บทความ

แจกแนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2569 วิชาการศึกษา 50 ข้อ ชุดที่ 1 พร้อมเฉลย

แจกแนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2569 วิชาการศึกษา ชุดที่ 1 จำนวน 50 ข้อ พร้อมเฉลยอธิบาย เหมาะสำหรับฝึกก่อนสอบภาค ก และภาค ข โดยทีมงานคัดข้อที่ยังอธิบายด้วยหลักสูตร กฎหมาย และหลักการศึกษาที่ตรวจสอบได้ ข้อใดจากต้นฉบับกำกวมหรือตัวเลือกผิดถูกตัดออกและเรียบเรียงใหม่ก่อนเผยแพร่

คำตอบสั้นสำหรับผู้ค้นหา: ชุดนี้มี 50 ข้อ ครอบคลุมหลักสูตร การวัดผล การจัดการเรียนรู้ และทฤษฎีการศึกษา กด “ดูเฉลยและเหตุผล” ใต้แต่ละข้อได้ทันที ชุดนี้เป็นแบบฝึกที่จัดทำเพื่อทบทวน ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือประกาศจาก สพฐ.

วิธีใช้ชุดข้อสอบให้ได้ผล

  1. ทำครั้งแรกโดยยังไม่เปิดเฉลยและจับเวลา 45–60 นาที
  2. ทำเครื่องหมายข้อที่ตอบจากการเดา แม้ตอบถูกก็ควรอ่านเหตุผล
  3. จดคำสำคัญจากข้อที่ผิด เช่น “ประเมิน 4 ระดับ” หรือ “มาตรา 22 ผู้เรียนสำคัญที่สุด”
  4. กลับมาทำซ้ำหลัง 2–3 วัน โดยสลับลำดับตัวเลือกด้วยตนเอง

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2569 วิชาการศึกษา 50 ข้อ

ข้อ 1. การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดข้อใด

  1. ก. เน้นการปฏิบัติเท่านั้น
  2. ข. พัฒนาผู้เรียนเท่านั้น
  3. ค. ตัดสินผลการเรียนเท่านั้น
  4. ง. พัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. แนวปฏิบัติของ สพฐ. กำหนดให้การประเมินใช้ทั้งเพื่อพัฒนาและเพื่อตัดสินผลการเรียน

ข้อ 2. ข้อใดไม่ตรงกับชื่อสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลาง 2551

  1. ก. ความสามารถในการสื่อสาร
  2. ข. ความสามารถในการคิด
  3. ค. ความสามารถในการใช้ชีวิต
  4. ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. ถ้อยคำทางการคือ ‘ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต’ ไม่ใช่ ‘ความสามารถในการใช้ชีวิต’

ข้อ 3. ข้อใดไม่ตรงกับชื่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551

  1. ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
  2. ข. มุ่งมั่นในการเรียน
  3. ค. มีวินัย
  4. ง. รักความเป็นไทย
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. ถ้อยคำทางการคือ ‘มุ่งมั่นในการทำงาน’ จึงต้องระวังตัวเลือกที่เปลี่ยนคำเพียงเล็กน้อย

ข้อ 4. หลักสูตรแกนกลางกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อบอกสิ่งใดเป็นหลัก

  1. ก. คุณภาพที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน
  2. ข. จำนวนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  3. ค. รายชื่อหนังสือเรียน
  4. ง. จำนวนครั้งของการสอบ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายด้านคุณภาพผู้เรียน ไม่ใช่รายการกิจกรรมหรือวิธีสอบ

ข้อ 5. การเรียนรู้แบบ BBL ใช้หลักใดในการออกแบบการเรียนรู้

  1. ก. ให้ครูเป็นศูนย์กลาง
  2. ข. ใช้เฉพาะสมองซีกซ้าย
  3. ค. ใช้เฉพาะสมองซีกขวา
  4. ง. ใช้ความรู้เรื่องโครงสร้างและการทำงานของสมอง
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. BBL เชื่อมความรู้เกี่ยวกับสมองกับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ มิได้จำกัดอยู่ที่สมองซีกใดซีกหนึ่ง

ข้อ 6. สิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้เมื่อจบแต่ละระดับ ตรงกับคำใด

  1. ก. สาระการเรียนรู้
  2. ข. มาตรฐานการเรียนรู้
  3. ค. ตัวชี้วัด
  4. ง. หลักสูตรสถานศึกษา
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. ตัวชี้วัดทำหน้าที่ระบุสิ่งที่ผู้เรียนควรรู้และทำได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อ 7. ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 ชั้น ป.1–ม.3 ใช้ตัวชี้วัดแบบใด

  1. ก. ตัวชี้วัดชั้นปี
  2. ข. ตัวชี้วัดช่วงชั้น
  3. ค. ตัวชี้วัดรายภาค
  4. ง. ตัวชี้วัดรายหน่วย
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. หลักสูตร 2551 กำหนดตัวชี้วัดชั้นปีสำหรับ ป.1–ม.3; โรงเรียนที่ใช้หลักสูตรประถมต้น 2568 ต้องตรวจแนวปฏิบัติของตนเพิ่มเติม

ข้อ 8. ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 ชั้น ม.4–ม.6 ใช้ตัวชี้วัดแบบใด

  1. ก. ตัวชี้วัดชั้นปี
  2. ข. ตัวชี้วัดช่วงชั้น
  3. ค. ตัวชี้วัดรายเดือน
  4. ง. ตัวชี้วัดรายกิจกรรม
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใช้ตัวชี้วัดช่วงชั้น

ข้อ 9. ข้อใดเป็นหมวดหลักของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

  1. ก. กิจกรรมแนะแนว
  2. ข. กิจกรรมซ่อมเสริมทุกวิชา
  3. ค. กิจกรรมสอบกลางภาค
  4. ง. กิจกรรมติวข้อสอบ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประกอบด้วยกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

ข้อ 10. ระดับใดไม่อยู่ในขอบเขตการจัดระดับการศึกษาของหลักสูตรแกนกลาง 2551

  1. ก. ก่อนประถมศึกษา
  2. ข. ประถมศึกษา
  3. ค. มัธยมศึกษาตอนต้น
  4. ง. มัธยมศึกษาตอนปลาย
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. หลักสูตรแกนกลาง 2551 ครอบคลุมระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย

ข้อ 11. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง 2551

  1. ก. ประถมศึกษาจัดเวลาเรียนเป็นรายปี
  2. ข. ประถมศึกษาต้องจัดเวลาเรียนเป็นรายภาคเท่านั้น
  3. ค. มัธยมศึกษาตอนต้นจัดเวลาเรียนเป็นรายภาค
  4. ง. มัธยมศึกษาตอนปลายจัดเวลาเรียนเป็นรายภาค
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. ระดับประถมศึกษาจัดเวลาเรียนเป็นรายปี ส่วนมัธยมศึกษาจัดเป็นรายภาค

ข้อ 12. การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนใช้กระบวนการเรียนรู้หลากหลายเพื่อไปถึงเป้าหมาย สอดคล้องกับแนวใด

  1. ก. ครูเป็นศูนย์กลาง
  2. ข. โรงเรียนเป็นฐานเท่านั้น
  3. ค. ชุมชนเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
  4. ง. ผู้เรียนเป็นสำคัญ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. ผู้เรียนมีบทบาทลงมือคิดและใช้วิธีเรียนรู้ที่เหมาะกับตน โดยครูออกแบบและสนับสนุน

ข้อ 13. เครื่องมือใดช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะตามมาตรฐานหลักสูตร

  1. ก. สื่อการเรียนรู้
  2. ข. ทะเบียนนักเรียน
  3. ค. ตารางเวร
  4. ง. บัญชีพัสดุ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ตามเป้าหมายของหลักสูตร

ข้อ 14. ครูศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัด สมรรถนะ และคุณลักษณะก่อนเลือกกิจกรรมและสื่อ ขั้นตอนนี้คืออะไร

  1. ก. ออกแบบสื่ออย่างเดียว
  2. ข. สรุปผลการเรียน
  3. ค. ประเมินปลายภาค
  4. ง. ออกแบบการจัดการเรียนรู้
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. เป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้จากเป้าหมายก่อนเลือกกิจกรรม สื่อ และการประเมิน

ข้อ 15. การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 มีกี่ระดับ

  1. ก. 2 ระดับ
  2. ข. 4 ระดับ
  3. ค. 5 ระดับ
  4. ง. 6 ระดับ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. มี 4 ระดับ ได้แก่ ชั้นเรียน สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และชาติ

ข้อ 16. หลักพื้นฐานของการวัดและประเมินผลคือข้อใด

  1. ก. พิจารณาความดีความชอบครู
  2. ข. ตัดเกรดอย่างเดียว
  3. ค. พัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียน
  4. ง. จัดอันดับโรงเรียนอย่างเดียว
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. การประเมินต้องนำผลไปพัฒนาการเรียนรู้ควบคู่กับการตัดสินผล

ข้อ 17. การประเมินตามมาตรฐานและตัวชี้วัดระหว่างการจัดการเรียนรู้เกิดขึ้นโดยตรงในระดับใด

  1. ก. ชั้นเรียน
  2. ข. สถานศึกษา
  3. ค. เขตพื้นที่
  4. ง. ชาติ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. ครูประเมินตามตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้เพื่อปรับการสอนและพัฒนาผู้เรียน

ข้อ 18. ระดับผลการเรียน 2 ตามเกณฑ์ 8 ระดับของหลักสูตร 2551 หมายถึงอะไร

  1. ก. ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ
  2. ข. พอใช้
  3. ค. ค่อนข้างดี
  4. ง. ปานกลาง
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. ระดับ 2 ตรงกับช่วงคะแนน 60–64 และมีความหมายว่า ‘ปานกลาง’

ข้อ 19. การตรวจสอบผลการเรียนเป็นรายปีหรือรายภาคและอนุมัติผลการเรียน เป็นการประเมินระดับใด

  1. ก. ชั้นเรียน
  2. ข. สถานศึกษา
  3. ค. เขตพื้นที่
  4. ง. ชาติ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. ระดับสถานศึกษาครอบคลุมผลรายปี/ภาค การอนุมัติผล และการเลื่อนชั้น

ข้อ 20. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตัดสินผลการเรียน

  1. ก. ต้องตัดสินทุกรายวิชา
  2. ข. ต้องประเมินตัวชี้วัด
  3. ค. ประเมินเฉพาะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
  4. ง. ต้องเป็นไปตามเกณฑ์เวลาเรียนของสถานศึกษา
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. การตัดสินผลไม่ได้พิจารณาเฉพาะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน แต่รวมรายวิชา คุณลักษณะ และกิจกรรมตามเกณฑ์

ข้อ 21. คุณภาพสำคัญของแบบทดสอบที่บอกว่าเครื่องมือวัดสิ่งที่ต้องการและให้ผลสม่ำเสมอคือข้อใด

  1. ก. ความยากกับจำนวนข้อ
  2. ข. อำนาจจำแนกอย่างเดียว
  3. ค. จำนวนหน้ากับเวลา
  4. ง. ความตรงและความเที่ยง
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. ความตรงตอบว่าเครื่องมือวัดสิ่งที่ตั้งใจหรือไม่ ส่วนความเที่ยงสะท้อนความสม่ำเสมอของผล

ข้อ 22. ข้อใดไม่ใช่เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแบบ

  1. ก. ระเบียนแสดงผลการเรียน
  2. ข. ประกาศนียบัตร
  3. ค. แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา
  4. ง. แบบรายงานประจำตัวนักเรียน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. แบบรายงานประจำตัวนักเรียนเป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำ ส่วน ปพ.1 ปพ.2 และ ปพ.3 เป็นเอกสารที่กระทรวงกำหนดแบบ

ข้อ 23. ข้อใดเป็นเอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแบบ

  1. ก. ประกาศนียบัตร
  2. ข. สมุดบันทึกพฤติกรรม
  3. ค. ทะเบียนสื่อ
  4. ง. แบบบันทึกเวร
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. ประกาศนียบัตรหรือ ปพ.2 เป็นหนึ่งในเอกสารที่กระทรวงกำหนดแบบ

ข้อ 24. รหัสรายวิชาเดิม ง22103 สื่อถึงระดับชั้นใด

  1. ก. ป.2
  2. ข. ป.3
  3. ค. ม.2
  4. ง. ม.3
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. ตัวเลขหลักที่เกี่ยวกับปีในระดับการศึกษาชี้ไปที่มัธยมศึกษาปีที่ 2; ชื่อกลุ่มสาระในเอกสารเก่าอาจต่างจากชื่อปัจจุบัน

ข้อ 25. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการศึกษาตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

  1. ก. การศึกษาในระบบ
  2. ข. การศึกษานอกระบบ
  3. ค. การศึกษาตามอัธยาศัย
  4. ง. การศึกษาตลอดชีวิต
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. มาตรา 15 แบ่งรูปแบบเป็นในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ส่วนการศึกษาตลอดชีวิตเป็นหลักและเป้าหมายที่กว้างกว่า

ข้อ 26. หลักการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนตามมาตรา 22 คือข้อใด

  1. ก. ผู้เรียนทุกคนเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด
  2. ข. ใช้สื่อชิ้นเดียวกับผู้เรียนทุกคน
  3. ค. ให้ผู้สอนเป็นผู้บอกความรู้ทั้งหมด
  4. ง. สอนเหมือนกันทุกชั้นเพื่อความเท่าเทียม
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. กฎหมายกำหนดให้ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและส่งเสริมการพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ

ข้อ 27. ข้อใดไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนตามแนวผู้เรียนเป็นสำคัญ

  1. ก. เน้นการบอกของครูเป็นหลักโดยผู้เรียนไม่มีส่วนร่วม
  2. ข. ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ
  3. ค. คำนึงถึงพัฒนาการทางสมอง
  4. ง. ส่งเสริมคุณธรรมและการคิด
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. การสอนทางเดียวโดยผู้เรียนไม่มีบทบาทไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้เชิงรุกและความแตกต่างระหว่างบุคคล

ข้อ 28. เหตุผลสำคัญที่ครูต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลคืออะไร

  1. ก. เพิ่มความยากของงานครู
  2. ข. ใช้เพื่อตัดเกรดเท่านั้น
  3. ค. ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคนไปถึงเป้าหมายการเรียนรู้
  4. ง. ลดจำนวนกิจกรรม
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. ผู้เรียนมีพื้นฐาน ความพร้อม และวิธีเรียนต่างกัน การออกแบบที่ยืดหยุ่นจึงช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายร่วมกัน

ข้อ 29. กิจกรรมที่ให้ผู้เรียนฝึกทำ คิดเป็น ทำเป็น และใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ควรยึดสิ่งใด

  1. ก. ท่องจำบทเรียน
  2. ข. ทำแบบฝึกอย่างเดียว
  3. ค. ฟังเพื่อนอย่างเดียว
  4. ง. เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. มาตรา 24 เน้นการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ใช้ความรู้

ข้อ 30. การผสมผสานความรู้หลายสาขาเข้าด้วยกันเรียกว่าอะไร

  1. ก. การเรียนรู้แบบรวมมิตร
  2. ข. การเรียนรู้แบบบูรณาการ
  3. ค. การเรียนรู้แบบคู่แข่ง
  4. ง. การเรียนรู้แบบแยกส่วน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. การบูรณาการเชื่อมเนื้อหา ทักษะ หรือปัญหาจากหลายศาสตร์ให้สัมพันธ์กัน

ข้อ 31. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการบูรณาการที่ใช้กันทั่วไป

  1. ก. แบบสอดแทรก
  2. ข. แบบคู่ขนาน
  3. ค. แบบสหวิทยาการ
  4. ง. แบบเดี่ยว
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. แบบเดี่ยวไม่ใช่รูปแบบการเชื่อมสาระ ส่วนสามตัวเลือกแรกมีการเชื่อมเนื้อหาหรือการทำงานระหว่างวิชา

ข้อ 32. ครูภาษาไทยสอนเขียนเรียงความ ขณะที่ครูคอมพิวเตอร์สอนพิมพ์เอกสารในช่วงเวลาเดียวกันโดยวางแผนร่วมกัน เป็นการบูรณาการแบบใด

  1. ก. สอดแทรก
  2. ข. คู่ขนาน
  3. ค. แยกส่วน
  4. ง. บรรยาย
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. แต่ละวิชายังคงโครงสร้างของตน แต่ประสานหัวข้อและช่วงเวลาให้สนับสนุนกัน

ข้อ 33. ครูหลายวิชาร่วมออกแบบหน่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและสร้างชิ้นงานร่วมกัน เป็นการบูรณาการแบบใด

  1. ก. สอดแทรก
  2. ข. คู่ขนาน
  3. ค. สหวิทยาการ
  4. ง. เดี่ยว
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. สหวิทยาการเชื่อมหลายวิชาเข้ากับหัวข้อหรือปัญหาร่วมและมุ่งสู่ผลงานเดียวกัน

ข้อ 34. แนวคิด Learning by Doing เชื่อมโยงกับนักการศึกษาคนใดมากที่สุด

  1. ก. จอห์น ดิวอี
  2. ข. ซิกมันด์ ฟรอยด์
  3. ค. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน
  4. ง. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. จอห์น ดิวอีเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการลงมือทำ

ข้อ 35. ผู้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอน CIPPA ในบริบทการศึกษาไทยคือใคร

  1. ก. จอห์น ดิวอี
  2. ข. ทิศนา แขมมณี
  3. ค. ซิกมันด์ ฟรอยด์
  4. ง. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. CIPPA เป็นรูปแบบที่ศาสตราจารย์ทิศนา แขมมณีพัฒนาและอธิบายอย่างเป็นระบบในบริบทไทย

ข้อ 36. ตัวอักษร C ใน CIPPA สื่อถึงหลักใด

  1. ก. การนำความรู้ไปใช้
  2. ข. การมีปฏิสัมพันธ์
  3. ค. การสร้างความรู้ด้วยตนเอง
  4. ง. การเคลื่อนไหวร่างกาย
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. C มาจาก Construction of Knowledge คือให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง

ข้อ 37. ข้อใดไม่ใช่การเรียนรู้ที่เน้นประสบการณ์โดยตรง

  1. ก. บทบาทสมมติ
  2. ข. ละคร
  3. ค. สถานการณ์จำลอง
  4. ง. การบรรยายโดยครูตลอดคาบ
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. สามวิธีแรกให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในสถานการณ์ ส่วนการบรรยายตลอดคาบมีประสบการณ์ตรงน้อยกว่า

ข้อ 38. การสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกตัดสินใจและแก้ปัญหาโดยเลียนแบบสถานการณ์จริง คือวิธีใด

  1. ก. บทบาทสมมติ
  2. ข. ละคร
  3. ค. สถานการณ์จำลอง
  4. ง. เกมตอบเร็ว
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. สถานการณ์จำลองสร้างเงื่อนไขใกล้เคียงของจริงเพื่อให้ทดลองตัดสินใจโดยควบคุมความเสี่ยง

ข้อ 39. ข้อใดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อการจัดการเรียนรู้โดยตรง

  1. ก. ศูนย์การเรียน
  2. ข. ชุดการสอน
  3. ค. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
  4. ง. E-Commerce
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. E-Commerce คือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่รูปแบบสื่อหรือระบบการสอนโดยตัวมันเอง

ข้อ 40. CAI ย่อมาจากแนวทางใด

  1. ก. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
  2. ข. การเรียนรู้ออนไลน์ทุกชนิด
  3. ค. ศูนย์การเรียน
  4. ง. ชุดการสอนสิ่งพิมพ์
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. CAI คือ Computer-Assisted Instruction หรือคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

ข้อ 41. ผู้พัฒนาเทคนิค Six Thinking Hats คือใคร

  1. ก. จอห์น ดิวอี
  2. ข. ทิศนา แขมมณี
  3. ค. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์
  4. ง. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ง. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโนพัฒนาเทคนิคหมวกความคิดหกใบเพื่อแยกมุมคิดอย่างเป็นระบบ

ข้อ 42. สีใดไม่อยู่ใน Six Thinking Hats

  1. ก. ชมพู
  2. ข. ขาว
  3. ค. แดง
  4. ง. เขียว
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. สีมาตรฐานคือขาว แดง ดำ เหลือง เขียว และน้ำเงิน จึงไม่มีสีชมพู

ข้อ 43. การให้ผู้เรียนศึกษาปัญหา วางแผน ทดลอง และสร้างผลงานต่อเนื่อง เหมาะกับการเรียนรู้แบบใด

  1. ก. บรรยาย
  2. ข. ท่องจำ
  3. ค. โครงงาน
  4. ง. สาธิตโดยครูเท่านั้น
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. การเรียนรู้แบบโครงงานให้ผู้เรียนรับผิดชอบกระบวนการตั้งแต่คำถามจนถึงผลงานและการสะท้อนผล

ข้อ 44. ทฤษฎีพหุปัญญาเชื่อมโยงกับนักจิตวิทยาคนใด

  1. ก. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน
  2. ข. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์
  3. ค. จอห์น ดิวอี
  4. ง. ซิกมันด์ ฟรอยด์
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์เสนอแนวคิดว่าความสามารถทางปัญญามีหลายด้าน

ข้อ 45. พหุปัญญาอธิบายเรื่องใดเป็นหลัก

  1. ก. ความสามารถหลากหลายด้านของบุคคล
  2. ข. ความเชื่อทางศาสนา
  3. ค. การฝึกสติเท่านั้น
  4. ง. ความรู้วิทยาศาสตร์เท่านั้น
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. แนวคิดนี้ช่วยมองศักยภาพมนุษย์หลายด้าน แทนการจำกัดความฉลาดไว้ที่คะแนนแบบเดียว

ข้อ 46. ตามกรอบพหุปัญญาที่นิยมใช้ในการศึกษา ความสามารถแบ่งเป็นกี่ด้าน

  1. ก. 4 ด้าน
  2. ข. 8 ด้าน
  3. ค. 12 ด้าน
  4. ง. 16 ด้าน
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. กรอบที่ใช้แพร่หลายกล่าวถึง 8 ด้าน ทั้งนี้งานเขียนบางช่วงของการ์ดเนอร์มีการอภิปรายด้านอื่นเพิ่มเติม

ข้อ 47. การเริ่มออกแบบจากผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้วกำหนดหลักฐานและกิจกรรม เรียกว่าอะไร

  1. ก. BBL
  2. ข. PBL
  3. ค. Backward Design
  4. ง. ID Plan
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ค. Backward Design เริ่มจากเป้าหมายปลายทางและหลักฐานการเรียนรู้ ก่อนวางกิจกรรม

ข้อ 48. ข้อใดเป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้เรื่องสมองมาช่วยออกแบบกิจกรรม

  1. ก. BBL
  2. ข. PBL
  3. ค. Backward Design
  4. ง. ID Plan
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. BBL หรือ Brain-Based Learning ใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนรู้และการทำงานของสมองประกอบการออกแบบ

ข้อ 49. ข้อใดใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นคว้าและสร้างความรู้

  1. ก. BBL
  2. ข. PBL
  3. ค. Backward Design
  4. ง. ID Plan
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ข. PBL หรือ Problem-Based Learning เริ่มจากปัญหาและให้ผู้เรียนร่วมกันสืบค้น วิเคราะห์ และเสนอแนวทาง

ข้อ 50. สมองส่วนใดมีบทบาทเด่นในการควบคุมการทรงตัวและประสานการเคลื่อนไหว

  1. ก. เซรีเบลลัม
  2. ข. เซรีบรัม
  3. ค. เมดัลลาออบลองกาตา
  4. ง. ไขสันหลัง
ดูเฉลยและเหตุผล

ตอบ ก. เซรีเบลลัมช่วยประสานการเคลื่อนไหว ความแม่นยำ และการทรงตัว

ประเมินคะแนนหลังทำครบ 50 ข้อ

คะแนน สิ่งที่ควรทำต่อ
40–50 ทบทวนเฉพาะข้อที่ผิดและตรวจถ้อยคำกฎหมาย
30–39 ทบทวนหลักสูตรและการวัดผลก่อนทำชุดถัดไป
ต่ำกว่า 30 แบ่งอ่านครั้งละ 10 ข้อ พร้อมเขียนเหตุผลของคำตอบด้วยภาษาตนเอง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ตรวจเฉลย

อ่านต่อในชุดเตรียมสอบครูผู้ช่วย

สรุป: อย่าจำเพียงตัวอักษรคำตอบ ให้จำหลักที่ใช้ตัดตัวเลือก โดยเฉพาะถ้อยคำทางการในหลักสูตรและกฎหมาย หากประกาศสอบกำหนดขอบเขตใหม่ ให้ยึดประกาศฉบับล่าสุดของหน่วยงานผู้จัดสอบเป็นหลัก

ตรวจทานข้อมูล: 30 ตุลาคม 2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button