บทความ

กลุ่มเป้าหมายกับกลุ่มตัวอย่างในวิจัยชั้นเรียน เลือกและเขียนอย่างไร

วิจัยในชั้นเรียนมักศึกษาผู้เรียนในชั้นที่ครูรับผิดชอบเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะบริบท จึงควรเรียกและอธิบายผู้เข้าร่วมให้ตรงกับวิธีเลือก ไม่ควรใช้คำว่า “สุ่มตัวอย่าง” หากนำทั้งห้องที่มีอยู่แล้วมาศึกษา และไม่ควรสรุปผลแทนนักเรียนทุกโรงเรียนจากข้อมูลชั้นเดียว

> สถานะข้อมูล > ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุด: 1 สิงหาคม 2569 > หลักสำคัญ: ระบุใคร อยู่บริบทใด ถูกเลือกเพราะอะไร เข้าร่วมส่วนใด และข้อมูลคุ้มครองอย่างไร > คำเตือน: การเก็บข้อมูลเพื่อเผยแพร่หรือใช้เกินงานสอนปกติอาจต้องผ่านกระบวนการจริยธรรม/ความยินยอมตามนโยบายต้นสังกัดและหน่วยงาน

คำที่มักสับสน

คำ ใช้เมื่อ ข้อควรระวัง
ประชากร กลุ่มทั้งหมดที่ต้องการอธิบายหรือสรุปผลถึง ต้องกำหนดขอบเขตจริง ไม่ใช้คำกว้างเกินหลักฐาน
กลุ่มตัวอย่าง ส่วนหนึ่งที่เลือกจากประชากรด้วยวิธีระบุ บอกกรอบการเลือก วิธี และเหตุผล
กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเฉพาะที่การพัฒนาหรือการวิจัยมุ่งแก้ปัญหา เหมาะกับงานชั้นเรียนเฉพาะบริบท แต่ต้องบรรยายให้ชัด
ผู้เข้าร่วมวิจัย บุคคลที่ให้ข้อมูลหรือร่วมกิจกรรม เป็นคำกลางที่ไม่อ้างการเป็นตัวแทนประชากรโดยอัตโนมัติ

หากครูศึกษานักเรียน ม.2/1 ทั้ง 32 คนที่ตนสอน เพราะพบปัญหาในห้องนี้ ควรเขียนว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหรือผู้เข้าร่วมที่เลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามบริบท ไม่ควรเขียนว่า “สุ่มนักเรียน 32 คน” หากไม่ได้สุ่มจริง

เริ่มจากขอบเขตคำถาม

คำถามว่า “แนวทางนี้ช่วยนักเรียนห้อง ม.2/1 แก้โจทย์ได้อย่างไร” ต้องการข้อมูลจากห้องนั้น ต่างจากคำถามว่า “แนวทางนี้มีประสิทธิผลต่อนักเรียน ม.2 ของจังหวัดหรือไม่” ซึ่งต้องออกแบบตัวอย่างและการเปรียบเทียบที่กว้างกว่า งานวิจัยในชั้นเรียนส่วนใหญ่เหมาะกับคำถามแรก

ก่อนเลือกผู้เข้าร่วม ให้ระบุ

  1. ปัญหาเกิดกับใครและมีหลักฐานอะไร
  2. ต้องเก็บข้อมูลจากทุกคนหรือบางคน
  3. การสอน/กิจกรรมเป็นส่วนของการเรียนปกติหรือเพิ่มขึ้น
  4. ใครอาจได้รับผลกระทบหรือถูกกีดกัน
  5. ผลจะใช้ปรับชั้นนี้หรืออ้างไปบริบทอื่น

รูปแบบการเลือกที่พบบ่อย

ทั้งชั้นเรียน

เหมาะเมื่อกิจกรรมเป็นการสอนทั้งห้องและต้องการติดตามผลโดยรวม ระบุระดับชั้น ห้อง จำนวน ช่วงเวลา และลักษณะที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ไม่ต้องคำนวณขนาดตัวอย่างเพื่อทำให้ดูเป็นงานสำรวจขนาดใหญ่

กลุ่มย่อยที่พบปัญหา

อาจใช้เมื่อคำถามมุ่งทำความเข้าใจข้อผิดพลาดหรือให้การช่วยเหลือเฉพาะ ต้องกำหนดเกณฑ์จากหลักฐาน เช่น “ผู้เรียนที่ทำข้อทักษะ X ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในแบบวินิจฉัย” ไม่ติดป้ายว่าอ่อนหรือมีปัญหาโดยไม่มีนิยาม

เลือกกรณีเพื่อศึกษาเชิงลึก

ครูอาจเลือกผู้เรียนที่แสดงรูปแบบคำตอบต่างกันเพื่อสัมภาษณ์หรือวิเคราะห์วิธีคิด เป้าหมายคือเห็นความหลากหลายของกระบวนการ ไม่ใช่ประมาณร้อยละของประชากร ต้องอธิบายเกณฑ์และไม่เปิดเผยตัวตน

ผู้ให้ข้อมูลหลายฝ่าย

บางคำถามต้องใช้ข้อมูลจากครูร่วม ผู้ปกครอง หรือผู้บริหาร เช่น ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าเรียน การเพิ่มผู้ให้ข้อมูลต้องมีเหตุผลและกระบวนการคุ้มครองข้อมูล ไม่ใช่เพิ่มจำนวนเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

เขียนรายละเอียดผู้เข้าร่วมให้พอ

ตัวอย่างที่เหมาะสม:

> กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ห้อง 1 จำนวน 32 คน ซึ่งผู้วิจัยรับผิดชอบสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เลือกทั้งห้องเนื่องจากการวิเคราะห์แบบทดสอบวินิจฉัยพบข้อผิดพลาดเรื่องการบวกเศษส่วนในผู้เรียนหลายระดับ งานวิจัยมุ่งใช้ผลปรับการสอนในห้องนี้ ไม่ได้ออกแบบเพื่อเป็นตัวแทนนักเรียน ม.2 ทั้งหมด

หลีกเลี่ยงการใส่รายละเอียดที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ เลขประจำตัว ลักษณะเฉพาะที่ไม่จำเป็น หรือภาพใบหน้า หากรายงานกลุ่มเล็ก ควรพิจารณาว่าแม้ใช้นามแฝง ผู้อ่านในโรงเรียนอาจเดาได้

จำนวนผู้เข้าร่วมต้องเท่าไร

ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคำถาม งานปรับการสอนทั้งชั้นอาจใช้ทั้งห้อง งานเชิงลึกอาจใช้ผู้ให้ข้อมูลจำนวนน้อยแต่เก็บข้อมูลหลายครั้ง ส่วนงานที่ต้องการประมาณผลหรือเปรียบเทียบเชิงสถิติต้องพิจารณาแบบวิจัย ความแปรปรวน ขนาดผล และกำลังการทดสอบ

ไม่ควรใช้สูตรขนาดตัวอย่างโดยไม่ตรงกับเป้าหมาย เพียงเพื่อให้รายงานดูเป็นทางการ หากจำนวนผู้เรียนถูกกำหนดโดยชั้นที่มีอยู่ ให้บอกตรง ๆ และจำกัดการสรุปผล

การขาดเรียนและข้อมูลไม่ครบ

กำหนดก่อนว่าใครจะอยู่ในการวิเคราะห์ เช่น ต้องมีคะแนนทั้งก่อนและหลังหรือไม่ หากผู้เรียนขาดกิจกรรมบางครั้ง ให้รายงานจำนวนข้อมูลที่ใช้จริงและเหตุผล ไม่ควรลบผู้เรียนที่ผลไม่ดีหลังเห็นผลเพราะจะทำให้ข้อสรุปเอนเอียง

แยกสองเรื่อง

  • สิทธิของผู้เรียนในการได้รับการสอนหรือการช่วยเหลือ
  • การนำข้อมูลของผู้เรียนเข้าสู่การวิเคราะห์/เผยแพร่

ผู้เรียนไม่ควรเสียโอกาสทางการเรียนเพราะไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลในการเผยแพร่

จริยธรรมและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ

ครูเป็นทั้งผู้สอนและผู้เก็บข้อมูล ผู้เรียนอาจรู้สึกว่าต้องเข้าร่วม จึงต้องสื่อสารอย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นงานเรียนปกติ อะไรเป็นการใช้ข้อมูลเพื่อวิจัย ใครเข้าถึงข้อมูล และการตัดสินใจมีผลต่อคะแนนหรือไม่

หลักทั่วไปจาก Belmont Report ได้แก่ การเคารพบุคคล การเกื้อกูล/ไม่ทำอันตราย และความเป็นธรรม แต่การปฏิบัติจริงต้องยึดกฎหมายไทย ระเบียบหน่วยงาน คณะกรรมการจริยธรรม และนโยบายสถานศึกษา ไม่ควรถือว่าบทความนี้แทนการอนุมัติ

ตารางช่วยตัดสินใจ

คำถามวิจัย ผู้เข้าร่วมเหมาะสม วิธีเลือก ขอบเขตสรุป
หลังปรับใบงาน ห้องนี้เปลี่ยนอย่างไร ทั้งห้องที่ใช้ใบงาน กลุ่มเป้าหมายตามชั้นเรียน ห้องและช่วงเวลานี้
ผู้เรียนติดขั้นใด กรณีที่แสดงข้อผิดพลาดหลายรูปแบบ เฉพาะเจาะจงตามวิธีทำ รูปแบบที่พบ ไม่ประมาณประชากร
ผู้เรียนมองข้อมูลย้อนกลับอย่างไร ผู้เรียนที่มีประสบการณ์กับวิธีนั้น ทั้งห้องหรือเลือกให้หลากหลาย มุมมองในบริบทที่ศึกษา
วิธี A เทียบ B ให้ผลต่างหรือไม่ กลุ่มที่ออกแบบเปรียบเทียบเหมาะสม ต้องพิจารณาการจัดกลุ่มและความเทียบเคียง ตามแบบวิจัยและข้อจำกัด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้คำว่าประชากรเป็นนักเรียนทั่วประเทศแต่เก็บข้อมูลห้องเดียว
  • เขียนว่าสุ่มทั้งที่ใช้ห้องของตน
  • เลือกเฉพาะผู้เรียนที่ผลดีหลังทำกิจกรรม
  • ไม่รายงานผู้ขาดข้อมูล
  • ใช้รายละเอียดที่ทำให้ระบุตัวผู้เรียนได้
  • ถือว่าการเป็นครูประจำวิชาเท่ากับได้รับความยินยอมเพื่อเผยแพร่ข้อมูล
  • สรุปว่าใช้ได้กับทุกชั้นจากกรณีเดียว
  • เน้นจำนวนมากกว่าความตรงของข้อมูลกับคำถาม

เช็กลิสต์

  • คำเรียกผู้เข้าร่วมตรงกับวิธีเลือก
  • ระบุชั้น ห้อง จำนวน และช่วงเวลาเท่าที่จำเป็น
  • บอกเหตุผลและเกณฑ์คัดเข้า/คัดออกก่อนวิเคราะห์
  • ไม่กล่าวอ้างการสุ่มหากไม่ได้สุ่ม
  • วางแผนรับมือข้อมูลไม่ครบ
  • จำกัดข้อสรุปตามบริบทและแบบวิจัย
  • แยกการเรียนปกติออกจากการใช้ข้อมูลวิจัย
  • ปฏิบัติตามกระบวนการยินยอม/จริยธรรมที่เกี่ยวข้อง
  • ลดข้อมูลระบุตัวตนและจำกัดผู้เข้าถึง
  • รายงานข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา

อ่านต่อเรื่อง การสร้างเครื่องมือวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้หลักฐานที่เก็บจากกลุ่มเป้าหมายตรงกับคำถามวิจัย

แหล่งอ้างอิง

  1. British Council. Classroom action research. ตรวจสอบ 1 สิงหาคม 2569
  2. British Council. A Handbook for Exploratory Action Research.
  3. Mertler, C. A. (2020). *Action Research: Improving Schools and Empowering Educators*. SAGE.
  4. Mills, G. E. (2018). *Action Research: A Guide for the Teacher Researcher*. Pearson.
  5. U.S. Department of Health and Human Services. The Belmont Report.

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ: การพิจารณาจริยธรรมและข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นกับวัตถุประสงค์ การใช้ข้อมูล และข้อกำหนดของหน่วยงาน ครูควรปรึกษาผู้รับผิดชอบก่อนเก็บหรือเผยแพร่ข้อมูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button