ชื่อโครงงาน เห็ดน้อยหรรษา

ชื่อโครงงาน                 เห็ดน้อยหรรษา ผู้จัดทำโครงงาน              นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3  โรงเรียนบ้านโหล๊ะหาร ครูที่ปรึกษา                  นางสาวอริสรา ทองพลอย ระยะเวลาในการจัดทำ      ระหว่างวันที่1พฤศจิกายน ถึง  25 ธันวาคม 2562 ที่มาของโครงงาน            (วันที่1พฤศจิกายน2562)   ครูพาเด็กๆ มาออกกำลังกายที่สนามกีฬาในโรงเรียน เด็กๆวิ่งเล่นในสนามกีฬาอย่างสนุกสนาน เด็กชายนนท์และเด็กชายเก่งวิ่งมาหาครูและกล่าวว่าตนเองพบเห็ดเสม็ดในสนามและพบเห็ดที่โรงรถเมื่อเดินผ่านโรงรถตอนจะไปห้องน้ำเด็กบอกพร้อมทั้งเก็บเห็ดมาให้ครูและเพื่อนๆดูครูจึงตั้งถามเด็ก ๆ ว่า  ครู : เห็ดที่เด็กๆสังเกตมีลักษณะอย่างไร มังกร :         เห็ดมีสีม่วง มะนาว :       บางดอกสั้นบางดอกก็ยาว แคน :          เห็ดอยู่ใต้ใบไม้ โตเกียว :       มีเห็ดอยู่ในหญ้า ครู : เด็กๆมีข้อสงสัย หรือมีคำถามที่อยากรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องเห็ด ออสก้า : ในโรงเรียนมีเห็ดอะไรบ้าง (ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) ต้นหอม : เห็ดทำไมต้องมาขึ้นในสนาม(ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) ต้นกล้า : ทำไมเห็ดที่โรงรถกับในสนามมีขนาดไม่เท่ากัน(ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) เฟีย :ทำไมเห็ดเปียก(ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) เซีย :ทำไมเห็ดมาอยู่ในหญ้า(ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) พลอย : ทำไมเห็ดมาขึ้นข้างๆก้อนหิน(ครูบันทึกคำถามลงบนกระดาษชาร์ท) ครู : เด็กๆ  มีคำถามอะไรอีกไหมที่อยากรู้  เด็กตอบไม่มี  ครูจึงสนทนาร่วมกับเด็ก และ สรุปคำถามที่เด็กอยากรู้ โดยใช้ชาร์ทที่ครูจดบันทึก  ซึ่งได้คำถามที่เด็กอยากรู้  6  คำถาม         ขั้นที่1  ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ จากการที่เด็กไปสำรวจเห็ดที่ขึ้นสนามและในบริเวณโรงเรียน  เด็กหลายคนสังเกตเห็ดที่ขึ้นในสนามและในบริเวณโรงเรียน  และชักชวนเด็กคน อื่นมาสังเกตด้วย   เมื่อกลับเข้าห้องครูจึงสนทนาร่วมกับเด็ก ๆ  และมีคำถามที่เด็ก ๆ สงสัยเกี่ยวกับเห็ด 6  คำถาม   ดังนี้ คำถามที่  1  มีเห็ดอะไรบ้าง คำถามที่  2  ทำไมเห็ดต้องมาขึ้นในสนาม คำถามที่  3  ทำไมเห็ดที่ขึ้นในสนามกับมาขึ้นในรูของโรงรถมีขนาดไม่เท่ากัน คำถามที่  4  ทำไมเห็ดเปียก คำถามที่  5  เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน คำถามที่  6 ทำไมเห็ดมาขึ้นข้างๆก้อนหิน จากคำถามที่เด็กอยากรู้  6  คำถาม  เด็กและครูสนทนาเพื่อเลือกคำถามที่จะนำมาสำรวจตรวจสอบ  โดย การให้เหตุผลประกอบ ซึ่งเด็กเห็นว่า  ต้องการเลือกคำถามที่  1  มีเห็ดอะไรบ้าง และคำถามที่  5  เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน เพราะจะได้รู้ถึงการเจริญเติบโตของเห็ดและจะ ได้สังเกตเห็ดที่เกิดขึ้นในบริเวณโรงเรียน และคำถามที่อยากรู้คำตอบเพิ่มคือ 1.มีเห็ดอะไรบ้าง 2.เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน โดยจะทำการสำรวจตรวจสอบ  คำถามที่  1 คือ มีเห็ดอะไรบ้าง เด็กสังเกตเห็ดนำไปศึกษาเพิ่มเติมที่ห้องเรียน ครูจดคำถามของเด็กในแผ่นชาร์ทคำถามที่เด็กอยากรู้ คำถามที่เด็กอยากรู้ ตัวแปรที่ศึกษา                ตัวแปรต้น              ก้อนเห็ด                 ตัวแปรตาม            การเจริญเติบโตของเห็ด  ตัวแปรควบคุม       น้ำ สภาพแวดล้อม จุดประสงค์ เพื่อสำรวจว่ามีเห็ดชนิดใดบ้างในโรงเรียนและชุมชน   ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน(วันที่ 4พฤศจิกายน2562) เด็กและครูสนทนาร่วมกัน  โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับเห็ดที่นักเรียนเคยเจอ ครู      :  เด็กเคยเจอเห็ดอะไรบ้าง เจอที่ไหน มังกร:   เจอเห็ดเสม็ดบนเขื่อน เอวา:    เจอเห็ดเมาที่บ้าน ครูจึงชวนเด็กสนทนาต่อเนื่องว่า เห็ดที่นักเรียนเจอในแต่ละที่ มีลักษณะเหมือนกันไหม แตกต่างกันอย่างไร รวมทั้งได้ทบทวนถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ คือ มีเห็ดอะไรบ้าง โดยเด็กแบ่งกลุ่ม  6  กลุ่มๆ ละ  5  คน  โดยครูใช้คำถามถามเด็ก  ให้เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันคิด และตกลงว่า กลุ่มตนเองจะ คาดคะเนว่าอย่างไร จากคำถามดั้งนี้“ เด็กรู้จักเห็ดอะไรบ้าง  และให้เด็กนำเสนอ ครูเขียนการคาดคะเนลงในกระดาษชาร์ท         ครูจึงชวนสนทนาต่อเนื่องว่า  เกี่ยวกับเห็ดแต่ล่ะชนิด รวมทั้งได้ทบทวนคำถามที่เด็กอยากรู้ คือ “มีเห็ดอะไรบ้าง”และครูให้เด็กสันนิษฐานคำตอบ โดยเด็กแบ่งกลุ่ม6 กลุ่มๆ ละ 5 คน โดยครูใช้คำถาม  ถามเด็กๆ ให้เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันคิด  และตกลงว่า กลุ่มตนเองจะสันนิษฐานว่าอย่างไร จากคำถามดังนี้  “เด็กๆคิดว่ามีเห็ดอะไรบ้าง ”                กลุ่ม  1  เห็ดโคน,เห็ดปลวก                กลุ่ม  2  เห็ดเสม็ด                กลุ่ม  3  เห็ดนางฟ้า,เห็ดแครง         กลุ่ม  4  เห็ดเมา                กลุ่ม  5  เห็ดนมหมู         กลุ่ม  6  เห็ดขี้วัว  ตัวแทนกลุ่มเสนอความคิดและข้อสันนิษฐานการสันนิษฐานของแต่ละกลุ่ม   ขั้นที่  3  ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ครูสนทนากับเด็ก โดยใช้คำถาม “เด็กๆมีวิธีการหาคำตอบโดยวิธีใดบ้าง ถึงจะทราบว่า มีเห็ดอะไรบ้าง”  กลุ่มที่  1 เด็กๆ บอกว่า  พ่อแม่ แล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง               ครู     :  ถ้าเด็กๆ  จำเรื่องที่พี่แม่พ่อเล่าให้ฟังไม่ได้ จะทำอย่างไร                                  มังกร  :  ให้คุณพ่อ  คุณแม่จดมาให้ค่ะ  กลุ่มที่ 2 เด็กๆ บอกว่า ไปหาหนังสือที่ห้องสมุดโรงเรียน  แล้วยืมหนังสือมาเรียนที่ห้อง                    ครู  : แล้วหนูอ่านหนังสือไม่ออก  จะทำอย่างไร                    นนท์  :  ให้ครูอ่านให้ฟัง     กลุ่มที่ 3  เด็กๆ บอกว่า  ดูอินเตอร์เน็ตก็ได้หนูจะดูรูปภาพ               ครู  : หนูดูรูปภาพแต่อ่านหนังสือไม่ออกจะทำอย่างไร               นิสรีน :  ให้ครูอ่านให้ฟัง    กลุ่มที่ 4  เด็กๆบอกว่า ไปดูที่โรงเพาะเห็ดในชุมชน               ครู  : เราจะจำเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ด  ได้อย่างไร               นิสรีน :  ให้ครูถ่ายรูปและจดบันทึก  กลุ่มที่ 5 เด็กๆ บอกว่า  ดูในคอมพิวเตอร์เปิดอินเตอร์เน็ต  กลุ่มที่ 2 เด็กๆ บอกว่า ไปดูหนังสือที่ห้องสมุดโรงเรียนก็ได้                     ครู     : แล้วหนูอ่านหนังสือไม่ออก  จะทำอย่างไร                    นนท์  : ให้ครูอ่านให้ฟังก็ได้  ถามพ่อแม่แล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง   ดูจากอินเตอร์เน็ต   ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้โรงเพาะเห็ดในชุมชน ไปหาหนังสือที่ห้องสมุด ครูให้เด็กออกแบบวิธีบันทึกผล และนำเสนอผลงาน โดยถามเด็กว่าเมื่อได้รับความรู้เรื่อง “มีเห็ดอะไรบ้าง”  แล้วเด็กมีวิธีบันทึกอย่างไร  และจะนำงานไปให้คนอื่นมีความรู้ด้วยจะทำอย่างไร            เฟีย :   วาดรูปเห็ดที่ไปสำรวจ                   มะนาว  :  เขียนชื่อเห็ดแต่ละชนิดตามป้ายที่ครูเขียนให้            ออสก้า  : เล่าให้ครูจดตามที่ผมเล่าให้ฟัง                   มาร์ค  :  นำงานที่ครูจดไปเล่าให้เพื่อนฟัง                   ต้น     :   นำชิ้นงานไปติดโชว์หน้าห้อง เด็กและครูสรุปตามวิธีการที่เด็กๆ ร่วมกันออกแบบ โดยครูเขียนบันทึกที่แผ่นชาร์ท วิธีการหาคำตอบและวิธีการบันทึก-นำเสนอผลงานของเด็ก   ขั้นที่ 4   สังเกตและบรรยาย  (วันที่ 5พฤศจิกายน 2562) ครูให้เด็กไปถามพ่อแม่หรือมีเอกสารมาเล่าให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน จากการที่ไปถามพ่อแม่ เด็กๆร่วมกันสรุปได้ว่า เห็ดที่ไปหาข้อมูลมามี   เห็ดไข่เหลือง เห็ดหลินจือ เห็ดออรินจิ เห็ดเผาะ เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดมันปู เด็กนำความรู้จากพ่อแม่เล่าให้เพื่อนฟัง  สรุปความรู้จากการถามพ่อแม่ เด็กและครูไปหาคำตอบโดยหาหนังสือในห้องสมุดและดูอินเทอร์เน็ต  โดยครูเด็กแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ไปหาหนังสือ  เมื่อได้หนังสือจากห้องสมุดเรื่องเห็ด เพื่อศึกษาเรียนรู้  กลุ่มที่ 2 ไปดูอินเทอร์เน็ตโดยครูช่วยอ่านให้ฟัง เมื่อหมดเวลาให้สับเปลี่ยนวิธีการหาคำตอบ เด็กๆไปหาคำตอบที่ห้องสมุดและปฏิบัติตามกฎที่ตกลงกันไว้           จาการหาคำตอบโดยวิธีหาหนังสือในห้องสมุดและดูอินเทอร์เน็ต  เด็กร่วมกันสรุปว่า  มีเห็ดมากมายหลายชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เยอะมาก ได้แก่ เห็ดน้ำแป้ง เห็ดกูด เห็ดมันปู เห็ดตับเต่า เห็ดข้าวเหนียว เห็ดพุงหมู เห็ดไข่ เห็ดกุหลาบแดง                                                                        เด็กหาคำตอบจากหนังสือในห้องสมุด เด็กหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ตสรุปความรู้จากหนังสือในห้องสมุดและอินเตอร์เน็ต (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562)                ครูพานักเรียนมาสังเกตศึกษาที่แหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่โรงเพาะเห็ด  เห็ดที่นักเรียนได้ไปสังเกตศึกษาคือเห็ดนางฟ้า  เด็กๆนำเห็ดมาสังเกต โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ พร้อมทั้งให้เด็กบรรยายสิ่งที่พบและร่วมกันสรุปว่า เห็ดที่นิยมปลูกกันในชุมชนบ้านโหล๊ะหาร คือ เห็ดนางฟ้า เพราะเป็นเห็ดที่ปลูกง่ายเหมาะกับสภาพอากาศของชุมชนบ้านโหล๊ะหาร ครูพาเด็กไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่โรงเพาะเห็ดในชุมชนหมู่บ้านโหล๊ะหาร เด็กๆเดินสำรวจเห็ดหาคำตอบจากการสังเกตเห็ด     ขั้นที่  5 บันทึกข้อมูล เด็กแต่ละกลุ่มบันทึกผลตามวิธีการที่ออกแบบไว้ คือ วาดรูปเห็ด เขียนชื่อเห็ดตามป้ายและครูจดบันทึกตามที่เด็กบอก เด็กนำผลงานไปเล่าให้เพื่อนฟัง นำผลงานไปติดไว้หน้าห้องเรียน เด็กวาดภาพเห็ดที่ได้สังเกต เด็กเขียนชื่อเห็ดตามป้ายที่เขียนไว้                                                    บันทึกผลของเด็กเล่าผลงานให้เพื่อนฟัง เด็กๆ นำผลงงานติดไว้หน้าห้องเรียน            ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562) เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ “มีเห็ดอะไรบ้าง” ครูให้เด็กทบทวนโดยการออกมาเล่าว่า “เด็กๆ หาคำตอบได้โดยวิธีการอย่างไร” และได้ผลการศึกษาอย่างไร โดยครูใช้ชาร์ทประกอบการสนทนากับเด็กๆและครูถามเด็กว่า           ครู  :  จากการที่เด็กๆหาคำตอบว่า “มีเห็ดอะไรบ้าง” เด็กๆสรุปร่วมกันและตอบว่า  เห็ดโคน,เห็ดปลวก เห็ดเสม็ด, เห็ดนางฟ้า, เห็ดแครง, เห็ดเมา, เห็ดนมหมู, เห็ดขี้วัว, เห็ดไข่เหลือง, เห็ดหลินจือ, เห็ดออรินจิ, เห็ดเผาะ เห็ดฟาง, เห็ดหูหนู, เห็ดนางฟ้า, เห็ดมันปู,  เห็ดน้ำแป้ง, เห็ดกูด, เห็ดมันปู, เห็ดตับเต่า, เห็ดข้าวเหนียว, เห็ดพุงหมู เห็ดไข่, เห็ดกุหลาบแดง ครูสนทนากับเด็กต่อเนื่องโดย ให้เด็กเปรียบเทียบการสันนิษฐานคำตอบกับผลการศึกษาว่าของแต่ละกลุ่มสันนิษฐานคำตอบตรงกันหรือไม่ เพราะเหตุใด ครูจดคำพูดเด็กบนกระดาษชาร์ทเด็ก:สันนิษฐานคำตอบตรงกับกับผลที่ได้ แต่ยังมีเห็ดอีกหลายชนิดพวกเราไม่รู้จักชื่อ ครูจดบันทึกคำพูดของเด็กลงในกระดาษชาร์ท สรุปความรู้ที่ได้จากการสังเกตเห็ด นอกจากนี้ ครูได้ถามเด็กๆเพิ่มเติมว่า จากการที่พวกเราปฏิบัติกิจกรรมจนได้คำตอบว่า มีเห็ดหลายชนิดมาก ทั้งที่เด็กเคยเห็นและไม่เคยเห็น” ครู :เด็กๆยังมีคำถามที่อยากรู้อีกหรือไม่ “เด็กๆยกมือ ครูจึงให้เด็กๆถามว่าอยากรู้อะไร เบส:คุณครูครับอยากรู้เรื่องเห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน จัสมิน:อยากรู้เรื่องปลูกเห็ดเหมือนเบสค่ 1.ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย                               ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน                               1.1   ด้านการเรียนรู้                                                           – เด็กๆสามารถเล่า/บอก วิธีการหาคำตอบของตนเองได้                                              – เด็กได้เรียนรู้ชื่อของเห็ดแต่ละชนิด 1.2   ด้านภาษา                                              –  เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น                                              –  ทักษะด้านภาษาจากการพูด บรรยาย เล่า สิ่งที่สังเกต                               1.3  ด้านสังคม                                               –  เด็กสามารถทำงานร่วมผู้อื่นได้                                               –  เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นได้                                               –  เด็กเคารพกฎกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน                               1.4  ด้านการเคลื่อนไหว                                                –  เด็กเคลื่อนไหว เดินสำรวจ ได้อย่างคล่องแคล่ว                                                – เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจน ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์                               2.1  ทักษะการสังเกต                                –  การบอกลักษณะสิ่งที่สังเกตด้วยประสารทสัมผัสต่างๆ เช่น หยิบ จับ สัมผัสเห็ดชนิดต่างๆ 2.2 ทักษะการจำแนกประเภท                                              – จำแนกประเภทของเห็ดโดยใช้เกณฑ์ของตัวเอง                                         –  เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษา                               2.3   ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ                                     –  เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบที่คิดว่ามีเห็ดอะไรบ้าง                 2.4   ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล                      –  เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการวาดภาพ เขียนชื่อเห็ดชนิดต่างๆ  เล่าให้ครูฟัง นำเสนอหน้าชั้นเรียน ให้เพื่อนๆฟังเข้าใจได้                 2.5 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล                     – เด็กสามารถให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว และประสบการณ์เดิมแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้ คำถามที่ 2  เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน จุดประสงค์ เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของเห็ด      ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ  (11  พฤศจิกายน 2562) จากการที่เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องมีเห็ดอะไรบ้าง และได้คำตอบว่า เห็ดโคน,เห็ดปลวก เห็ดเสม็ด, เห็ดนางฟ้า, เห็ดแครง, เห็ดเมา, เห็ดนมหมู, เห็ดขี้วัว, เห็ดไข่เหลือง, เห็ดหลินจือ, เห็ดออรินจิ, เห็ดเผาะ เห็ดฟาง, เห็ดหูหนู, เห็ดนางฟ้า, เห็ดมันปู, เห็ดน้ำแป้ง, เห็ดกูด, เห็ดมันปู, เห็ดตับเต่า, เห็ดข้าวเหนียว, เห็ดพุงหมู เห็ดไข่, เห็ดกุหลาบแดง และมีเด็กบางคน มีคำถามต่อเนื่องว่า                เบส     :   คุณครูครับอยากรู้เรื่องเห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน         จัสมิน   :   อยากรู้เรื่องปลูกเห็ดเหมือนเบสค่ะ       ครูจึงถามเด็กๆว่าแล้วคนอื่นล่ะค่ะ อยากรู้เพิ่มเติมอีกไหม เด็กๆส่วนใหญ่บอกว่า อยากลองเพาะเห็ดในที่มืดและที่สว่าง ให้คุณครูไปซื้อก้อนเห็ดที่โรงเพาะเห็ดในชุมชน เพื่อดูเห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากันจะเหมือนกันไหม  ดังนั้นเด็กทั้งห้องจึงตกลงกันว่าจะทดลองเพาะเห็ดในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน จะเป็นอย่างไร จะโตเหมือนกันไหม  จุดประสงค์  เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของเห็ด ตัวแปรที่ศึกษา                ตัวแปรต้น              ก้อนเห็ด                 ตัวแปรตาม            การเจริญเติบโตของเห็ด          ตัวแปรควบคุม              น้ำ สภาพแวดล้อม    ขั้นที่  2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน  (12  พฤศจิกายน 2562) เด็กและครูร่วมกันสนทนา  โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับการเพาะเห็ด   ครู   : เด็กเคยเพาะเห็ดกันไหม   ธัน  : ไม่เคยครับ แต่เคยเห็นแม่เพาะครับ   เก่ง  : ไม่เคยครับผมเคยดูในทีวีครับ   ต้นกล้า  :  ผมไม่เคยเพาะเห็ดครับแต่ผมเคยเห็นน้านุเขาเพาะเห็ดครับ ครูให้เด็กคาดคะเนคำตอบว่า โดยเด็กแบ่งกลุ่ม  6 กลุ่มๆ ละ 5 คน และให้แต่ละกลุ่มสันนิษฐานคำตอบ โดยครูใช้คำถาม “ เด็กๆคิดว่า เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน” เด็กแต่ละกลุ่มนำเสนอความคิดเห็นและครูบันทึกคำพูดของเด็กลงบนชาร์ท ดังนี้                กลุ่มที่ 1 :  ที่มืดเพราะเห็ดได้นอนหลับ                กลุ่มที่ 2 :  ที่สว่าง                กลุ่มที่ 3 :  ที่สว่างเพราะโดนแดด                กลุ่มที่ 4 :  ที่สว่างเห็ดได้หายใจ                กลุ่มที่ 5 :  ที่มืด         กลุ่มที่ 6 :   ที่มืด             เด็กเสนอการสันนิษฐานคำตอบ การสันนิษฐานคำตอบของเด็ก                  ขั้นที่  3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ (13  พฤศจิกายน 2562) ครูสนทนากับเด็ก โดยใช้คำถาม “ เด็กๆ มีวิธีการหาคำตอบอย่างไร ถึงจะทราบว่า เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน” ออร์โต้ :  นำเห็ดมา ทดลองเพาะที่โรงเรียน ข้าวหอม : เด็กๆสังเกตการงอกของเห็ดพร้อมกับเพื่อน ครู :   ต้องใช้ก้อนเชื้อเห็ดกี่ก้อนปริมาณเท่าไร ภู : ใช้ปริมาณเท่ากัน ครู  : เด็กจะเพาะในภาชนะอะไร ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ต้นกล้า : ต้องใช้กล่องพลาสติกมาตั้งเวลารดน้ำพื้นจะได้ไม่เปียก ออสก้า : ใช้กาละมังรอง กล่องสำหรับครอบเห็ดให้มืด ครู  : ครูนำพลาสติกสำหรับตั้งก้อนเห็ด และกาละมัง แบบที่เด็กบอก มานำเสนอเด็กๆ เด็กเห็นด้วย กร  : ต้อง แยกก้อนเห็ดเป็น2กลุ่ม เท่าๆกัน ครู  : เด็กควรควบคุมสิ่งใดให้เท่ากันอีก ใบข้าว  : รดน้ำเท่าๆกัน  เวลาเดียวกัน จัสมิน  : ใช้บัวรดน้ำที่ขนาดเท่ากัน เด็กและครูร่วมกันสรุปวัสดุในการปลูกผักบุ้งโดยครูเขียนบันทึกที่แผ่นชาร์ท ดังนี้       1.ก้อนเชื้อเห็ด   2. บัวรดน้ำ   3. กาละมัง  4.กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ 5. กล่องพลาสติกสำหรับตั้งก้อนเห็ด    เด็กร่วมกันสรุปขั้นตอนในการเพาะปลูก โดยครูเขียนบันทึกทึกที่แผ่นชาร์ท ดังนี้ เรียงก้อนเห็ดแบ่งเป็น2กลุ่มกลุ่มล่ะ3ก้อนตั้งบนพลาสติก รดน้ำโดยใช้บัวรดน้ำที่มีปริมาณน้ำเท่ากัน เอากล่องพลาสติกขนาดใหญ่ครอบปิดก้อนเห็ดกลุ่มที่2 วัสดุอุปกรณ์/ขั้นตอนในการเพาะเห็ด      ขั้นที่ 3  ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ต่อ  (14  พฤศจิกายน 2562) เด็กและครูแนะนำวัสดุในการปลูก (19  พฤศจิกายน 2562) เด็กๆเรียงก้อนเห็ดลงบนกล่องสำหรับวางก้อนเห็ด เด็กรดน้ำเห็ดกลุ่มที่1                                            เด็กรดน้ำเห็ดกลุ่มที่2 (รดน้ำทุกวัน) เด็กนำกล่องพลาสติกมาครอบปิดเห็ดกลุ่มที่2   ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย และ ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล (ระหว่างวันที่22  พฤศจิกายน 2562-16 ธันวาคม 2562)                 เด็กแต่ละกลุ่มสังเกตการเจริญเติบโตของเห็ดทั้ง2กลุ่ม  และวาดภาพสิ่งที่สังเกต       เด็กแต่ละกลุ่มสังเกตการณ์งอกของเห็ด และร่วมกันแสดงความคิดเห็นจากการสังเกตการณ์เจริญเติบโต โดยใช้เวลาในการสังเกต  จำนวน  7  ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่  1 (22  พฤศจิกายน 2562) ครั้งที่  2 (25  พฤศจิกายน 2562) ครั้งที่  3 (2  ธันวาคม 2562) ครั้งที่  4 (6  ธันวาคม 2562) ครั้งที่  5 (9  ธันวาคม 2562) ครั้งที่  6 (12 ธันวาคม 2562) ครั้งที่  7 (16 ธันวาคม 2562)          สังเกตและบรรยายการงอกของเห็ด สังเกตครั้งที่  1 วันที่ 22  พฤศจิกายน 2562 กลุ่มที่1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่าไม่มีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่2  1ก้อน สังเกตครั้งที่  2  วันที่  25  พฤศจิกายน 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่าไม่มีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่าไม่มีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 สังเกตครั้งที่3    วันที่  2  ธันวาคม 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่าไม่มีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกโผล่ยาวออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่2  1ก้อน สังเกตครั้งที่4    วันที่  6  ธันวาคม 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกโผล่ออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 1ดอก กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกโผล่ยาวออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่2  1ก้อน สังเกตครั้งที่5    วันที่  9  ธันวาคม 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกยาวออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 1ดอก กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่าเห็ดเหี่ยวแล้ว สังเกตครั้งที่6    วันที่  12 ธันวาคม 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกยาวออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 4ดอก กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่าเห็ดเหี่ยวและไม่มีเห็ดดอกอื่นงอกออกมา สังเกตครั้งที่7    วันที่  16 ธันวาคม 2562 กลุ่ม1เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่1แล้วบอกว่าบอกว่ามีเห็ดงอกยาวออกมาจากก้อนเห็ดกลุ่มที่1 4ดอก กลุ่ม2เด็กสังเกตเห็ดกลุ่มที่2แล้วบอกว่าบอกว่าเห็ดเหี่ยวและไม่มีเห็ดดอกอื่นงอกออกมา เด็กบันทึกการงอกของเห็ด   ขั้นที่  6  สรุปและอภิปรายผล  (17 ธันวาคม 2562) เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ “เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน  ครูให้เด็กทบทวนโดยการให้เด็กออกมาเล่าวิธีการหาคำตอบว่าได้มาอย่างไร  และผลการศึกษาเป็นอย่างไร  โดยใช้แผ่นชาร์ทที่เขียนไว้ประกอบการนำเสนอและครูร่วมกับเด็กสรุปต่อไปโดยใช้คำถามว่า ครู : จากการนำเห็ดมาเพาะในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน เด็กร่วมกันสรุป โดยครูเขียนบันทึกที่แผ่นชาร์ท  ดังนี้ เห็ดกลุ่มที่1  : เพาะในที่สว่างเติบโตได้ช้ากว่าเห็ดที่เพาะในที่มืด เห็ดกลุ่มที่2 :  เพาะเห็ดในที่มืดเห็ดจะงอกออกมาไวกว่าและเจริญเติบโตได้ดีกว่าเห็ดที่เพาะในที่สว่าง                               ผลการเพาะเห็ด เห็ดที่ปลูกในที่สว่างและเห็ดที่ปลูกในที่มืดที่ไหนโตไวกว่ากัน                                               เด็กนำเสนอผลการศึกษา บันทึกผลการงอกของเห็ด ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพ้นฐานทั้ง 4 ด้าน 1.1  ด้านการเรียนรู้ –  เด็กสามารถเล่า/บอกวิธีการหาคำตอบของตนเองได้ คือ หาคำตอบได้โดยการเพาะเห็ดและสังเกตการงอกของเห็ด –   เด็กได้เรียนรู้การงอกของเห็ด 1.2 ด้านภาษา                –  เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น –  ทักษะด้านภาษาจากการอ่านคำง่ายๆ เห็ด น้ำ งอก  –  เด็กได้พูด เล่า สิ่งที่พบ ด้วยคำพูดของตนเอง 1.3  ด้านสังคม               –  เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้                –  เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น               –  เด็กเคารพกฎกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน 1.4  ด้านการเคลื่อนไหว               –  เด็กเคลื่อนไหวหยิบจับ อุปกรณ์และรดน้ำเห็ด ได้อย่างคล่องแคล่ว               –  เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจน ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์                2.1ทักษะการสังเกต                               –   การ หยิบ จับ สัมผัส เห็ด  น้ำ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตของเห็ด 2.2ทักษะการคำนวณ                               –  นับจำนวนวัสดุอุปกรณ์ในการเพาะเห็ด      2.3   ทักษะการจำแนกประเภท               –  เปรียบเทียบการงอกของเห็ดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน                         –   เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษาว่าเหมือนหรือต่างกัน      2.4   ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ                – เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบที่คิดว่าเห็ดงอกได้      2.5ทักษะการกำหนด และควบคุมตัวแปร                –  เด็กสามารถบอกได้ว่าต้องรดน้ำเท่ากัน   เวลาเดียวกัน ก้อนเชื้อเห็ดจำนวนเท่ากัน      2.6   ทักษะการทดลอง                –   เด็กสามารถออกแบบร่วมกันกำหนดขั้นตอนในการเพาะเห็ดว่าต้องทำอย่างไร ใช้วัสดุอะไรบ้าง                –   เด็กสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้                –  เด็กสามารถบันทึกผลการงอกของเห็ดได้      2.7   ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล                –  เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการใช้แว่นขยายสังเกตการงอกของเห็ด แล้วบันทึก และนำเสนอหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆเข้าใจได้      2.8   ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล         –  เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัวได้ว่า เป็นเพราะเหตุใดเห็ดจึงเจริญเติบโต ได้ไม่เหมือนกัน https://drive.google.com/file/d/1dQVx95GxSteYFWoaurmaNKBDBNOdsLyl/view?usp=drivesdk

Back to top button