บทความ

วัตถุประสงค์ สมมติฐาน และตัวแปรในการวิจัยในชั้นเรียน เขียนอย่างไร

วัตถุประสงค์บอกว่าจะศึกษาอะไร สมมติฐานเป็นคำคาดการณ์ที่ต้องตรวจด้วยข้อมูล และตัวแปรคือสิ่งที่กำหนดให้สังเกตหรือวัด ทั้งสามส่วนต้องตามมาจากปัญหาและคำถามวิจัย ไม่ควรเขียนให้ครบหัวข้อก่อนตัดสินใจว่าต้องใช้ข้อมูลอะไร

> สถานะข้อมูล > ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุด: 1 สิงหาคม 2569 > ขอบเขต: วิจัยในชั้นเรียนเพื่อทำความเข้าใจหรือพัฒนาการสอน > ข้อควรระวัง: งานเชิงสำรวจหรือเชิงคุณภาพไม่จำเป็นต้องตั้งสมมติฐานทุกเรื่อง และการมีคะแนนก่อน–หลังไม่ได้พิสูจน์ว่าแนวทางสอนเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

เริ่มจากคำถามวิจัย ไม่ใช่หัวข้อในแบบฟอร์ม

วิจัยในชั้นเรียนเริ่มจากปัญหา ประสบการณ์ หรือความท้าทายที่ครูพบ แล้วเขียนคำถามที่เก็บข้อมูลมาตอบได้ ตัวอย่าง

  • นักเรียนติดขัดขั้นตอนใดเมื่อแก้โจทย์ปัญหา
  • หลังใช้แบบฝึกพร้อมตัวอย่างทีละขั้น คะแนนทักษะเปลี่ยนอย่างไร
  • นักเรียนใช้กลยุทธ์ใดระหว่างอ่านบทความเชิงเหตุผล
  • ผู้เรียนมองว่าข้อมูลย้อนกลับแบบใดช่วยแก้งานมากที่สุด

หากยังไม่ได้กำหนดปัญหาและคำถาม อ่าน วิธีเขียนปัญหาและคำถามวิจัยในชั้นเรียน ก่อน

สามคำนี้ทำหน้าที่ต่างกัน

ส่วน หน้าที่ รูปแบบที่พบบ่อย
คำถามวิจัย ตั้งสิ่งที่ต้องการหาคำตอบ อย่างไร เท่าใด อะไร เพราะเหตุใด
วัตถุประสงค์ ระบุการดำเนินการศึกษา เพื่อศึกษา เปรียบเทียบ อธิบาย สำรวจ
สมมติฐาน คาดการณ์ความสัมพันธ์หรือความแตกต่าง หลังใช้…สูงกว่าก่อนใช้…
ตัวแปร/สิ่งที่ศึกษา กำหนดสิ่งที่จะจัดกระทำ สังเกต หรือวัด วิธีสอน คะแนน พฤติกรรม ประสบการณ์

คำถามหนึ่งข้อควรมีวัตถุประสงค์ที่ตอบตรงกัน แต่ไม่จำเป็นต้องมีสมมติฐานหนึ่งข้อต่อหนึ่งคำถามเสมอ

วิธีเขียนวัตถุประสงค์

ใช้กริยาที่บอกชนิดคำตอบและข้อมูล เช่น

  • ศึกษา/สำรวจ รูปแบบข้อผิดพลาดของผู้เรียน
  • เปรียบเทียบ คะแนนก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
  • อธิบาย วิธีที่ผู้เรียนใช้แก้ปัญหา
  • พัฒนาและตรวจสอบ เครื่องมือหรือแนวทางในบริบทชั้นเรียน

หลีกเลี่ยงวัตถุประสงค์ว่า “เพื่อให้นักเรียนมีความรู้” เพราะเป็นเป้าหมายการสอน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้วิจัยจะศึกษา ปรับเป็น “เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจก่อนและหลัง…” พร้อมนิยามว่าความเข้าใจจะวัดอย่างไร

ตัวอย่างความสอดคล้อง

ปัญหา: ผู้เรียนทำโจทย์เศษส่วนผิด แต่ยังไม่ทราบว่าผิดขั้นใด คำถาม: ข้อผิดพลาดในการบวกเศษส่วนของนักเรียนแบ่งเป็นรูปแบบใดบ้าง วัตถุประสงค์: เพื่อจำแนกรูปแบบข้อผิดพลาดในการบวกเศษส่วนจากวิธีทำและคำอธิบายของนักเรียน ข้อมูล: ใบงาน วิธีทำ การสัมภาษณ์สั้น และบันทึกครู สมมติฐาน: ไม่จำเป็น เพราะเป็นคำถามสำรวจรูปแบบที่ยังไม่รู้ล่วงหน้า

สมมติฐานจำเป็นเมื่อใด

สมมติฐานเหมาะเมื่อมีทฤษฎีหรือหลักฐานเดิมให้คาดการณ์และมีข้อมูลตรวจได้ เช่น “หลังใช้การฝึกเรียกคืนความรู้ คะแนนแบบทดสอบที่เลื่อนเวลาออกไปสูงกว่าก่อนใช้”

อาจไม่ต้องตั้งสมมติฐานเมื่อ

  • สำรวจปัญหาหรือประสบการณ์ที่ยังไม่ทราบลักษณะ
  • ต้องการอธิบายกระบวนการคิดจากข้อมูลเชิงคุณภาพ
  • วิจัยเชิงปฏิบัติการระยะแรกเพื่อทำความเข้าใจบริบท
  • คำถามถามว่า “มีอะไร” หรือ “เกิดขึ้นอย่างไร” โดยไม่คาดทิศทาง

ไม่ควรตั้งสมมติฐานเพียงว่า “นักเรียนร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์ 80” หากตัวเลขนั้นไม่มีเหตุผลจากหลักสูตร เกณฑ์เดิม หรือข้อมูลพื้นฐาน ต้องบอกที่มาของเกณฑ์เสมอ

ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรแทรกซ้อน

ในงานที่ศึกษาการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางสอน มักระบุ

  • ตัวแปรต้น/การจัดกระทำ: แนวทาง กิจกรรม สื่อ หรือการให้ข้อมูลย้อนกลับที่นำมาใช้
  • ตัวแปรตาม/ผลลัพธ์: คะแนน คุณภาพงาน พฤติกรรม หรือประสบการณ์ที่ต้องการติดตาม
  • ตัวแปรแทรกซ้อน: ปัจจัยอื่นที่อาจสัมพันธ์กับผล เช่น การติวเพิ่มเติม การขาดเรียน ความยากของข้อสอบ หรือเวลาเรียนต่างกัน

งานในชั้นเรียนมักควบคุมปัจจัยได้ไม่สมบูรณ์ จึงควรบันทึกบริบทและใช้ถ้อยคำสรุปอย่างระมัดระวัง เช่น “คะแนนเพิ่มขึ้นหลังการจัดกิจกรรมในชั้นนี้” ไม่รีบสรุปว่า “กิจกรรมเป็นสาเหตุให้คะแนนเพิ่ม” หากไม่มีแบบวิจัยที่ตัดคำอธิบายอื่นได้

นิยามเชิงปฏิบัติการ

ชื่ออย่าง “ความสามารถในการคิดวิเคราะห์” กว้างเกินไป ต้องระบุว่าจะสังเกตจากอะไร เช่น คะแนนรูบริก 4 ด้านจากภาระงานวิเคราะห์ข่าว ได้แก่ การระบุข้ออ้าง การเลือกหลักฐาน การเชื่อมเหตุผล และการพิจารณาข้อโต้แย้ง

นิยามที่ดีบอกอย่างน้อย

  1. พฤติกรรมหรือผลงานที่สังเกต
  2. เครื่องมือหรือวิธีเก็บข้อมูล
  3. เกณฑ์หรือหน่วยคะแนน
  4. ช่วงเวลาและบริบท

ตัวอย่าง 3 แบบ

แบบเปรียบเทียบก่อน–หลัง

คำถาม: คะแนนการเขียนย่อหน้าหลังใช้การตรวจงานด้วยรูบริกเปลี่ยนจากก่อนใช้อย่างไร วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบคะแนนการเขียนก่อนและหลังใช้รูบริกพร้อมข้อมูลย้อนกลับ สมมติฐาน: คะแนนหลังใช้สูงกว่าก่อนใช้ ตัวแปร: การใช้รูบริกพร้อมข้อมูลย้อนกลับ; คะแนนจากรูบริกฉบับเดียวกันหรือฉบับเทียบเคียง

ควรตรวจว่ารูบริกวัดสม่ำเสมอ และอธิบายว่าอาจมีผลจากการฝึกซ้ำหรือเวลา

แบบศึกษาพฤติกรรม

คำถาม: ระหว่างอภิปรายเป็นคู่ ผู้เรียนใช้หลักฐานสนับสนุนคำตอบในลักษณะใด วัตถุประสงค์: เพื่ออธิบายลักษณะการใช้หลักฐานระหว่างอภิปราย สมมติฐาน: ไม่จำเป็น สิ่งที่ศึกษา: ชนิดและความถี่ของการอ้างหลักฐานจากบันทึกการสังเกต/เสียง โดยได้รับความยินยอมตามที่จำเป็น

แบบหลายวงรอบ

คำถาม: การปรับคำสั่งและตัวอย่างในแต่ละวงรอบช่วยลดข้อผิดพลาดชนิดใด วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาแนวทางสอนและติดตามรูปแบบข้อผิดพลาดในแต่ละวงรอบ ข้อมูล: งานผู้เรียน บันทึกหลังสอน และคำอธิบายของผู้เรียน สมมติฐาน: อาจไม่จำเป็น เพราะเน้นการปรับตามหลักฐานแต่ละวงรอบ

ตารางตรวจความสอดคล้องก่อนเก็บข้อมูล

คำถาม วัตถุประสงค์ สิ่งที่วัด/ศึกษา ข้อมูล วิธีวิเคราะห์
คะแนนเปลี่ยนอย่างไร เปรียบเทียบก่อน–หลัง คะแนนทักษะ แบบประเมินสองช่วง ค่าเฉลี่ย/รายบุคคล/ขนาดการเปลี่ยนแปลง
ผิดแบบใด จำแนกข้อผิดพลาด ประเภทข้อผิดพลาด วิธีทำและคำอธิบาย จัดหมวด ตรวจตัวอย่าง และนับความถี่
ผู้เรียนมองอย่างไร สำรวจมุมมอง ประสบการณ์/เหตุผล สัมภาษณ์หรือคำตอบปลายเปิด วิเคราะห์ประเด็นพร้อมข้อความตัวอย่างสั้น

หากข้อมูลในแถวตอบคำถามไม่ได้ ต้องแก้ก่อนลงมือ ไม่ใช่เพิ่มเครื่องมือจำนวนมากโดยไม่มีหน้าที่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • วัตถุประสงค์ไม่ตรงคำถาม
  • ตั้งสมมติฐานทุกข้อโดยไม่พิจารณาชนิดการวิจัย
  • เรียกกิจกรรมทุกอย่างว่า “ตัวแปรต้น” ทั้งที่ไม่ได้เปรียบเทียบผล
  • ใช้แนวคิดกว้างโดยไม่มีนิยามเชิงปฏิบัติการ
  • ใช้เครื่องมือคนละเนื้อหาก่อน–หลังโดยไม่ตรวจความเทียบเคียง
  • สรุปเหตุ–ผลจากข้อมูลชั้นเดียวที่ไม่มีการเปรียบเทียบเหมาะสม
  • เลือกสถิติซับซ้อนก่อนตั้งคำถาม
  • เปลี่ยนวัตถุประสงค์ภายหลังให้ตรงกับผลที่ได้โดยไม่บันทึกเหตุผล

เช็กลิสต์

  • ปัญหามาจากหลักฐานในห้องเรียน
  • คำถามเฉพาะและตอบได้ด้วยข้อมูลที่เก็บจริง
  • วัตถุประสงค์ใช้กริยาตรงกับชนิดคำตอบ
  • สมมติฐานมีเฉพาะเมื่อมีเหตุผลและตรวจได้
  • ระบุตัวแปรหรือสิ่งที่ศึกษาโดยไม่ฝืนกรอบเชิงทดลอง
  • นิยามผลลัพธ์ให้สังเกตหรือวัดได้
  • เครื่องมือแต่ละชิ้นตอบคำถามอย่างน้อยหนึ่งข้อ
  • บันทึกปัจจัยอื่นที่อาจอธิบายผล
  • ใช้ถ้อยคำสรุปไม่เกินขอบเขตข้อมูล
  • คุ้มครองข้อมูลและศักดิ์ศรีของผู้เรียน

แหล่งอ้างอิง

  1. British Council. Classroom action research. ตรวจสอบ 1 สิงหาคม 2569
  2. Mertler, C. A. (2020). *Action Research: Improving Schools and Empowering Educators*. SAGE.
  3. Mills, G. E. (2018). *Action Research: A Guide for the Teacher Researcher*. Pearson.
  4. University of Southern California Libraries. Organizing Your Social Sciences Research Paper: The Research Problem/Question. ตรวจสอบ 1 สิงหาคม 2569
  5. Belmont Report. Ethical Principles and Guidelines for the Protection of Human Subjects of Research. U.S. Department of Health and Human Services.

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ: ตัวอย่างเป็นสถานการณ์สมมติ การเก็บหรือเผยแพร่ข้อมูลผู้เรียนต้องปฏิบัติตามนโยบายต้นสังกัด จริยธรรมการวิจัย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button