แนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2569 จิตวิทยาและการดูแลผู้เรียน 20 ข้อ ชุดที่ 2 แบบฝึก 20 สถานการณ์นี้ชวนเลือกวิธีสังเกต ช่วยเหลือ และติดตามผู้เรียนอย่างมีหลักฐาน ครอบคลุมแรงจูงใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล การแนะแนว และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นโจทย์ที่เว็บไซต์จัดทำเพื่อฝึกคิด ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือผังข้อสอบทางการ
วิธีฝึก: ทำครั้งละ 5 ข้อโดยปิดเฉลยก่อน เลือกคำตอบพร้อมเขียนเหตุผลสั้น ๆ แล้วเปิดดูเฉลย หากตอบถูกจากการเดาให้ทำเครื่องหมายไว้กลับมาทบทวน
เข้าใจผู้เรียนและแรงจูงใจ
ข้อ 1. เด็กทำโจทย์บวกได้เมื่อครูชี้ขั้นตอน แต่ทำเองยังติด ครูควรช่วยอย่างไร
- ก. ลดคำใบ้ทีละขั้นแล้วให้ลองโจทย์ใหม่ด้วยตนเอง
- ข. สรุปว่าเด็กยังไม่พร้อมเรียนคณิตศาสตร์
- ค. ให้โจทย์ยากขึ้นทันทีโดยไม่ช่วย
- ง. ทำแทนทุกข้อจนเด็กจำคำตอบได้
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ก. การลดตัวช่วยทำให้เห็นว่าความสามารถเริ่มย้ายจากการทำร่วมกันไปสู่การทำเองได้หรือไม่
ข้อ 2. ผู้เรียนตอบผิดแล้วเพื่อนหัวเราะจนไม่กล้ายกมือ ครูควรทำสิ่งใดก่อน
- ก. สุ่มเรียกคนเดิมให้ตอบซ้ำทันที
- ข. บอกว่าอย่าคิดมากแล้วสอนต่อ
- ค. ให้คะแนนคนที่หัวเราะเพื่อจบบทเรียน
- ง. หยุดการล้อเลียนและสร้างวิธีรับฟังคำตอบที่ปลอดภัย
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ง. ความปลอดภัยทางใจเป็นเงื่อนไขของการมีส่วนร่วม ต้องจัดการพฤติกรรมที่ทำให้อับอายก่อนชวนคิดต่อ
ข้อ 3. นักเรียนมาสายบ่อยและงานลดลง ครูยังไม่ทราบสาเหตุ ควรเริ่มอย่างไร
- ก. คุยเป็นส่วนตัว ตรวจข้อมูลการมาเรียนและงาน แล้วประสานผู้เกี่ยวข้องตามจำเป็น
- ข. สรุปว่าขี้เกียจจากพฤติกรรมที่เห็น
- ค. ประกาศชื่อหน้าห้องเพื่อให้ปรับตัว
- ง. ตัดคะแนนทุกวิชาโดยไม่ถามเพิ่มเติม
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ก. ข้อมูลที่เห็นยังบอกสาเหตุไม่ได้ การรู้จักรายบุคคลก่อนช่วยให้เลือกการสนับสนุนตรงปัญหา
ข้อ 4. นักเรียนบอกว่า “ทำยังไงก็ไม่เก่ง” หลังทำผิดหลายครั้ง ข้อเสนอใดช่วยได้มากกว่า
- ก. บอกว่าเพื่อนคนอื่นยังทำได้
- ข. ให้ทำแบบฝึกเดิมจำนวนมากโดยไม่ดูข้อผิด
- ค. ให้รางวัลทุกครั้งที่ตอบโดยไม่สนเหตุผล
- ง. ตั้งเป้าหมายเล็กที่ทำได้ ให้ข้อมูลย้อนกลับเฉพาะวิธีคิด และติดตามความก้าวหน้า
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ง. หลักฐานความก้าวหน้าที่จับต้องได้ช่วยให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิธีฝึกกับผล
ข้อ 5. ผู้เรียนอ่านออกเสียงช้าแต่เข้าใจเรื่องเมื่อฟัง ครูจะตรวจความเข้าใจเนื้อหาอย่างไร
- ก. สรุปว่าไม่เข้าใจเนื้อหา
- ข. ให้เพื่อนตอบแทนทุกครั้ง
- ค. ให้คะแนนศูนย์ทุกคำถามเพราะอ่านช้า
- ง. ให้ตอบจากเรื่องที่ฟังหรืออ่านโดยมีตัวช่วย แล้วแยกบันทึกความคล่องอ่านกับความเข้าใจ
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ง. การแยกทักษะช่วยไม่ให้ความยากด้านการอ่านออกเสียงบดบังความเข้าใจเนื้อหา
ออกแบบความช่วยเหลือ
ข้อ 6. เด็กที่ตอบเร็วเริ่มเบื่อขณะเพื่อนยังฝึกพื้นฐาน ครูควรจัดงานอย่างไร
- ก. ให้เด็กเร็วทำโจทย์แบบเดิมเพิ่ม 30 ข้อ
- ข. หยุดสอนทั้งห้องจนทุกคนพร้อมเท่ากัน
- ค. ใช้โจทย์แกนเดียวกันแต่มีงานต่อยอดที่ต้องอธิบายเหตุผล
- ง. ให้เด็กเร็วเฉลยแทนครูทุกคาบ
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ค. งานต่อยอดรักษาเป้าหมายร่วมและเพิ่มความลึก ไม่ใช้จำนวนข้อแทนความท้าทาย
ข้อ 7. นักเรียนจำคำศัพท์ได้วันสอบ แต่ลืมหลังหนึ่งสัปดาห์ ควรปรับการฝึกอย่างไร
- ก. ให้คัดคำเดิมโดยไม่ตรวจความหมาย
- ข. ให้ดึงคำตอบจากความจำหลายครั้งโดยเว้นช่วงและใช้ในประโยคใหม่
- ค. ให้อ่านรายการคำศัพท์ซ้ำครั้งเดียวก่อนสอบ
- ง. เปลี่ยนไปเรียนคำใหม่ทันที
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ข. การเรียกคืนหลังเว้นช่วงและใช้ในบริบทใหม่ช่วยตรวจว่าจำและใช้ได้จริง
ข้อ 8. หลังสอน ครูชมว่า “เก่งมาก” ทุกคนเหมือนกัน ข้อมูลย้อนกลับแบบใดช่วยให้ปรับงานได้มากกว่า
- ก. เปรียบเทียบกับเพื่อนที่ได้สูงสุด
- ข. ชี้ส่วนที่ทำได้ตามเกณฑ์และหนึ่งขั้นที่ควรแก้ต่อ
- ค. บอกเพียงคะแนนรวม
- ง. ชมด้วยคำเดิมแต่เสียงดังขึ้น
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ข. ข้อมูลย้อนกลับที่ผูกกับเกณฑ์บอกผู้เรียนว่าควรทำอะไรต่ออย่างชัดเจน
ข้อ 9. เด็กไม่ส่งงานออนไลน์ แต่ทำงานในห้องได้ ครูควรตรวจอะไรเป็นอันดับแรก
- ก. ตัดสินว่าไม่ตั้งใจจากสถานะในระบบ
- ข. สั่งให้ซื้ออุปกรณ์ใหม่
- ค. ให้คะแนนจากจำนวนครั้งที่เข้าสู่ระบบ
- ง. ตรวจการเข้าถึงอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และวิธีส่งก่อนตีความว่าไม่รับผิดชอบ
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ง. อุปสรรคด้านการเข้าถึงอาจต่างจากความเข้าใจหรือความรับผิดชอบของผู้เรียน
ข้อ 10. นักเรียนคนหนึ่งพูดน้อยในกลุ่มแต่เขียนเหตุผลได้ดี ครูควรประเมินอย่างไร
- ก. ให้คะแนนจากความดังของเสียง
- ข. ใช้หลักฐานหลายรูปแบบที่ตรงเป้าหมายและให้โอกาสฝึกพูดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ค. สรุปว่าไม่ร่วมมือเพราะไม่พูด
- ง. ให้เพื่อนตัดสินแทนครูทั้งหมด
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ข. การเงียบไม่เท่ากับไม่เรียนรู้ แต่ทักษะการสื่อสารยังฝึกต่อได้โดยไม่ปิดโอกาส
แนะแนวและดูแลช่วยเหลือ
ข้อ 11. แบบคัดกรองชี้ว่านักเรียนอาจต้องได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม ครูควรใช้ผลอย่างไร
- ก. ส่งผลให้ผู้ปกครองทุกคนในกลุ่มสนทนา
- ข. ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้นร่วมกับการสังเกตและการพูดคุย ไม่ใช้เป็นคำวินิจฉัย
- ค. ประกาศผลต่อทั้งห้อง
- ง. ติดป้ายว่านักเรียนมีโรคทันที
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ข. เครื่องมือคัดกรองช่วยให้ติดตามและส่งต่อเหมาะสม แต่ไม่ใช่การวินิจฉัยรายบุคคล
ข้อ 12. นักเรียนปรึกษาเรื่องที่เกินขอบเขตความเชี่ยวชาญของครู ควรทำอย่างไร
- ก. สัญญาว่าจะเก็บทุกเรื่องเป็นความลับแม้มีความเสี่ยง
- ข. ให้คำวินิจฉัยด้วยตนเอง
- ค. รับฟังอย่างเหมาะสม บันทึกเท่าที่จำเป็น และประสานผู้รับผิดชอบหรือผู้เชี่ยวชาญตามระบบโรงเรียน
- ง. นำเรื่องไปเล่าเป็นตัวอย่างในห้องเรียน
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ค. ครูควรรู้ขอบเขตบทบาทและใช้ระบบส่งต่อเมื่อปัญหาต้องการความช่วยเหลือเฉพาะทาง
ข้อ 13. ผู้ปกครองถามว่าลูก “ไม่ฉลาดใช่ไหม” หลังคะแนนตก ครูควรตอบอย่างไร
- ก. อธิบายหลักฐานเฉพาะงานที่พบ จุดที่ทำได้ และแผนช่วยโดยไม่ติดป้ายตัวเด็ก
- ข. เปรียบเทียบกับเพื่อนที่ได้สูงกว่า
- ค. ยืนยันว่าไม่ฉลาดจากคะแนนครั้งเดียว
- ง. บอกว่าไม่ต้องกังวลโดยไม่ดูงาน
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ก. คะแนนครั้งเดียวไม่พอบอกศักยภาพทั้งหมด การสนทนาควรนำไปสู่การช่วยที่ตรวจผลได้
ข้อ 14. นักเรียนสองคนทะเลาะกันหลังงานกลุ่ม ครูมีข้อมูลจากฝ่ายเดียว ขั้นตอนที่เหมาะคืออะไร
- ก. โพสต์เรื่องลงกลุ่มผู้ปกครอง
- ข. ประกาศผู้ผิดจากคำบอกฝ่ายแรก
- ค. ให้ทั้งคู่ขอโทษโดยไม่ฟังเหตุการณ์
- ง. แยกให้ปลอดภัย รับฟังทั้งสองฝ่าย และตรวจข้อเท็จจริงก่อนกำหนดวิธีแก้
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ง. การตัดสินจากข้อมูลด้านเดียวอาจไม่เป็นธรรมและไม่ช่วยเข้าใจสาเหตุความขัดแย้ง
ข้อ 15. เด็กทำงานถูกเมื่อมีตัวอย่างเดิม แต่พลาดเมื่อเปลี่ยนโจทย์ ครูควรตรวจอะไร
- ก. ให้ท่องคำตอบของตัวอย่างเดิมเพิ่ม
- ข. ให้โจทย์ใหม่ที่ใช้หลักเดียวกันและขอให้เด็กอธิบายวิธีเลือกหลัก
- ค. เพิ่มคะแนนโดยไม่ทดสอบอีก
- ง. สรุปว่าชำนาญแล้วเพราะเคยตอบถูก
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ข. งานใหม่ช่วยแยกการจำรูปแบบคำตอบเดิมจากความเข้าใจที่นำหลักไปใช้ได้ในเงื่อนไขใหม่
ตรวจผลและปรับวิธี
ข้อ 16. ครูต้องวางแผนช่วยเด็กที่ขาดเรียนต่อเนื่อง ข้อมูลใดควรรวบรวมก่อน
- ก. คะแนนสอบครั้งเดียว
- ข. จำนวนข้อความที่เด็กส่งในแชต
- ค. การมาเรียน งานที่พลาด ความเห็นเด็กและผู้ปกครองเท่าที่จำเป็น พร้อมข้อจำกัดของข้อมูล
- ง. ข่าวลือจากเพื่อนเพียงอย่างเดียว
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ค. ข้อมูลหลายด้านทำให้แยกปัญหาการเข้าถึง การเรียน และปัจจัยอื่นได้ดีขึ้น
ข้อ 17. กิจกรรมแนะแนวอาชีพที่ดีควรเริ่มจากอะไร
- ก. ให้ผู้เรียนสำรวจความสนใจ ความถนัด และข้อมูลเส้นทางอาชีพหลายทางเลือก
- ข. เลือกจากรายได้สูงสุดโดยไม่ดูเงื่อนไข
- ค. กำหนดอาชีพเดียวให้ทั้งห้อง
- ง. ให้ครูตัดสินแทนนักเรียน
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ก. การแนะแนวช่วยให้ผู้เรียนมีข้อมูลและรู้จักตนเองเพื่อพิจารณาทางเลือก ไม่ใช่เลือกแทน
ข้อ 18. หลังจัดกลุ่มช่วยอ่าน ครูพบว่าเด็กบางคนก้าวหน้าเร็ว ควรทำอย่างไร
- ก. ตรวจงานใหม่และปรับกลุ่มตามความต้องการปัจจุบัน
- ข. ย้ายทุกคนพร้อมกันโดยไม่ดูงาน
- ค. เลิกติดตามเพราะเคยจัดกลุ่มแล้ว
- ง. ตรึงกลุ่มเดิมทั้งปี
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ก. กลุ่มช่วยเหลือควรยืดหยุ่นตามหลักฐาน ไม่กลายเป็นป้ายถาวร
ข้อ 19. เด็กกลัวการสอบจนเว้นคำตอบทั้งที่ทำงานในคาบได้ ครูควรเริ่มช่วยอย่างไร
- ก. บอกว่าแกล้งทำข้อสอบไม่ได้
- ข. ประกาศปัญหาต่อเพื่อน
- ค. คุยเพื่อเข้าใจสิ่งที่กังวล ทดลองวิธีฝึกสั้น ๆ และดูผลโดยไม่วินิจฉัยเอง
- ง. เพิ่มข้อสอบยาวขึ้นทันที
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ค. การเปรียบเทียบงานในคาบกับสถานการณ์สอบช่วยหาจุดติดและวางการช่วยที่เหมาะสม
ข้อ 20. ครูใช้วิธีช่วยใหม่แล้วเด็กทำข้อเดิมถูกทั้งหมด จะสรุปว่าเข้าใจแล้วหรือไม่
- ก. ไม่ต้องตรวจอะไรต่อ
- ข. ได้ ถ้าเด็กบอกว่าชอบวิธีใหม่
- ค. ยังไม่ได้ ควรตรวจด้วยข้อใหม่และติดตามอีกครั้งภายหลัง
- ง. ได้ เพราะข้อเดิมถูกแล้ว
ดูเฉลยและเหตุผล
ตอบ ค. คำตอบเดิมอาจมาจากการจำ ต้องดูการใช้หลักกับงานใหม่และการคงอยู่ของความรู้
ใช้คะแนนทบทวนให้ตรงจุด
นับข้อที่ถูกโดยมีเหตุผลแยกจากข้อที่เดาถูก แล้วจดว่าพลาดเพราะอ่านเงื่อนไขไม่ครบ ไม่รู้หลัก หรือเลือกทางปฏิบัติที่ไม่ตรงปัญหา กลับมาทำข้อที่พลาดด้วยโจทย์ใหม่ก่อนสรุปว่าเข้าใจแล้ว คะแนนชุดฝึกนี้ไม่ใช่เกณฑ์ผ่านการสอบจริง
แหล่งอ้างอิงและขอบเขต
โจทย์เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อฝึกการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อสอบของหน่วยงานหรือคำวินิจฉัยรายกรณี หากเป็นข้อกฎหมายหรือประกาศสอบให้ตรวจฉบับที่ใช้ในรอบสมัครของตน











