การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL
การศึกษาไทย ทีมงาน asked 5 ปี ago

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL
ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้ศึกษา กาญจนา แสงศรี
สถานที่ศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ปีการศึกษา 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3) ศึกษาผล
การใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDLร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 40 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.81 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนมีค่าความเชื่อมั่น ( ) 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองค่าจากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว (t-test for Paired Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการเรียนการสอน มีขั้นตอนดังนี้ มีขั้นตอนดังนี้ (1) ขั้นกำหนดปัญหา (2) ขั้นทำความเข้าใจกับปัญหา (3) ขั้นดำเนินการศึกษาค้นคว้า (4) ขั้นสังเคราะห์ความรู้ (5) ขั้นสรุปและประเมินค่าของคำตอบ (6) ขั้นนำเสนอและประเมิน ผลงาน 4) ปัจจัยสนับสนุน และ5) การวัดและประเมินผล
2. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีดังนี้
2.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค
KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 83.29/82.42
2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.56 S.D=0.28)

1 Answers
การศึกษาไทย ทีมงาน answered 5 ปี ago

ชื่อรายงาน ผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้ศึกษา กาญจนา แสงศรี
สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ปีการศึกษา 2560
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้
การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 44 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1) แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร จำนวน 2 เล่ม (2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.81 และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น ( ) เท่ากับ 0.80 สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยสองค่าจากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว (t-test for Paired Samples)
ผลการศึกษา พบว่า
1.กแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.28/81.97 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
2.กผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.กความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การคูณการหาร โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.65 S.D = 0.29

Back to top button