ก.ค.ศ. เคาะมาตรฐานตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาใหม่ !! ต้องผ่านการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ มาก่อน
ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของสายงานบริหารสถานศึกษาและสายงานบริหารการศึกษา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ
มาตรฐานตำแหน่งใหม่: เน้นประสบการณ์และความเป็นผู้นำ
การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครั้งนี้มีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
- ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่ง
- วุฒิภาวะ
- ความเป็นผู้นำทางการบริหารและผู้นำทางวิชาการ
ข้อกำหนดใหม่สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา
- ต้องผ่านการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ มาก่อน: ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษา จะต้องผ่านการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการมาก่อน
- ต้องมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ: นอกจากประสบการณ์ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการแล้ว ยังต้องมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ
- ระยะเวลาในการช่วยบริหารที่เหมาะสม: ผู้สมัครต้องมีระยะเวลาในการช่วยบริหารสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่เหมาะสม
เหตุผลสำคัญในการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งใหม่นี้ คือเพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีการสั่งสมประสบการณ์ในด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการจนเป็นที่ยอมรับ มีวุฒิภาวะ และสมรรถนะที่เหมาะสมแก่การเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ
การพัฒนาสมรรถนะก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
นอกจากคุณสมบัติด้านประสบการณ์และวิทยฐานะแล้ว ก.ค.ศ. ยังกำหนดให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งสายงานบริหารสถานศึกษาและสายงานบริหารการศึกษาต้องมีใบรับรองการผ่านการพัฒนาสมรรถนะตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ก่อนเข้ารับการคัดเลือก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบการพัฒนาสมรรถนะก่อนคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ ดังนั้น ข้อกำหนดเรื่องใบรับรองการผ่านการพัฒนาสมรรถนะจะมีผลบังคับใช้หลังจากที่ ก.ค.ศ. ได้ออกใบรับรองการผ่านการพัฒนาสมรรถนะในตำแหน่งนั้น ๆ แล้ว
ผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคลในวงการศึกษา
การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานบุคคลในวงการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านต่อไปนี้:
- การวางแผนเส้นทางอาชีพ: ข้าราชการครูที่มีเป้าหมายจะก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารจะต้องวางแผนเส้นทางอาชีพให้รอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะการสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
- การพัฒนาตนเอง: จะมีความจำเป็นมากขึ้นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการบริหารและภาวะผู้นำอย่างต่อเนื่อง
- ระยะเวลาในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหาร: อาจใช้เวลานานขึ้นในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนและมีประสบการณ์มากขึ้น
สรุป
การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ก.ค.ศ. ในการยกระดับคุณภาพของผู้บริหารในวงการศึกษา โดยเน้นการสั่งสมประสบการณ์ การพัฒนาสมรรถนะ และความเป็นผู้นำทางวิชาการ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานตำแหน่งใหม่และแนวทางการพัฒนาสมรรถนะ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ.
ผู้ที่สนใจจะก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษา ควรเริ่มวางแผนพัฒนาตนเองและสั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับมาตรฐานตำแหน่งใหม่นี้ในอนาคต











