การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Model ร่วมกับนวัตกรรม AI 3 มิติ "ทุ่งสง Smart Career"เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพยุคดิจิทัล กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Model ร่วมกับนวัตกรรม AI 3 มิติ
“ทุ่งสง Smart Career” เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพยุคดิจิทัล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย นางชญาภา ไชยรักษา
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโคกสะท้อน สังกัดเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีที่ศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องอาชีพในชุมชน 2) ประเมินคุณภาพชิ้นงานนวัตกรรม และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรม “ทุ่งสง Smart Career” ผ่านรูปแบบ SMART Model กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดโคกสะท้อน จำนวน 35 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ นวัตกรรม AI สแตนดี้ 3 มิติ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบประเมินชิ้นงาน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( )
ผลการศึกษา
จากการดำเนินงานวิจัยเชิงพัฒนานวัตกรรมด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Model ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้วิจัยสรุปประเด็นสำคัญของผลการศึกษาได้ดังนี้
- ด้านพัฒนาการทางการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบพบว่า นักเรียนมีระดับพัฒนาการทางการเรียนรู้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนบรรลุตามเกณฑ์เป้าหมายร้อยละ 100 ( = 10.00) ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.50 สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรม “ทุ่งสง Smart Career” สามารถขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงองค์ความรู้รายบุคคล และช่วยให้นักเรียนทุกคนสามารถสร้างองค์ความรู้เรื่องอาชีพในชุมชนได้อย่างสมบูรณ์และเป็นระบบ
- ด้านการบูรณาการทักษะดิจิทัลและคุณภาพนวัตกรรมสร้างสรรค์ในส่วนของคุณภาพชิ้นงานนวัตกรรม “โมเดลชุมชนและสแตนดี้อาชีพ AI” พบว่ามีระดับคุณภาพในภาพรวมอยู่ในระดับ ดีเยี่ยม ( = 3.60) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า กระบวนการ AI Co-Creation สามารถลดช่องว่างด้านทักษะเชิงศิลปะของผู้เรียน และส่งเสริมให้นักเรียนสามารถถ่ายทอดจินตนาการสู่อัตลักษณ์เชิงรูปธรรมที่มีความประณีตสูง อีกทั้งยังสะท้อนถึงทักษะการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสร้างสรรค์โมเดลจำลองที่สอดคล้องกับบริบททางภูมิสังคมของอำเภอทุ่งสง
- ด้านทัศนคติ แรงบันดาลใจ และความผูกพันต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นผลการสำรวจความพึงพอใจปรากฏในระดับ มากที่สุด ( = 4.86, = 0.35) ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ความสำเร็จของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-Centered) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคนิคภาพเสมือนจริง
เพื่อ
สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวตนของผู้เรียนกับเป้าหมายทางอาชีพในอนาคต (Self-Visualization) ส่งผลให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชาการงานอาชีพ และมีความตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความรักและความผูกพันต่อถิ่นกำเนิดอย่างยั่งยืน
โดยสรุป ผลการดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Model ร่วมกับนวัตกรรม “ทุ่งสง Smart Career” เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพยุคดิจิตอล เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถยกระดับทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะดิจิทัลของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังเจตคติเชิงบวกต่ออาชีพในท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจในการวางแผนอนาคตให้แก่ผู้เรียนผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อันเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน