
การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครู “ฐานบน” กับ “ฐานล่าง” ต่างกันที่จำนวนเงินที่ได้จริง แม้เปอร์เซ็นต์จะเท่ากัน แต่ฐานเงินเดือนคนละระดับจึงทำให้ส่วนต่างสูง–ต่ำไม่เท่ากัน
ฐานบน–ฐานล่าง คืออะไร
- ฐานล่าง คือ ครูที่อยู่ช่วงล่างของขั้นเงินเดือนในอันดับนั้น ๆ เช่น เพิ่งบรรจุใหม่ หรือยังไม่เลื่อนขั้นมาหลายครั้ง
- ฐานบน คือ ครูที่อยู่ช่วงบนของขั้นเงินเดือนในอันดับเดียวกัน เช่น อยู่ใกล้เพดานขั้นเงินเดือนของอันดับนั้นแล้ว
เมื่อเลื่อนเงินเดือนด้วยอัตราเดียวกัน เช่น 2.5% หรือ 3% คนที่อยู่ “ฐานบน” จึงได้เงินเพิ่มต่อครั้งมากกว่า เพราะคิดจากตัวเลขฐานเงินเดือนที่สูงกว่า
ตัวอย่างส่วนต่างจากตารางที่แนบมา
จากภาพตัวอย่างการเลื่อนเงินเดือน (เปอร์เซ็นต์เท่ากัน แต่ฐานบน–ฐานล่างต่างกัน) จะเห็นว่า
- สมมติครูผู้ช่วยได้เลื่อนเงินเดือนที่ 3.00%
- ฐานล่าง เพิ่มประมาณ 530 บาท
- ฐานบน เพิ่มประมาณ 670 บาท
ต่างกันราว 140 บาทต่อรอบการเลื่อน
- ถ้าเป็นอันดับ คศ.3 ที่ 3.00%
- ฐานล่าง เพิ่มประมาณ 910 บาท
- ฐานบน เพิ่มประมาณ 1,480 บาท
ส่วนต่างเพิ่มขึ้นถึงราว 570 บาทต่อรอบ เพราะฐานเงินเดือนเดิมสูงกว่ามาก
ยิ่งอยู่ในอันดับสูงขึ้น (เช่น คศ.3–คศ.4) และอยู่ใกล้เพดานขั้นเงินเดือน ส่วนต่างระหว่างฐานบน–ฐานล่างต่อรอบเลื่อนเงินเดือนก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ครูควรรู้อะไรจากเรื่องฐานบน–ฐานล่าง
- เปอร์เซ็นต์เลื่อนเงินเดือน “สะท้อนผลงาน” แต่จำนวนเงินที่ได้รับจริง “ขึ้นกับฐานเดิม” ของแต่ละคน
- ครูที่ทำงานมานาน อยู่ฐานบน แม้ได้เปอร์เซ็นต์เท่ากับครูใหม่ ฐานล่าง ก็จะได้เงินเพิ่มมากกว่า เพราะคิดจากฐานที่สูงกว่า
- การวางแผนการเงินจึงควรมองทั้ง “เปอร์เซ็นต์ที่ได้” และ “ตัวเลขฐานเดิม” ควบคู่กัน โดยเฉพาะเวลาคำนวณรายได้ทั้งปี หรือพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะ
สรุปคือ ฐานบน–ฐานล่างไม่ได้ต่างกันที่หลักเกณฑ์เลื่อนเงินเดือน แต่ต่างกันที่ “ฐานเงินเดือนตั้งต้น” ทำให้เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวกัน จำนวนเงินที่ได้รับต่อรอบของฐานบนมักจะสูงกว่าฐานล่างอย่างชัดเจนครับ











