาม
  • ข. ป้ายเตือน ให้ระมัดระวัง
  • ค. ป้ายแนะนำ ปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้
  • ง. ป้ายห้าม ห้ามทำตามที่ระบุ

✅ เฉลย: ข. ป้ายสามเหลี่ยมพื้นขาวขอบแดงคือป้ายเตือน


ข้อ 17. เส้นทึบสีเหลืองกลางถนนหมายความว่าอะไร?

  • ก. แซงได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัย
  • ข. ห้ามแซง ห้ามล้ำเส้นหรือคร่อมเส้น
  • ค. ช่องทางเดินรถสำหรับรถบรรทุก
  • ง. เส้นแบ่งเขตจอดรถ

✅ เฉลย: ข. เส้นทึบห้ามผ่านหรือคร่อมเส้นทึบโดยเด็ดขาด


ข้อ 18. ป้ายวงกลมสีแดงขีดเส้นทแยงมุม หมายความว่าอะไร?

  • ก. ให้ระวัง
  • ข. ห้ามกระทำสิ่งที่ระบุในป้าย
  • ค. ให้ขับรถชะลอลง
  • ง. บังคับให้หยุด

✅ เฉลย: ข. ป้ายวงกลมพื้นขาวขอบแดงขีดทแยงมุมคือป้ายห้าม


หมวดที่ 7 — อุบัติเหตุและการปฐมพยาบาล

ข้อ 19. เมื่อเกิดอุบัติเหตุและพบผู้บาดเจ็บหมดสติ ไม่หายใจ ควรทำอะไรก่อน?

  • ก. ให้น้ำดื่ม
  • ข. รีบยกย้ายออกจากที่เกิดเหตุ
  • ค. โทร 1669 เพื่อแจ้งหน่วยกู้ชีพ และทำ CPR หากมีความรู้
  • ง. รอให้รถพยาบาลมาถึงโดยไม่ทำอะไร

✅ เฉลย: ค. ลำดับความสำคัญคือโทรแจ้งหน่วยกู้ชีพก่อน และทำ CPR หากผ่านการฝึกมา


ข้อ 20. เมื่อเกิดเหตุรถชน ผู้ขับรถต้องแสดงหลักฐานใดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ?

  • ก. ใบอนุญาตขับรถและเอกสารรถเท่านั้น
  • ข. ใบอนุญาตขับรถ สำเนาทะเบียนรถ และกรมธรรม์ประกันภัย
  • ค. บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว
  • ง. ไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐาน

✅ เฉลย: ข. ต้องแสดงใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ และหลักฐานประกันภัยทุกครั้ง


หมวดที่ 8 — ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ข้อ 21. เมื่อยางแตกขณะขับรถด้วยความเร็วสูง ควรทำอย่างไร?

  • ก. เหยียบเบรกแรงทันที
  • ข. หักพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไหล่ทาง
  • ค. จับพวงมาลัยให้มั่น ค่อยๆ ลดความเร็ว และชิดซ้ายอย่างช้าๆ
  • ง. ปลดเกียร์ว่างทันที

✅ เฉลย: ค. การเหยียบเบรกกะทันหันหรือหักพวงมาลัยแรงๆ เมื่อยางแตกอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้


ข้อ 22. เมื่อเบรกแตก (เบรกไม่มีแรง) ขณะขับรถบนถนน ควรทำอย่างไร?

  • ก. เปิดประตูกระโดดออกจากรถ
  • ข. ย้ำเบรกซ้ำๆ อย่างรวดเร็ว ใช้เบรกมือ และลดเกียร์
  • ค. ดับเครื่องยนต์ทันที
  • ง. เร่งเครื่องให้รถวิ่งออกไปก่อน

✅ เฉลย: ข. ย้ำเบรกเพื่อสร้างแรงดัน + เบรกมือ + ลดเกียร์ คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด


หมวดที่ 9 — สภาพแวดล้อมและการขับรถ

ข้อ 23. ขับรถในฝนตกหนัก ทัศนวิสัยไม่ดี ควรทำอย่างไร?

  • ก. เปิดไฟฉุกเฉิน 4 ทิศ และจอดรถทันที
  • ข. ลดความเร็ว เปิดไฟหน้า เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ค. เปิดไฟสูงเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
  • ง. ขับด้วยความเร็วปกติแต่บีบแตรเตือน

✅ เฉลย: ข. ลดความเร็ว เพิ่มระยะห่าง เปิดไฟหน้าในสภาพอากาศไม่ดี


ข้อ 24. ขับรถในเวลากลางคืน ควรใช้ไฟสูงในกรณีใด?

  • ก. เมื่อขับในทางด่วน
  • ข. เมื่อไม่มีรถสวนมาและไม่มีรถคันหน้า
  • ค. ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย
  • ง. เมื่อขับในเมืองที่ไฟถนนน้อย

✅ เฉลย: ข. ใช้ไฟสูงได้เมื่อไม่มีรถสวนหรือรถข้างหน้าในระยะ 150 เมตร เพราะไฟสูงทำให้รถสวนมองไม่เห็น


หมวดที่ 10 — สรุปบทเรียนจากอุบัติเหตุ

ข้อ 25. สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยคืออะไร?

  • ก. สภาพถนนและอากาศ
  • ข. พฤติกรรมผู้ขับรถ เช่น ขับเร็ว เมาสุรา และไม่คาดเข็มขัด
  • ค. รถยนต์ไม่ได้มาตรฐาน
  • ง. ป้ายจราจรไม่ชัดเจน

✅ เฉลย: ข. กว่า 80% ของอุบัติเหตุเกิดจากพฤติกรรมผู้ขับ โดยเฉพาะความเร็ว การดื่มแล้วขับ และไม่คาดเข็มขัด


ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ 2568

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) — บางสำนักงานไม่ต้องใช้
  • ค่าธรรมเนียม ประมาณ 105 บาท (ค่าสมุดใบขับขี่)

ขั้นตอนในวันสอบ

  1. ลงทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด
  2. เข้ารับชม วิดีโอการขับรถ ประมาณ 4 ชั่วโมง (ครั้งแรก)
  3. สอบข้อเขียน บนคอมพิวเตอร์ 50 ข้อ ต้องผ่าน 45 ข้อ (90%)
  4. หากผ่าน → เข้า สอบปฏิบัติ (ขับรถในสนาม 7 ท่า)
  5. หากผ่านทุกขั้นตอน → รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว 2 ปี

💡 เคล็ดลับ: หากสอบข้อเขียนไม่ผ่าน สามารถสอบซ่อมได้ในวันถัดไป ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม


7 ท่าสอบปฏิบัติใบขับขี่รถยนต์

ท่ารายละเอียด
1การขับรถเดินหน้าตรง
2การขับรถถอยหลังเข้าจอด
3การกลับรถในพื้นที่จำกัด
4การขับรถผ่านทางโค้ง
5การหยุดรถบนทางลาดชัน (เนิน)
6การจอดรถเทียบทางเท้า
7การขับรถบนเส้นทางจริง (Road Test)

เทคนิคสอบให้ผ่านใน 1 ครั้ง

  1. ฝึกทำข้อสอบให้ครบ 3 ชุดขึ้นไป ก่อนสอบจริง เพราะคำถามมักซ้ำในกลุ่มเดิม
  2. จำหลักการ ไม่ใช่ท่อง เข้าใจเหตุผลของกฎจราจรแต่ละข้อ
  3. ระวังคำถามที่มีคำว่า “ไม่ถูกต้อง” หรือ “ยกเว้น” อ่านให้ครบก่อนเลือกตอบ
  4. ป้ายจราจร ต้องจำรูปร่าง สี และความหมายให้ครบ เพราะออกสอบบ่อยมาก
  5. ไม่ต้องรีบ ข้อสอบไม่จับเวลา ใช้เวลาอ่านทบทวนก่อนกดยืนยัน

ลิงก์ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ (ฟรี)

  • กรมการขนส่งทางบก: https://etest.dlt.go.th
  • แอปพลิเคชัน “DLT Smart Queue” — จองคิวสอบและฝึกข้อสอบ (Android/iOS)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ข้อสอบใบขับขี่ 2568 มีกี่ข้อ ต้องผ่านกี่ข้อ?
A: สอบ 50 ข้อ แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 25 ข้อ ต้องตอบถูกอย่างน้อย 45 ข้อ (90%) จึงจะผ่าน

Q: สอบข้อเขียนใบขับขี่ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?
A: สามารถขอสอบซ่อมได้ในวันทำการถัดไปโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม

Q: ต่อใบขับขี่ต้องสอบข้อเขียนใหม่ไหม?
A: ใบขับขี่ 5 ปี เมื่อต่ออายุ ไม่ต้องสอบข้อเขียน แต่ต้องอบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ของกรมขนส่ง ส่วนการต่อจากชั่วคราว (2 ปี) เป็น 5 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่

Q: ข้อสอบใบขับขี่มีภาพประกอบไหม?
A: มีบางข้อที่ใช้ภาพป้ายจราจร สัญลักษณ์ หรือสถานการณ์จำลอง ประมาณ 5–10 ข้อต่อชุด

Q: สอบใบขับขี่ต้องไปที่ไหน?
A: ไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือกรมการขนส่งทางบกในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ สามารถจองคิวออนไลน์ผ่านแอป DLT Smart Queue ได้เลย


การศึกษาไทย

เว็บไซต์ข่าวสารการศึกษาของครูและบุคลากรทางการศึกษา อัพเดททุกวัน ติดตามเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหว ของข่าวสารการศึกษา ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button