%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7
jasmineteacher asked 4 ปี ago

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การบริหารเพื่อนำไปสู่คุณภาพของเด็กพิเศษเรียนร่วมในสถานศึกษาต้นแบบ 2) เพื่อทดลองยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อนำไปสู่คุณภาพของเด็กพิเศษเรียนร่วมในสถานศึกษาต้นแบบ สถานศึกษาเครือข่าย และสถานศึกษานอกเครือข่าย 3) เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของเด็กพิเศษเรียนร่วมหลังการนำไปทดลองใช้ในการบริหารสถานศึกษา 4) เพื่อศึกษาผลผลิตของสถานศึกษาต้นแบบ หลังจากผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบใช้รูปแบบ การบริหารยุธศาสตร์การบริหารเพื่อนำไปสู่คุณภาพของเด็กพิเศษเรียนร่วมในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาในจังหวัดกระบี่ 3 แห่ง ได้แก่ สถานศึกษาแกนนำ 1 โรงเรียน คือ โรงเรียน             บ้านโคกกลาง สถานศึกษาเครือข่าย 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยน้ำแก้ว โรงเรียนบ้านบกห้อง          รวมทั้งสิ้น 30 คน การทดลองยุทธศาสตร์การบริหารแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นการทดลองยุทธศาสตร์การบริหารกับสถานศึกษาแกนนำ 1 โรงเรียน ระยะที่ 2 เป็นการทดลองยุทธศาสตร์              การบริหารในสถานศึกษาต้นแบบ และสถานศึกษาเครือข่าย 2 โรงเรียน ระยะเวลาในการทดลองอยู่ในระหว่างปีการศึกษา 2563 ถึงปีการศึกษา 2564 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย               1) แบบประเมินการดำเนินงานยุทธศาสตร์การบริหาร 2) แบบบันทึกเก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนผลการศึกษาต่อของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้านโคกกลาง             3) เครื่องมือรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที และสถิติทดสอบเอฟ             ผลการวิจัยพบว่า ในแต่ละพฤติกรรมมีงานที่ซับซ้อนกัน แต่ละคณะทำงานไม่มีการประสานงานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เป็นปัญหาในการติดตาม ควบคุม กำกับงาน ซึ่งเป้าหมายของการดำเนินงานพฤติกรรมส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยได้พัฒนารูปแบบการบริหารแบบใหม่ขึ้นมาซึ่งให้ชื่อว่า “พฤติกรรมการบริหารแบบบูรณาการ” ผลการทดลองพฤติกรรมการบริหารแบบบูรณาการในสถานศึกษา พบว่า                 2.1 ผลการทดลองในระยะที่ 1 พบว่า ยุทธศาสตร์การบริหารมีผลต่อการดำเนินยุทธศาสตร์การบริหารของบุคลากรในโรงเรียนบ้านโคกกลางจังหวัดกระบี่ การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01                2.2 ผลการทดลองในระยที่ 2 พบว่า สถานศึกษาต้นแบบ และสถานศึกษาเครือข่ายมีการดำเนินงานยุทธศาสตร์การบริหาร หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01

Back to top button