รวมแนวข้อสอบใบขับขี่ 2568 ครบทั้ง 50 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบายอย่างละเอียด จัดเรียงในรูปแบบที่คุณต้องการเพื่อให้อ่านและทบทวนได้ง่ายที่สุด
รวมแนวข้อสอบใบขับขี่ 2568 ครบ 50 ข้อ พร้อมเฉลย
หมวดกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก
- 1. เมื่อขับรถเข้าใกล้วงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร?
- ก. ให้รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
- ข. ให้รถทางซ้ายไปก่อน
- ค. ให้รถทางขวาไปก่อน
- ง. ใครมาถึงก่อนได้ไปก่อน
- เฉลย: ก คำอธิบาย: ตามกฎหมายจราจร รถที่กำลังจะเข้าสู่วงเวียนต้องชะลอและให้ทางแก่รถที่เคลื่อนที่อยู่ในวงเวียนไปก่อนเสมอ เพื่อรักษาการไหลเวียนของการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุ
- 2. ในเขตเทศบาลหรือเขตชุมชน ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องใช้ความเร็วไม่เกินเท่าใด?
- ก. 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ข. 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ค. 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ง. 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ตามกฎกระทรวงฉบับล่าสุด ได้มีการปรับเพิ่มอัตราความเร็วสูงสุดสำหรับรถยนต์ในเขตเมืองเป็นไม่เกิน 80 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร
- 3. การหยุดรถบริเวณทางข้าม (ทางม้าลาย) ต้องหยุดห่างจากทางข้ามอย่างน้อยกี่เมตร?
- ก. 1 เมตร
- ข. 2 เมตร
- ค. 3 เมตร
- ง. 5 เมตร
- เฉลย: ค คำอธิบาย: เพื่อความปลอดภัยของผู้ข้ามถนน กฎหมายบังคับให้หยุดรถก่อนถึงทางม้าลายเป็นระยะทางอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อไม่ให้ตัวรถบดบังทัศนวิสัย
- 4. หากต้องการเลี้ยวรถ ผู้ขับขี่ต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่ากี่เมตร?
- ก. 15 เมตร
- ข. 30 เมตร
- ค. 45 เมตร
- ง. 60 เมตร
- เฉลย: ข คำอธิบาย: การให้สัญญาณไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เป็นระยะที่เพียงพอสำหรับให้รถคันอื่นรับรู้เจตนาของคุณและเตรียมพร้อมที่จะปรับความเร็วหรือให้ทางได้อย่างปลอดภัย
- 5. ข้อใดคือการกระทำที่ผิดกฎหมายเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก?
- ก. หยุดหลังเส้นให้รถหยุด
- ข. ขับรถคร่อมเลนหรือทับเส้นทึบ
- ค. ชะลอความเร็วก่อนถึงทางแยก
- ง. เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า
- เฉลย: ข คำอธิบาย: เส้นทึบหมายถึง “ห้ามผ่าน” หรือ “ห้ามเปลี่ยนช่องจราจร” การขับรถทับหรือคร่อมเส้นทึบบริเวณทางแยกอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
- 6. ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยที่สุดคือเท่าไหร่?
- ก. 10-15 เมตรเสมอ
- ข. ในระยะที่สามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าหยุดกะทันหัน
- ค. ครึ่งหนึ่งของความเร็วที่ขับ
- ง. เท่ากับความยาวของรถ 2 คัน
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ระยะห่างที่ปลอดภัยขึ้นอยู่กับความเร็วและสภาพถนน หลักการที่ดีที่สุดคือ “กฎ 2 วินาที” เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีเวลาเพียงพอที่จะเบรกได้ทัน
- 7. ตามกฎหมาย การจอดรถในที่ห้ามจอดมีโทษปรับไม่เกินเท่าไหร่?
- ก. 200 บาท
- ข. 500 บาท
- ค. 1,000 บาท
- ง. 2,000 บาท
- เฉลย: ข คำอธิบาย: พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดอัตราโทษปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอด (ป้ายขาว-แดง หรือเส้นขาว-แดง) ไว้ที่ไม่เกิน 500 บาท
- 8. เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ควรทำคืออะไร?
- ก. โทรแจ้งตำรวจ
- ข. โทรแจ้งบริษัทประกันภัย
- ค. ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้นและโทรเรียกรถพยาบาล
- ง. ถ่ายรูปที่เกิดเหตุ
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ความปลอดภัยในชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด ควรประเมินสถานการณ์และให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ถ้าทำได้) พร้อมรีบโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ก่อนเป็นอันดับแรก
หมวดป้ายจราจรและเครื่องหมายบนพื้นทาง
- 9. เมื่อพบป้ายจราจร “หยุด” ผู้ขับขี่ต้องทำอย่างไร?
- ก. ชะลอความเร็ว แล้วไปต่อได้
- ข. หยุดรถจนสนิท รอจนปลอดภัยแล้วจึงไปต่อ
- ค. ให้ทางแก่รถทางขวา
- ง. บีบแตรเตือนแล้วขับผ่านไป
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ป้าย “หยุด”
บังคับให้ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ล้อหยุดหมุนสนิทหลังเส้นหยุดเสมอ ไม่ใช่แค่การชะลอ แล้วจึงมองจนปลอดภัยก่อนเคลื่อนรถ
- 10. ป้ายจราจร “ให้ทาง” (รูปสามเหลี่ยมหัวกลับ) มีความหมายว่าอย่างไร?
- ก. หยุด
- ข. ให้ทาง
- ค. ทางเอกข้างหน้า
- ง. เขตอันตราย
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ป้าย “ให้ทาง” หมายความว่าคุณกำลังจะเข้าสู่ทางเอก ต้องชะลอความเร็วและเตรียมพร้อมที่จะหยุด เพื่อให้ทางแก่รถในทางเอกไปก่อน
- 11. ป้ายจราจรพื้นสีน้ำเงินพร้อมสัญลักษณ์สีขาว จัดเป็นป้ายประเภทใด?
- ก. ป้ายบังคับ
- ข. ป้ายเตือน
- ค. ป้ายแนะนำ
- ง. ป้ายห้าม
- เฉลย: ก คำอธิบาย: ป้ายพื้นสีน้ำเงินคือป้ายประเภท “บังคับ” ซึ่งหมายถึงผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ระบุบนป้ายเท่านั้น เช่น ให้ตรงไป หรือให้เลี้ยวซ้าย
- 12. เมื่อพบเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางเป็น “เส้นทึบสีเหลืองคู่” หมายความว่าอย่างไร?
- ก. ห้ามผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาดทั้งสองฝั่ง
- ข. แซงได้เมื่อปลอดภัย
- ค. เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรปกติ
- ง. ให้ชะลอความเร็ว
- เฉลย: ก คำอธิบาย: เส้นทึบคู่สีเหลืองมักใช้ในบริเวณที่อันตราย เช่น ทางโค้งบนเขา หมายถึงห้ามรถจากทั้งสองทิศทางขับคร่อมหรือแซงผ่านเส้นนี้เด็ดขาด
- 13. สัญลักษณ์ “เขตโรงเรียน” ที่เป็นรูปคนจูงเด็กบนพื้นทาง มีไว้เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ทำสิ่งใด?
- ก. บีบแตรให้สัญญาณได้
- ข. เปิดไฟสูง
- ค. ลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- ง. สามารถจอดรถรับ-ส่งได้
- เฉลย: ค คำอธิบาย: เขตโรงเรียนเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีเด็กวิ่งตัดหน้ารถ ผู้ขับขี่จึงต้องลดความเร็วลงอย่างมากและพร้อมที่จะหยุดรถได้ทันที
- 14. ป้ายวงกลมขอบสีแดง มีรูปรถจักรยานยนต์และมีเส้นสีแดงขีดทับ หมายความว่าอย่างไร?
- ก. ทางสำหรับรถจักรยานยนต์เท่านั้น
- ข. ให้ระวังรถจักรยานยนต์
- ค. ห้ามรถจักรยานยนต์เข้า
- ง. ที่จอดรถจักรยานยนต์
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ป้ายวงกลมขอบสีแดงคือ “ป้ายห้าม” เมื่อมีสัญลักษณ์ใดๆ ถูกขีดทับ หมายถึงห้ามยานพาหนะประเภทนั้นๆ เข้าไปในเส้นทางนั้น
- 15. เส้นประสีขาวกลางถนนหมายความว่าอย่างไร?
- ก. ห้ามแซงโดยเด็ดขาด
- ข. สามารถเปลี่ยนช่องจราจรหรือแซงได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัย
- ค. เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด
- ง. เป็นเขตห้ามจอดรถ
- เฉลย: ข คำอธิบาย: เส้นประอนุญาตให้ผู้ขับขี่สามารถขับผ่านคร่อมเส้นเพื่อเปลี่ยนเลนหรือแซงได้ แต่ต้องทำเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น
หมวดการบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น
- 16. หากสัญญาณไฟรูปแบตเตอรี่สีแดงปรากฏขึ้นบนหน้าปัดรถยนต์ขณะขับขี่ หมายความว่าอย่างไร?
- ก. แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ
- ข. ระบบไดชาร์จมีปัญหา ไม่สามารถชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้
- ค. น้ำกลั่นในแบตเตอรี่แห้ง
- ง. ถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ไฟรูปแบตเตอรี่ เตือนว่าระบบประจุไฟของรถอาจผิดปกติ หากขับต่อไปจนไฟหมด รถจะดับ ควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
- 17. การเติมลมยางให้ได้ค่ามาตรฐานและแม่นยำที่สุดควรทำเมื่อใด?
- ก. ขณะที่ยางร้อน
- ข. ขณะที่ยางเย็น หรือก่อนออกเดินทาง
- ค. เติมเมื่อไหร่ก็ได้
- ง. เติมหลังจากล้างรถ
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ควรเช็คลมยางในขณะที่ยางยังเย็น เพราะเมื่อยางร้อน ความดันลมภายในจะขยายตัวและสูงกว่าปกติ ทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน
- 18. เข็มบนมาตรวัดความร้อนของเครื่องยนต์ควรอยู่ในระดับใดจึงจะถือว่าปกติ?
- ก. อยู่ที่ขีด C (Cool)
- ข. วิ่งขึ้นไปใกล้ขีด H (Hot)
- ค. อยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่าง C และ H
- ง. ตกลงไปที่ขีด C
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ระดับกึ่งกลางคือช่วงอุณหภูมิทำงานที่เหมาะสม หากเข็มชี้ไปทาง H แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat) ซึ่งเป็นอันตราย ต้องรีบจอดและดับเครื่องยนต์
- 19. ของเหลวใดในรถยนต์ที่ควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางหรือเวลา ไม่ใช่แค่การเติม?
- ก. น้ำมันเครื่อง
- ข. น้ำมันเบรก
- ค. น้ำยาหล่อเย็น
- ง. ถูกทุกข้อ
- เฉลย: ง คำอธิบาย: ของเหลวทุกชนิดมีอายุการใช้งานและจะเสื่อมสภาพลงตามเวลา เช่น น้ำมันเครื่องสูญเสียความหนืด น้ำมันเบรกดูดซับความชื้น จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะที่กำหนด
- 20. หากดอกยางรถยนต์สึกหรอจนถึง “สะพานยาง” (สันนูนในร่องยาง) ควรทำอย่างไร?
- ก. สลับยาง
- ข. เติมลมยางให้แข็งขึ้น
- ค. ขับให้ช้าลง
- ง. เปลี่ยนยางเส้นใหม่ทันที
- เฉลย: ง คำอธิบาย: สะพานยาง คือตัวบ่งชี้ความลึกขั้นต่ำของดอกยางที่ปลอดภัย หากดอกยางสึกจนถึงระดับนี้ แสดงว่ายางหมดสภาพการรีดน้ำและยึดเกาะถนนแล้ว เสี่ยงต่ออุบัติเหตุอย่างมาก
หมวดเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยและมารยาท
- 21. เมื่อพบเครื่องหมายให้ทาง ผู้ขับขี่ต้องทำอย่างไร?
- ก. ขับต่อไปทันที
- ข. ชะลอและให้ทางแก่รถหรือคนเดินเท้าที่อยู่บนถนนข้างหน้า
- ค. หยุดรถทุกครั้ง
- ง. ใช้สัญญาณเตือนเสียง
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ป้ายให้ทางหมายถึงต้องลดความเร็วและพร้อมที่จะหยุดเพื่อให้ทางแก่รถในทางเอก เพื่อป้องกันการชนขณะเข้าทางร่วม
- 22. การเปิดไฟสูงขณะขับรถสวนทางกับรถคันอื่นในเวลากลางคืน เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องหรือไม่?
- ก. ถูกต้อง เพราะทำให้มองเห็นทางชัดเจนขึ้น
- ข. ถูกต้อง เฉพาะเมื่อถนนไม่มีไฟส่องสว่าง
- ค. ไม่ถูกต้อง เพราะแสงไฟจะแยงตารถที่ขับสวนมา อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
- ง. ไม่ถูกต้อง ควรใช้ไฟตัดหมอกแทน
- เฉลย: ค คำอธิบาย: มารยาทในการขับขี่ที่สำคัญคือต้องใช้ไฟต่ำเมื่อมีรถสวนมา เพื่อไม่ให้แสงไฟรบกวนสายตาของผู้ขับขี่คนอื่นจนอาจเกิดอันตรายได้
- 23. “จุดบอด” ของรถยนต์หมายถึงบริเวณใด?
- ก. บริเวณท้ายรถที่มองไม่เห็นจากกระจกหลัง
- ข. บริเวณที่มองไม่เห็นผ่านกระจกมองข้างและกระจกมองหลัง
- ค. บริเวณใต้ท้องรถ
- ง. บริเวณด้านหน้ารถที่เสา A บัง
- เฉลย: ข คำอธิบาย: จุดบอดคือพื้นที่ด้านข้างตัวรถที่กระจกไม่สามารถสะท้อนภาพให้เห็นได้ ก่อนเปลี่ยนเลนจึงควรหันศีรษะไปมอง (Shoulder Check) เพื่อความปลอดภัย
- 24. เมื่อขับรถในขณะฝนตกหนักจนทัศนวิสัยไม่ดี ควรปฏิบัติอย่างไร?
- ก. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลาที่ขับ
- ข. ขับให้เร็วขึ้นเพื่อผ่านบริเวณที่ฝนตกไปโดยเร็ว
- ค. เปิดไฟหน้า ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้น
- ง. จอดรถข้างทางทันที
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การเปิดไฟหน้าจะช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นรถเราได้ชัดขึ้น การลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจะช่วยให้มีเวลาเบรกมากขึ้น เนื่องจากถนนลื่นกว่าปกติ
- 25. หากมีรถพยาบาลหรือรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณไซเรนขอทางมาจากด้านหลัง ผู้ขับขี่ควรทำอย่างไร?
- ก. ขับด้วยความเร็วเท่าเดิม
- ข. เบรกกะทันหัน
- ค. ชะลอความเร็วและเบี่ยงชิดซ้ายเพื่อหลีกทางให้
- ง. เร่งความเร็วหนีไปข้างหน้า
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ตามกฎหมายและหลักปฏิบัติสากล เมื่อได้ยินสัญญาณรถฉุกเฉิน ผู้ขับขี่ทุกคนต้องพยายามหลีกทางโดยเบี่ยงชิดซ้ายอย่างปลอดภัยเพื่อให้รถฉุกเฉินผ่านไปได้โดยเร็วที่สุด
- 26. การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถโดยไม่มีอุปกรณ์เสริม มีโทษตามกฎหมายอย่างไร?
- ก. ตักเตือน
- ข. ปรับไม่เกิน 500 บาท
- ค. ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ง. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เฉลย: ง คำอธิบาย: กฎหมายจราจรทางบกฉบับใหม่กำหนดโทษปรับสำหรับการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่โดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริม (Hands-free) ในอัตราสูงสุดถึง 2,000 บาท
- 27. ก่อนเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวรถ ควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก?
- ก. หักพวงมาลัยไปในทิศทางที่ต้องการทันที
- ข. มองกระจกมองข้างและเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้า
- ค. ชะลอความเร็วของรถลง
- ง. บีบแตรให้สัญญาณ
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ การมองกระจกเพื่อประเมินสถานการณ์และให้สัญญาณไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เป็นการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทางและป้องกันอุบัติเหตุ
- 28. การขับรถจี้ท้ายรถคันหน้าอย่างกระชั้นชิด มีความเสี่ยงอย่างไรมากที่สุด?
- ก. ทำให้รถคันหน้าขับช้าลง
- ข. เปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
- ค. ไม่มีระยะเบรกที่ปลอดภัยหากรถคันหน้าหยุดกะทันหัน
- ง. ผิดกฎหมาย แต่ไม่มีความเสี่ยง
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การเว้นระยะห่างจากคันหน้าไม่เพียงพอเป็นสาเหตุหลักของการชนท้าย เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ขับจะไม่มีเวลาและระยะทางพอที่จะหยุดรถได้ทัน
หมวดการรับรู้และคาดการณ์สถานการณ์อันตราย
- 29. เมื่อเห็นลูกบอลกลิ้งออกมาจากข้างทางสู่ถนน ผู้ขับขี่ควรคาดการณ์สถานการณ์ต่อไปอย่างไร?
- ก. อาจมีลมพัดมาแรง
- ข. อาจมีเด็กวิ่งตามลูกบอลออกมา
- ค. อาจมีสุนัขวิ่งไล่
- ง. อาจเป็นของที่หล่นจากรถคันหน้า
- เฉลย: ข คำอธิบาย: เป็นหลักการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ (Defensive Driving) ที่ต้องคาดการณ์ว่าอาจมีเด็กวิ่งตามของเล่นออกมาจากข้างทาง ควรเตรียมพร้อมชะลอหรือหยุดรถทันที
- 30. ขณะขับรถบนถนน 2 เลนสวนกัน หากรถคันหน้ากำลังจะเลี้ยวขวาเข้าซอย ผู้ขับขี่ที่ตามมาควรทำอย่างไร?
- ก. แซงซ้ายผ่านขึ้นไปทันที
- ข. บีบแตรไล่เพื่อให้เลี้ยวเร็วขึ้น
- ค. หยุดรอจนกว่ารถคันหน้าจะเลี้ยวขวาอย่างปลอดภัย
- ง. เปิดไฟสูงเพื่อเตือนรถที่สวนมา
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การแซงซ้ายในสถานการณ์นี้อันตรายมาก เพราะอาจมีคนหรือรถจักรยานยนต์ออกจากซอยมาพอดี วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือหยุดรอให้คันหน้าเลี้ยวให้เรียบร้อยก่อน
- 31. การขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อความปลอดภัย?
- ก. เร่งความเร็วให้สูงเพื่อขับผ่านไปให้เร็วที่สุด
- ข. ขับชิดขวาของถนนให้มากที่สุด
- ค. ใช้ความเร็วต่ำและคงที่ ปิดแอร์ และรักษารอบเครื่องยนต์ไว้
- ง. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลาที่ขับผ่าน
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การใช้ความเร็วต่ำจะป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าห้องเครื่อง และการปิดแอร์จะช่วยลดโอกาสที่พัดลมแอร์จะพัดน้ำเข้าสู่ระบบไฟฟ้า ทำให้เครื่องยนต์ดับได้
- 32. หากขับรถแล้วรู้สึกมีอาการง่วงนอน ควรทำอย่างไร?
- ก. เปิดเพลงเสียงดังๆ และดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง
- ข. ลดกระจกลงเพื่อรับลม
- ค. จอดรถในที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือจุดพักรถ แล้วงีบหลับสักครู่
- ง. ขับต่อไปโดยพยายามฝืนอาการง่วง
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การฝืนขับรถขณะง่วงนอนอันตรายเทียบเท่ากับการเมาแล้วขับ วิธีแก้ที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือการจอดพักเพื่อหลับ ไม่ควรพึ่งพาสิ่งกระตุ้นที่ช่วยได้เพียงชั่วคราว
- 33. เมื่อขับเข้าใกล้ทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้น ควรปฏิบัติอย่างไร?
- ก. ขับผ่านไปได้เลยหากไม่เห็นรถไฟ
- ข. บีบแตรเตือนแล้วขับผ่านไป
- ค. หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร และมองซ้าย-ขวาจนแน่ใจว่าปลอดภัย
- ง. ชะลอความเร็วแล้วค่อยๆ ขับข้ามไป
- เฉลย: ค คำอธิบาย: เพื่อความปลอดภัยสูงสุด กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถก่อนถึงทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร และฟังเสียง มองจนแน่ใจว่าไม่มีรถไฟกำลังมาจึงจะขับผ่านไปได้
- 34. ข้อใดคือมารยาทที่ไม่ดีในการใช้สัญญาณแตร?
- ก. ใช้เมื่อต้องการเตือนรถคันอื่นที่กำลังจะถอยมาชน
- ข. ใช้เมื่อมีรถเปลี่ยนเลนกะทันหันเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- ค. ใช้เพื่อทักทายเพื่อนบนถนน
- ง. ใช้เพื่อเร่งรถคันหน้าที่ติดไฟแดง
- เฉลย: ง คำอธิบาย: สัญญาณแตรมีไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือเตือนอันตรายเท่านั้น การใช้แตรเพื่อเร่งรถคันอื่นหรือแสดงความไม่พอใจถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีมารยาทและอาจสร้างความขัดแย้งได้
- 35. การหมั่นมองกระจกมองข้างและกระจกมองหลังบ่อยๆ ขณะขับรถมีประโยชน์อย่างไร?
- ก. ทำให้ดูเหมือนผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์
- ข. เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของรถ
- ค. เพื่อให้รับรู้สถานการณ์รอบตัวรถตลอดเวลาและพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- ง. ไม่มีประโยชน์ ทำให้เสียสมาธิ
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การสแกนสภาพแวดล้อมรอบคันรถอย่างสม่ำเสมอ (ทุกๆ 5-8 วินาที) ช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีรถคันใดอยู่ข้างๆ หรือตามมาในระยะเท่าใด ทำให้สามารถตัดสินใจเปลี่ยนเลนหรือเบรกได้อย่างปลอดภัย
- 36. หากยางรถยนต์ระเบิดขณะขับขี่ ควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก?
- ก. เหยียบเบรกอย่างรุนแรงทันที
- ข. หักพวงมาลัยเข้าข้างทางอย่างรวดเร็ว
- ค. ตั้งสติ จับพวงมาลัยให้มั่นคง และค่อยๆ ถอนคันเร่ง
- ง. ปลดเกียร์ว่างทันที
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การเหยียบเบรกกะทันหันหรือหักพวงมาลัยแรงๆ จะทำให้รถเสียการควบคุมและหมุนได้ วิธีที่ถูกต้องคือต้องควบคุมสติและพวงมาลัยให้มั่นคงที่สุด แล้วค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเพื่อนำรถเข้าข้างทาง
- 37. บนถนนที่มีช่องจราจรมากกว่าหนึ่งช่องในทิศทางเดียวกัน ควรขับรถในช่องจราจรใดเป็นหลัก?
- ก. ช่องขวาสุด
- ข. ช่องซ้ายสุด
- ค. ช่องใดก็ได้ตามความสะดวก
- ง. ขับคร่อมเลนกลาง
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ตามกฎหมายจราจรของไทย ให้ใช้ช่องจราจรด้านซ้ายเป็นช่องเดินรถหลัก ส่วนช่องทางขวามีไว้สำหรับแซงหรือเมื่อต้องการเลี้ยวขวาเท่านั้น
- 38. เมื่อต้องจอดรถบนทางลาดชัน ควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อป้องกันรถไหล?
- ก. ดึงเบรกมือขึ้นให้สุดเท่านั้น
- ข. เข้าเกียร์ว่าง (N) ไว้
- ค. ดึงเบรกมือ เข้าเกียร์ P (สำหรับเกียร์อัตโนมัติ) หรือเกียร์ 1/เกียร์ถอยหลัง (สำหรับเกียร์ธรรมดา) และหันล้อหน้าเข้าขอบทาง
- ง. ใช้ก้อนหินหนุนล้อไว้ก็เพียงพอ
- เฉลย: ค คำอธิบาย: เป็นวิธีป้องกันรถไหลที่มีประสิทธิภาพที่สุด การดึงเบรกมือ, เข้าเกียร์ และหันล้อให้เข้าหาขอบทางจะเป็นการป้องกันถึง 3 ชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่ารถจะไม่เคลื่อนที่เอง
- 39. การขับรถเวลากลางคืนเทียบกับกลางวัน มีข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคืออะไร?
- ก. ปริมาณรถบนถนนน้อยกว่า
- ข. ทัศนวิสัยและการกะระยะทางจะลดลงอย่างมาก
- ค. มีโอกาสเจอสัตว์วิ่งตัดหน้ามากขึ้น
- ง. เสี่ยงต่อการหลับในมากกว่า
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ความมืดทำให้การมองเห็นและการตัดสินใจของผู้ขับขี่ลดประสิทธิภาพลงอย่างมาก จึงต้องใช้ความเร็วต่ำกว่าปกติและเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเพื่อชดเชยทัศนวิสัยที่จำกัด
- 40. ข้อใดคือความหมายของ “Hydroplaning” หรือ “อาการเหินน้ำ”?
- ก. อาการที่รถลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำ ทำให้สูญเสียการควบคุม
- ข. อาการที่เครื่องยนต์ร้อนจัดเมื่อขับผ่านน้ำ
- ค. อาการที่เบรกไม่ทำงานหลังจากลุยน้ำ
- ง. อาการที่น้ำเข้าท่อไอเสีย
- เฉลย: ก คำอธิบาย: เกิดขึ้นเมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านแอ่งน้ำ ทำให้ดอกยางไม่สามารถรีดน้ำออกได้ทัน ยางจึงลอยขึ้นบนฟิล์มน้ำและสูญเสียการยึดเกาะถนนโดยสิ้นเชิง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง
- 41. เมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
- ก. เร่งความเร็วเพื่อขับผ่านทางแยกไปให้เร็วที่สุด
- ข. เตรียมหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด
- ค. หยุดรถทับทางม้าลายได้
- ง. บีบแตรเพื่อขอทางไปก่อน
- เฉลย: ข คำอธิบาย: สัญญาณไฟสีเหลืองหมายถึงให้เตรียมหยุด ผู้ขับขี่ควรชะลอความเร็วและหยุดรถที่หลังเส้นหยุด ไม่ควรเร่งความเร็วฝ่าไปเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุกับรถที่กำลังจะออกตัวจากอีกฝั่ง
- 42. การขับรถเข้าไปในช่องทางเดินรถด้านขวาสุดตลอดเวลา เหมาะสมหรือไม่?
- ก. เหมาะสม เพราะเป็นช่องทางที่เร็วที่สุด
- ข. เหมาะสม สำหรับรถทุกประเภท
- ค. ไม่เหมาะสม ช่องทางขวามีไว้สำหรับแซงหรือเลี้ยวขวาเท่านั้น
- ง. ไม่เหมาะสม ควรขับชิดซ้ายสุดเท่านั้น
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ตามกฎหมายจราจร ช่องทางขวาสุดมีไว้สำหรับใช้เพื่อแซงรถคันอื่น หรือเมื่อต้องการจะเลี้ยวขวาเท่านั้น เมื่อแซงเสร็จแล้วต้องกลับเข้าสู่ช่องทางซ้ายตามเดิม
- 43. ป้ายเตือน “ทางโค้งรัศมีแคบเลี้ยวซ้าย” มีลักษณะอย่างไร?
- ก. ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นสีเหลือง มีลูกศรโค้งชี้ไปทางซ้าย
- ข. ป้ายวงกลมพื้นสีน้ำเงิน มีลูกศรชี้ไปทางซ้าย
- ค. ป้ายสามเหลี่ยมพื้นสีขาว ขอบแดง มีสัญลักษณ์ถนนคดเคี้ยว
- ง. ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีข้อความ “โค้งซ้าย”
- เฉลย: ก คำอธิบาย: ป้ายเตือนจะเป็นพื้นสีเหลือง มีสัญลักษณ์เป็นลูกศรโค้ง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วและเตรียมพร้อมสำหรับทางโค้งอันตรายข้างหน้า
- 44. การเปิดใช้ไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) ควรใช้ในสถานการณ์ใด?
- ก. เมื่อขับรถผ่านทางแยก
- ข. เมื่อขับรถขณะฝนตกหนัก
- ค. เมื่อรถเสียหรือจอดฉุกเฉินริมทาง
- ง. เมื่อต้องการขอทางไปก่อน
- เฉลย: ค คำอธิบาย: ไฟฉุกเฉินมีไว้ใช้เฉพาะกรณีที่รถจอดนิ่งอยู่กับที่เนื่องจากรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น การเปิดขณะขับรถจะสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทางได้
- 45. ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดต้องไม่เกินเท่าใด จึงจะถือว่าไม่ผิดกฎหมาย?
- ก. 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ข. 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ค. 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- ง. 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- เฉลย: ง คำอธิบาย: ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ทั่วไปต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (สำหรับผู้ที่ได้รับใบขับขี่ชั่วคราวหรืออายุไม่ถึง 20 ปี ต้องไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)
- 46. สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกเมื่อรถเสียหลักหรือลื่นไถลคืออะไร?
- ก. เหยียบเบรกให้แรงที่สุด
- ข. หักพวงมาลัยไปในทิศทางตรงข้ามกับที่รถไถล
- ค. ถอนคันเร่งและควบคุมพวงมาลัยไปในทิศทางเดียวกับที่ท้ายรถสะบัด
- ง. ดึงเบรกมือทันที
- เฉลย: ค คำอธิบาย: การแก้ไขอาการท้ายปัด (Oversteer) คือต้องลดความเร็วโดยการถอนคันเร่ง (ห้ามเหยียบเบรก) และหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางที่ท้ายรถสะบัดไป เพื่อเป็นการประคองรถให้กลับมาตรง
- 47. การเปลี่ยนยางอะไหล่ ควรทำบนพื้นที่ลักษณะใด?
- ก. พื้นที่ลาดเอียง
- ข. พื้นที่เรียบและแข็งแรง
- ค. พื้นที่อ่อนนุ่ม เช่น สนามหญ้า
- ง. ทำที่ใดก็ได้
- เฉลย: ข คำอธิบาย: เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรจอดรถบนพื้นที่ราบและแข็งแรง เพื่อให้แม่แรงที่ใช้ยกรถมีความมั่นคงและไม่ล้ม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
- 48. หากขับรถตามหลังรถบรรทุกขนาดใหญ่ ควรปฏิบัติอย่างไร?
- ก. ขับจี้ท้ายเพื่ออาศัยเป็นเกราะกำบัง
- ข. เว้นระยะห่างให้มากกว่าปกติ
- ค. เปิดไฟสูงเพื่อให้สัญญาณตลอดเวลา
- ง. พยายามแซงขวาทันที
- เฉลย: ข คำอธิบาย: รถบรรทุกมีจุดบอดขนาดใหญ่และต้องการระยะเบรกที่ไกลกว่ารถปกติ การเว้นระยะห่างมากๆ จะทำให้เรามีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นและมีเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทัน
- 49. อายุขั้นต่ำของผู้ที่สามารถทำใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวได้ คือเท่าใด?
- ก. 15 ปีบริบูรณ์
- ข. 16 ปีบริบูรณ์
- ค. 17 ปีบริบูรณ์
- ง. 18 ปีบริบูรณ์
- เฉลย: ง คำอธิบาย: ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชนิดชั่วคราวได้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
- 50. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวมีอายุกี่ปี?
- ก. 1 ปี
- ข. 2 ปี
- ค. 3 ปี
- ง. 5 ปี
- เฉลย: ข คำอธิบาย: ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลใบแรกที่ได้รับจะเป็นชนิด “ชั่วคราว” ซึ่งมีอายุการใช้งาน 2 ปี และสามารถต่ออายุเป็นชนิด 5 ปี ได้เมื่อใบขับขี่ใบแรกมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี











