%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-pid2re-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-pid2re-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b1

กรอบแนวคิดวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศการศึกษารูปแบบการนิเทศ PID2RE เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล : กรณีศึกษากลุ่มโรงเรียนหนองคล้าและกลุ่มโรงเรียนคลองคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ PIRE เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล : กรณีศึกษากลุ่มโรงเรียนหนองคล้าและกลุ่มโรงเรียนคลองคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศ PIRE เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล : กรณีศึกษากลุ่มโรงเรียนหนองคล้าและกลุ่มโรงเรียนคลองคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบ PIRE 2. เพื่อศึกษาผลการใช้กระบวนการนิเทศแบบ PIRE ในการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้นด้วย 3.เพื่อส่งเสริมการใช้แบบเขียนตอบแบบอัตนัย หรือ Essay Test ในการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน    ผลการศึกษา การนิเทศการศึกษาแบบ PIRE พบว่า การจัดทำและนำแบบทดสอบแบบเขียนตอบแบบอัตนัย (Essay Test) ไปใช้ในการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ทุกประเด็นโดยเริ่มตอนที่ 1 การวางแผนและการออกแบบข้อสอบ, 1) มีการวิเคราะห์ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ เพื่อกำหนดจุดประสงค์ในการออกข้อสอบอัตนัยได้อย่างเหมาะสม, 2) เลือกใช้ข้อสอบอัตนัยเฉพาะกับพฤติกรรมระดับสูง (เช่น การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า หรือคิดสร้างสรรค์), 3)มีการจัดทำผังสร้างข้อสอบเพื่อกำหนดสัดส่วนเนื้อหาและค่าน้ำหนักคะแนนอย่างชัดเจน,  ส่วนตอนที่ 2 การสร้างตัวคำถามและการหาคุณภาพ 4) ข้อคำถามมีความชัดเจน เฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนเข้าใจตรงกันว่าต้องตอบอะไร, 5) สถานการณ์หรือคำถามที่ใช้ มีความสดใหม่ น่าสนใจ และกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง, 6) มีการระบุขอบเขตของคำตอบอย่างเหมาะสม (เช่น กำหนดความยาว จำนวนข้อคิดเห็น หรือเวลาที่ใช้ตอบ), 7) มีการระบุคะแนนเต็มของข้อสอบแต่ละข้อไว้ชัดเจนในกระดาษคำถาม, ตอนที่ 3 เกณฑ์การตรวจและการให้คะแนน, 8) มีการสร้างเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน ทั้งแบบภาพรวม หรือแบบแยกส่วน, 9) มีคำตอบเฉลยต้นแบบหรือแนวทางการตอบที่เป็นระบบก่อนลงมือตรวจจริง, 10) มีมาตรการลดความลำเอียงในการตรวจ (เช่น ตรวจทีละข้อจนครบทุกคนก่อนขึ้นข้อถัดไป หรือการซ่อนชื่อผู้สอบ), และตอนที่ 4 การจัดสอบและการนำไปใช้ 11) บริหารจัดการเวลาในการทำข้อสอบได้อย่างเหมาะสมกับความยากและความยาวของคำตอบที่ต้องการ, 12) มีการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนนอกเหนือจากการให้ตัวเลขคะแนนเพียงอย่างเดียว, 13) มีการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบรายข้อ (เช่น ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก) เพื่อปรับปรุงข้อสอบในอนาคต, 14) มีการจัดเก็บข้อสอบและเกณฑ์การตรวจอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นคลังข้อสอบ, 15) นำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนอย่างเป็นรูปธรรม      

Back to top button