
แนวข้อสอบ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 50 ข้อ…ไว้ทบทวนกันนะครับ!!
1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีจำนวนกี่หมวด กี่มาตรา
ก.8 หมวด 78 มาตรา
ข.8 หมวด 87 มาตรา
ค.9 หมวด 87 มาตรา
ง.9 หมวด 78 มาตรา //
2.พรบ.การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น
ก.กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา //
ข.แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
ค.การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ
ง.การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย
3.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
ก.19 ส.ค. 42
ข.20 ส.ค. 42 //
ค.1 ต.ค. 42
ง.1 พ.ย. 42
4.วัตถุประสงค์ของการจัดทำ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542
ก.ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม //
ข.ปฏิรูปการศึกษาของไทย
ค.พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกายจิตใจ
ง.พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
5.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก.แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ
ข.แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
ค.แผนการศึกษาแห่งชาติ //
ง.แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ
6.ต่อไปนี้ ข้อใดไม่สอดคล้องคำว่าการศึกษา
ก.การถ่ายทอดความรู้
ข.การฝึกอบรม
ค.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ //
ง. การสืบสานทางวัฒนธรรม
7.ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ
ก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข.สถานศึกษา คือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถม ถึงระดับก่อนอุดมศึกษา //
ค.มาตรฐานการศึกษา เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง
ง.กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
8.ข้อใดต่างจากพวก
ก.ครู
ข.คณาจารย์ //
ค.ผู้บริหารสถานศึกษา
ง.ผู้บริหารการศึกษา
9.ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตาม พรบ.นี้ ได้แก่
ก.ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข.ปฏิรูปการศึกษาของไทย
ค.พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ //
ง.พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
10.ข้อใดไม่ใช่หลักการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542
ก.เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน //
ข.เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ค.ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง.พัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
11.ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของ พรบ.
ก.ปลูกฝังจิตสำนึงการเมือง การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
ข.รักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย
ค.รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติ
ง.กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น //
12.ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา
ก.กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด //
ข.กำหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพ
ค.มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ง.รวมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา
13.คำว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลาย การปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
ก.ส่วนกลางกำหนดนโยบาย ส่วนภูมิภาคกำหนดแนวทางปฏิบัติ
ข.กระทรวงกำหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
ค.มีนโยบายเดียวกัน แต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี
ง.ถูกทุกข้อ //
14.ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก.รัฐ
ข.เอกชน
ค.องค์กรปกครองท้องถิ่น
ง.โรงเรียน //
15.ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดา มารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับในการจัดการศึกษา
ก.การสนับสนุนจากรัฐ ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
ข.การยกเงินภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา //
ค.เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
ง.การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการดูแล
16.จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆ ที่สำคัญคือข้อใด
ก.ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
ข.สถานที่จัดการศึกษา
ค.ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
ง.จุดหมาย วิธีการ หลักสูตร //
17.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
ก.สถานศึกษา ต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย //
ข.ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม โอกาส
ค.จัดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา
ง.ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้
18.ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ สถานศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก.โรงเรียน
ข.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ค.ศูนย์พัฒนาชุมชน //
ง.ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ สถาบันศาสนา
19.ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่และสถานศึกษา
ก.ด้านวิชาการ
ข.งบประมาณ
ค.หลักสูตรการสอน //
ง.การบริหารทั่วไป
20.ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน
ก.ผู้แทนครู
ข.ผู้แทนองค์กรเอกชน //
ค.ผู้แทนศิษย์เก่า
ง.ผู้แทนคุณวุฒิ
21.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาระดับใด
ก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข.การศึกษาอุดมศึกษา
ค.การศึกษานอกโรงเรียน
ง.ทุกระดับ //
22.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพภายในได้แก่
ก.สถานศึกษาเท่านั้น
ข.สถานศึกษาและเขตพื้นที่
ค.สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษา ขั้นพื้นฐาน
ง.สถานศึกษา เขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ //
23.ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก.ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรก ใน 5 ปี //
ข.สำนักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็นองค์กรมหาชน
ค.การประเมินผลคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา
ง.เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชน
24.หลักการจัดการศึกษาข้อใด ไม่สอดคล้องตาม พรบ.
ก.ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ข.ครูต้องมีจิตสำนึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ //
ค.ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง.ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ
25.ข้อใดสำคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร
ก.พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ //
ข.สอดคล้องความต้องการชุมชน
ค.คำนึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
ง.เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
26.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาภาคบังคับของผู้ปกครอง
ก.เป็นสิทธิ
ข.เป็นหน้าที่ //
ค.เป็นเสรีภาพ
ง.ถูกทุกข้อ
27.ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข.ผู้สอน หมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
ค.กระทรวง หมายความว่า กระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ //
ง.ครู หมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่ง เสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
28.ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก.เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ข.ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ค.การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ง.การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความ บกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม //
29.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไม่ได้กำหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก.หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ข.มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน //
ค.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง.องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และสถานประกอบการ
30.การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
ก.มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
ข.มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
ค.ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
ง.ถูกทั้ง ก ข และ ค //
31.ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก.การศึกษาในระบบการเรียนรู้ //
ข.การศึกษาตามอัธยาศัย
ค.การศึกษานอกระบบ
ง.การศึกษาในระบบ
32.ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ
ก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข.การศึกษาปฐมวัยศึกษา //
ค.การศึกษาระดับอุดมศึกษา
ง.ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ค
33.ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก.ให้มีการจัดการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
ข.การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปี
ค.การศึกษาภาคบังคับเก้าปีและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี จะต้องดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2544 เป็นอย่างช้า //
ง.การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับ คือ ระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา
34.แนวการจัดการการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดหลักตามข้อใด
ก.ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน
ข.ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด //
ค.หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด
ง.กระบวนการเรียนการสอนสำคัญที่สุด
35.จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัดการศึกษาคือข้อใด
ก.ความรู้คู่คุณธรรม
ข.ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้
ค.ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ
ง.ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม //
36.ใครเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก.กระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม
ข.สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ
ค.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน //
ง.คณะกรรมการจัดทำหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน
37.องค์กรหลักในกระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีกี่องค์กร
ก.1 องค์กร
ข.2 องค์กร
ค.3 องค์กร
ง.4 องค์กร //
38.การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คำนึงถึงเรื่องใดเป็นหลัก
ก.ปริมาณสถานศึกษา และความเหมาะสม ด้านอื่น
ข.จำนวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น
ค.ปริมาณสถานศึกษา และจำนวนประชากร
ง.จำนวนสถานศึกษา จำนวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น //
39.ตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจ ในด้านใดบ้าง
ก.บริหารบุคคล งบประมาณ บริหาร จัดการ และบริหารทั่วไป
ข.วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณและการ มีส่วนร่วม
ค.วิชาการ งบประมาณ บริหารบุคคลและการบริหารทั่วไป //
ง.งบประมาณ บริหารบุคคล การมีส่วนร่วม และการบริหารทั่วไป
40.ใครเป็นผู้จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
ก.หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษา
ข.เขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาหน่วยงานอิสระ และสถานศึกษา
ค.หน่วยงานอิสระ และสถานศึกษา
ง.องค์กรมหาชน และสถานศึกษา
41.ใครเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอก
ก.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข.คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค.สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมิน คุณภาพการศึกษา //
ง.สำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา
42.ใคร เป็นผู้ส่งเสริมให้ระบบ ขบวนการผลิตการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสม กับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ก.กระทรวงศึกษาธิการ ศาสนาและวัฒนธรรม //
ข.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค.องค์กรกลางบริหารงานบุคคล
ง.สภาวิชาชีพ
43.องค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา เป็นองค์กรภายใต้การบริหารของข้อใด
ก.กระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ข.องค์กรกลาง บริหารงานบุคคล //
ค.สภาวิชาชีพ
ง.องค์กรอิสระ
44.คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีทั้งหมดกี่คน
ก.12 คน
ข.15 คน //
ค.17 คน
ง.23 คน
45.ข้อใดกล่าวถูกต้อง สถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล
ก.อสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้อุทิศให้ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ
ข.ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุให้เป็นรายได้ของสถานศึคกษา
ค.เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการทำของเป็นรายได้ที่ไม่ต้องส่งทางการคลัง
ง.ถูกทุกข้อ //
46.ตามเจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 องค์กรกลางบริหารงานบุคคล ควรมีฐานะอย่างไร
ก.เป็นองค์กรมหาชน
ข.เป็นหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงฯ //
ค.เป็นองค์กรอิสระในกำกับกระทรวง
ง.ถูกทุกข้อ
47.ตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ รัฐพึงจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษา ไม่ถูกต้องในข้อใด
ก.การศึกษาที่จัดโดยบุคลา ครอบครัวองค์กรมหาชน //
ข.การศึกษาที่จัดโดยบุคคล องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ
ค.องค์กรอิสระ องค์กรวิชาชีพ สถาบันสังคม
ง.ถูกทุกข้อ
48.การประเมินผลภายนอกครั้งแรก ให้ทำภายในเวลาเท่าใด นับแต่วันที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ใช้บังคับ
ก.3 ปี
ข.4 ปี
ค.5 ปี
ง.6 ปี //
49.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับสถานศึกษาประเมินผู้เรียน
ก.พิจารณาจากการพัฒนาผู้เรียน
ข.พิจารณาจากพฤติกรรมและการเข้าร่วมกิจกรรม
ค.พิจารณาจากกระบวนการเรียนการสอน
ง.ถูกทุกข้อพิจารณาจากเวลาเรียน //
50.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีทั้งหมดกี่คน
ก.15 คน
ข.17 คน
ค.23 คน
ง.27 คน //





