บทความ

IOC คืออะไร วิธีตรวจความตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือวิจัยในชั้นเรียน

IOC (Index of Item–Objective Congruence) ใช้รวบรวมความเห็นผู้เชี่ยวชาญว่าแต่ละข้อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่ ไม่ใช่ใบรับรองว่าเครื่องมือถูกต้องทุกด้าน และไม่ใช่ค่าความเชื่อมั่น

> สถานะข้อมูล > ตรวจสอบล่าสุด: 2 สิงหาคม 2569 > หลักวิชาการ: อิงวิธี item–objective congruence ของ Rovinelli และ Hambleton > คำแนะนำ: จำนวนผู้เชี่ยวชาญ เกณฑ์รับข้อ และแบบฟอร์มต้องกำหนดล่วงหน้าให้เหมาะกับงาน

ก่อนคำนวณ ต้องทำตารางข้อ–วัตถุประสงค์

ระบุผลลัพธ์หรือนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร แล้วจับคู่ข้อคำถามกับสิ่งที่ตั้งใจวัด หากวัตถุประสงค์กว้างหรือซ้อนกัน ผู้เชี่ยวชาญจะให้คะแนนต่างกันเพราะกรอบไม่ชัด ไม่ใช่เพราะสูตรมีปัญหา

เอกสารที่ส่งผู้เชี่ยวชาญควรมี

  • วัตถุประสงค์และนิยามตัวแปร
  • กลุ่มเป้าหมายและบริบทการใช้
  • คำชี้แจงและเครื่องมือฉบับเต็ม
  • ตารางให้คะแนนรายข้อ พร้อมช่องเหตุผล
  • เกณฑ์การตัดสินที่แจ้งไว้ก่อน

การให้คะแนนและสูตร

รูปแบบที่ใช้แพร่หลายให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณารายข้อเป็น `+1` สอดคล้อง, `0` ไม่แน่ใจ และ `-1` ไม่สอดคล้อง แล้วคำนวณ

`IOC = ผลรวมคะแนนผู้เชี่ยวชาญ / จำนวนผู้เชี่ยวชาญ`

ตัวอย่าง ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนให้ `+1, +1, 0` ค่า IOC เท่ากับ `2/3 = 0.67` แต่ตัวเลขยังไม่บอกว่าข้อความกำกวม เนื้อหาเกินระดับผู้เรียน หรือมีคำถามสองประเด็น จึงต้องอ่านเหตุผลประกอบ

แปลผลอย่างระมัดระวัง

ไม่ควรประกาศว่า “ผ่านเพราะมากกว่า 0.50” โดยไม่อธิบายจำนวนผู้เชี่ยวชาญและเกณฑ์ที่ใช้ ค่าเดียวกันมีความหมายต่างเมื่อจำนวนผู้ประเมินต่างกัน และเกณฑ์นิยมไม่ใช่กฎหมายกลางสำหรับงานวิจัยทุกประเภท

ให้จัดข้อเป็นสามกลุ่ม: ใช้ได้ตามเกณฑ์, ปรับแล้วประเมินซ้ำ, และตัดออกหรือเขียนใหม่ หากผู้เชี่ยวชาญเห็นต่างมาก ควรตรวจนิยามและวัตถุประสงค์ก่อนเฉลี่ยความเห็นจนความขัดแย้งหายไป

IOC ไม่ทดแทนอะไร

  • ไม่ทดแทนการทดลองใช้กับผู้เรียนจริง
  • ไม่บอกความยากหรืออำนาจจำแนกของข้อสอบ
  • ไม่บอกความเชื่อมั่นของคะแนน
  • ไม่ยืนยันโครงสร้างตัวแปร
  • ไม่แก้ปัญหากลุ่มตัวอย่างหรือแบบวิจัย

หลังปรับเครื่องมือ ควรทดลองใช้ ตรวจความเข้าใจ เวลาในการตอบ ข้อมูลสูญหาย การกระจายคะแนน และดัชนีอื่นที่ตรงกับชนิดเครื่องมือ ดูแนวทางต่อใน การสร้างเครื่องมือวิจัยในชั้นเรียน และ การตรวจคุณภาพข้อสอบ

ขั้นตอนทำงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

  1. กำหนดนิยามและตารางข้อ–วัตถุประสงค์
  2. คัดผู้เชี่ยวชาญที่ตรงทั้งเนื้อหาและการวัด
  3. ส่งเอกสารชุดเดียวกันโดยไม่ชี้นำ
  4. เก็บคะแนนและเหตุผลรายคน
  5. คำนวณรายข้อ ไม่รายฉบับอย่างเดียว
  6. บันทึกการแก้ไขทีละข้อ
  7. ส่งประเมินซ้ำเมื่อแก้สาระสำคัญ
  8. ทดลองใช้และรายงานหลักฐานคุณภาพด้านอื่น

จริยธรรมและการรายงาน

ไม่ควรใส่ชื่อผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ได้รับอนุญาต รายงานอย่างน้อยจำนวน คุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง วิธีให้คะแนน เกณฑ์ตัดสิน ผลรายข้อ และสิ่งที่แก้ ไม่เลือกเปิดเผยเฉพาะข้อที่ผ่าน

แหล่งอ้างอิง

  1. Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. *Dutch Journal for Educational Research*, 2, 49–60.
  2. Turner, R. C., & Carlson, L. (2003). Indexes of Item-Objective Congruence for Multidimensional Items. *Applied Measurement in Education*, 16(2), 163–171.
  3. SAS Institute. Computing Indices of Item Congruence for Test Development Validity Assessments.

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ: IOC เป็นหลักฐานหนึ่งของความตรงเชิงเนื้อหา ไม่ควรใช้เป็นตราประทับคุณภาพของเครื่องมือทั้งฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button