ข้อสอบบทความ

ตารางสอบ O-NET แบบ Digital Testing ปี 2569 (ปีการศึกษา 2568)

ปีการศึกษา 2568 เป็นปีที่การสอบ O-NET แบบ Digital Testing ถูกนำมาใช้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทำข้อสอบแทนกระดาษฝนดินสอเดิม บทความนี้สรุปตารางสอบ O-NET 2569 สำหรับสนามสอบดิจิทัล พร้อมแนวทางเตรียมตัวให้นักเรียนและครูใช้วางแผนได้ง่ายขึ้น


ภาพรวมการสอบ O-NET Digital Testing 2569

การสอบ O-NET ปีการศึกษา 2568 (สอบจริงช่วงต้นปี 2569) แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก

  • ระดับ ประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) ยังคงใช้การสอบแบบกระดาษ (Paper Pencil) เป็นส่วนใหญ่
  • ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) และ มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ใช้รูปแบบ Digital Testing คือทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตในห้องสอบที่โรงเรียนหรือศูนย์สอบจัดเตรียมไว้

ในทุกระดับชั้น รายวิชาที่สอบยังเหมือนเดิม คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ เพียงแต่แตกต่างกันที่ “วิธีทำข้อสอบ” และ “ระบบจัดการสนามสอบ” เท่านั้น


ตารางสอบ O-NET Digital Testing ปี 2569 (ภาพรวมตามช่วงเวลา)

ด้านล่างนี้คือโครงร่างตารางเวลาที่โรงเรียนส่วนใหญ่นำไปใช้จัดสอบ Digital Testing (ให้ครูและนักเรียนใช้วางแผนคร่าว ๆ จากนั้นควรตรวจสอบวันที่และเวลาแน่นอนอีกครั้งจากประกาศของโรงเรียน/ศูนย์สอบของตนเอง)

1. ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) – สอบกระดาษ

แม้จะยังไม่ใช่ Digital Testing แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผนของโรงเรียน

  • รูปแบบการสอบ: ข้อเขียนบนกระดาษ (Paper Pencil)
  • วันสอบ: ช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 (มักจัดวันเสาร์ 1 วัน)
  • วิชาที่สอบและเวลา (โดยประมาณ)
    • 09.00 – 10.00 น. คณิตศาสตร์
    • 10.30 – 12.00 น. ภาษาไทย
    • 13.30 – 14.30 น. วิทยาศาสตร์
    • 15.00 – 16.00 น. ภาษาอังกฤษ

2. ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) – Digital Testing

  • รูปแบบการสอบ: ทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์ในห้องสอบที่กำหนด
  • ช่วงวันสอบ: ประมาณสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ 2569
  • โรงเรียนหรือศูนย์สอบจะจัดนักเรียนเข้ารอบสอบย่อย เช่น
    • รอบเช้า: 09.00 – 12.00 น. (สลับวิชาตามตารางที่ศูนย์สอบกำหนด)
    • รอบบ่าย: 13.00 – 16.00 น.
  • แต่ละนักเรียนจะถูกจัดให้เข้าสอบครบทุกวิชาภายในช่วงวันที่กำหนด โดยอาจกระจายวิชาสอบเป็น 1–2 วันตามจำนวนคอมพิวเตอร์ที่สนามสอบมี

3. ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) – Digital Testing

  • รูปแบบการสอบ: Digital Testing เต็มรูปแบบผ่านคอมพิวเตอร์
  • ช่วงวันสอบ: ปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569
  • สนามสอบมักแบ่งเป็นหลายรอบ เช่น
    • รอบต้นเดือน: ใช้สำหรับนักเรียนกลุ่มแรกของแต่ละโรงเรียน
    • รอบปลายเดือน: สำหรับโรงเรียนหรือกลุ่มนักเรียนที่เหลือ
  • ในแต่ละรอบ นักเรียนจะเข้าสอบหลายวิชาตามตารางที่โรงเรียนกำหนด ซึ่งอาจรวมหลายวิชาในวันเดียวหรือกระจายเป็น 2 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์และจำนวนนักเรียนทั้งหมด

โครงสร้างตารางสอบรายวิชาสำหรับ Digital Testing

แม้เวลาสอบแต่ละวิชาจะแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละสนาม แต่โดยทั่วไปการจัดสอบ O-NET Digital Testing จะยึดหลักดังนี้

  • วิชาที่ใช้เวลาอ่านและคำนวณมาก (เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์) มักให้เวลา 90–120 นาที
  • วิชาที่เน้นการอ่านและวิเคราะห์ข้อความ (เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ) ให้เวลาประมาณ 60–90 นาที
  • ระบบแสดงเวลานับถอยหลังที่มุมจอเพื่อให้นักเรียนคอยตรวจสอบได้ตลอดเวลา

สำหรับนักเรียน สิ่งสำคัญไม่ใช่จำเวลาสอบเป๊ะ ๆ จากเอกสารกลางเท่านั้น แต่ต้องรู้ “โครงสร้างเวลา” เพื่อฝึกแบ่งเวลาในระหว่างทำข้อสอบ เช่น ถ้าข้อสอบ 60 ข้อใน 90 นาที ควรกำหนดในใจว่าไม่ควรใช้เวลาต่อข้อเกินประมาณ 1–1.5 นาที


ความต่างระหว่างสนามสอบกระดาษกับสนามสอบ Digital Testing

เพื่อเตรียมตัวให้ได้ผล ลองเทียบจุดสำคัญระหว่างสองรูปแบบสนามสอบ

ด้านPaper Pencil (กระดาษ)Digital Testing (คอมพิวเตอร์)
วิธีตอบฝนดินสอ 2B ลงกระดาษคำตอบคลิกเลือกคำตอบหรือพิมพ์ตอบบนหน้าจอ
ความเสี่ยงผิดพลาดฝนรหัสผิด กาเกินช่อง กระดาษเสียหายหลุดจากระบบ, ลืมกดส่งข้อสอบ, ปัญหาเครื่อง/เน็ต
การจัดการเวลาใช้นาฬิกาข้อมือ/ในห้องสอบมีตัวจับเวลาบนหน้าจอนับถอยหลัง
การตรวจข้อสอบสแกนกระดาษคำตอบประมวลผลจากฐานข้อมูลคำตอบในระบบ
สิ่งที่ต้องฝึกเพิ่มความเนียนในการฝนคำตอบความคุ้นเคยกับเมาส์/คีย์บอร์ด การเลื่อนอ่านบนหน้าจอ

เมื่อนักเรียนรู้ข้อแตกต่างเหล่านี้ล่วงหน้า ก็จะจัดการได้ดีขึ้นทั้งเรื่องเวลาและการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสอบ


วิธีเตรียมตัวให้เข้ากับตารางสอบ Digital Testing

  1. ซ้อมทำข้อสอบบนหน้าจอจริง
    • ใช้เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มข้อสอบออนไลน์ที่จำลองหน้าตาและลักษณะการเปลี่ยนข้อใกล้เคียงของจริง
    • ฝึกทำแบบจับเวลา เพื่อให้ร่างกายและสายตาเคยชินกับการอ่านข้อความยาว ๆ บนหน้าจอ
  2. รู้รอบสอบของตัวเองให้ชัด
    • เมื่อโรงเรียนประกาศรอบสอบ ให้จดหรือถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งวันสอบ เวลา และห้องสอบ
    • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ให้ไปถึงสนามสอบก่อนเวลาจริงอย่างน้อย 30 นาที
  3. เตรียมเอกสารและสุขภาพให้พร้อม
    • บัตรประชาชนหรือบัตรนักเรียนต้องไม่หมดอายุและต้องนำไปในวันสอบทุกครั้ง
    • นอนหลับพักผ่อนให้พอในคืนก่อนสอบ เพราะการเพ่งหน้าจอต่อเนื่องหลายชั่วโมงต้องใช้สมาธิสูงกว่าปกติ
  4. ฝึกกลยุทธ์ใช้เวลาในข้อสอบ
    • เริ่มจากข้อที่มั่นใจก่อน ข้อไหนยากให้ทำเครื่องหมายแล้วข้ามไปชั่วคราว
    • เผื่อเวลา 5–10 นาทีสุดท้ายสำหรับตรวจคำตอบและเช็กว่าทำครบทุกข้อก่อนกดส่ง

แนะนำให้อัปเดตตารางสอบจากแหล่งทางการเสมอ

ตารางด้านบนเป็นโครงร่างสำหรับใช้วางแผนเท่านั้น เพราะในแต่ละปี สถาบันทดสอบและโรงเรียนอาจปรับรายละเอียดวันสอบหรือรอบสอบเล็กน้อยตามความพร้อมของสนามสอบและระบบดิจิทัล

ก่อนถึงช่วงสอบจริง นักเรียนและครูควร

  • ติดตามประกาศฉบับล่าสุดจากโรงเรียน และ
  • ตรวจสอบกำหนดการอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ของหน่วยงานจัดสอบ (เช่น สทศ. หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ)

เมื่อรู้ตารางสอบ O-NET Digital Testing ปี 2569 ชัดเจนแล้ว การวางแผนอ่านหนังสือและตะลุยข้อสอบย้อนหลังจะง่ายขึ้นมาก ช่วยให้ใช้เวลาช่วงก่อนสอบได้คุ้มค่า และเพิ่มโอกาสคว้าคะแนน O‑NET ที่ต้องการเพื่อใช้ต่อยอดในการเรียนระดับต่อไปครับ

การศึกษาไทย

เว็บไซต์ข่าวสารการศึกษาของครูและบุคลากรทางการศึกษา อัพเดททุกวัน ติดตามเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหว ของข่าวสารการศึกษา ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button