
เมื่อพูดถึงการยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะในปัจจุบัน ระบบ PA (Performance Appraisal) กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ครูทุกคนต้องเข้าใจให้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เดิม (ว 17/2552) ไปสู่เกณฑ์ใหม่ตาม ว 9/2564 และระบบ DPA ที่เริ่มนำมาใช้จริงทั่วประเทศ
บทความนี้ได้รวบรวมคำถาม-คำตอบที่ครูทั่วประเทศสงสัยมากที่สุด พร้อมคำอธิบายตามแนวทางของ สำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อให้ทุกคนวางแผนและเตรียมเอกสารได้อย่างมั่นใจ
คำถาม 1: ครูที่ลาคลอดระหว่างปลายปีงบประมาณ จะยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะได้หรือไม่?
คำตอบ: ได้ สามารถยื่นผ่านผู้บังคับบัญชาในช่วงลาคลอดได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้พ้นช่วงลาคลอด
คำถาม 2: ระบบ DPA ต้องเข้าทำรายการในวันราชการเท่านั้นใช่หรือไม่?
คำตอบ: ไม่จำเป็น ระบบเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด แต่ควรเผื่อเวลาให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบและรับรองข้อมูลก่อนการ Submit
คำถาม 3: ระบบ DPA จะเปิดทดลองใช้เมื่อใด? และสามารถตรวจสอบคุณสมบัติครูก่อนได้หรือไม่?
คำตอบ: ระบบ DPA มีแผนเปิดทดลองใช้ในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน โดยจะรองรับการยื่นคำขอ PA (แบบปกติและแบบเปลี่ยนผ่าน) เท่านั้น ไม่รองรับการยื่นตามเกณฑ์เดิม
คำถาม 4: การประเมินเพื่อ “คงวิทยฐานะ” ต้องกรอกในระบบ DPA หรือไม่?
คำตอบ: ต้องกรอก โดยระบบจะมีเมนูสำหรับบันทึกผล PA ในแต่ละรอบไว้ล่วงหน้า และเมื่อถึงเวลาประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ ระบบจะดึงข้อมูลไปใช้อัตโนมัติ
สรุป
ครูทุกคนควรทำความเข้าใจระบบ DPA และเตรียมข้อมูลผลการปฏิบัติงานให้พร้อม โดยเฉพาะผลพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และผลการประเมินที่เกี่ยวข้องกับการขอเลื่อนหรือคงวิทยฐานะ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถยื่นคำขอในระบบได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
สามารถติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ www.otepc.go.th หรือเพจ @OTEPofficial











